ทวี สอดส่อง ตอบกระทู้ถามเรื่องการใช้อำนาจของอนุกรรมการประจำจังหวัดในการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย โดยชี้แจงว่าประธานอนุกรรมการคือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งมีอำนาจอนุมัติเงินประกันตัว แต่การใช้งานน้อยเนื่องจากความกังวลต่อการใช้เงินของรัฐและขั้นตอนการตรวจสอบ ทวี สอดส่อง อธิบายแนวทางการส่งเสริมการใช้กองทุนยุติธรรมและชี้แจงปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ โดยระบุว่าปริมาณคดียาเสพติดส่วนใหญ่เป็นผู้ค้า ทำให้การขอประกันตัวยากลำบาก และเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวหรือใช้มาตรการควบคุมที่บ้านเพื่อลดความแออัด ทวี สอดส่อง หารือเรื่องการแก้ไขปัญหานักโทษล้นเรือนจำโดยเสนอการใช้ระเบียบคุมขังอื่นสำหรับกลุ่มเสี่ยงและผลักดันให้กองทุนยุติธรรมขยายผลเพื่ออำนวยความยุติธรรมอย่างทั่วถึง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน คำถามที่ท่านถามก็ต้องขอขอบคุณ เป็นคำถาม ที่ดีมาก ก็คือว่าทำไมอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือประจำจังหวัดจึงไม่ใช้อำนาจพิจารณา ในกรณีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ครับ เรามีอนุประจำจังหวัดของกองทุนยุติธรรมอยู่ ๖๗ จังหวัด ในแต่ละจังหวัด ก็จะมีอนุ ๑๒ คน และในช่วงที่ผมเข้ามาก็ให้ตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาเป็นอนุ ๒ คน แล้วก็ลดหน่วยราชการที่เป็นลักษณะอำนาจนิยมลง เป็นลักษณะคุ้มครองสิทธิ เข้าไปอยู่ แต่อย่างไรก็ตามในโครงสร้างของกฎหมายก็คือเราให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอนุ แล้วก็มียุติธรรมจังหวัดเป็นเลขา ถามว่าเรามีความเห็นว่าใครก็ตามที่ต้องการเงินประกันตัว หรือปล่อยชั่วคราว จะต้องเข้าถึงความเป็นธรรมที่ใกล้ไม่ใช้เวลานาน ถ้าทำได้ในทันทีได้ยิ่งดี ดังนั้นในกฎหมายที่ท่านได้พูดถึงและระเบียบ เราก็ให้อำนาจท่านประธานก็คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรือจะเป็นตัวแทนอนุสักคนใดคนหนึ่งที่มอบให้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่ ในอำนาจของประธาน แล้วก็ที่ผ่านมาเราก็พบว่าอาจจะมีการใช้น้อย เช่นที่ท่านถามว่า ในปี ๒๕๖๖ มีคำขอที่เร่งด่วน ๒๐ คำขอก็ให้หมด ปี ๒๕๖๗ มี ๑๘ คำขอก็ให้หมด ทีนี้ก็ได้สอบถามว่าทำไมจึงใช้น้อย เพราะว่าการแก้ปัญหาของผู้ว่าราชการจังหวัด ของกรรมการก็ดี เนื่องจากกองทุนเป็นเงินของรัฐเป็นนิติบุคคล ทุกคนเมื่อเป็นรูป คณะกรรมการก็เป็นห่วงเรื่องการใช้เงิน จึงจัดมีการประชุม ถ้ามีการขอให้ประกันตัว ก็จะประชุมเร่งด่วนในบางแห่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือพอหลังจาก สตง. ขอดูรายการ ว่าที่อนุมัติกองทุนไปเป็นอย่างไร ก็เลยทำให้คณะกรรมการมีความห่วงใยในเรื่องนี้ครับ ก็อยากจะเรียนว่ากองทุนยุติธรรมสามารถช่วยเหลือในด้านการประกันตัวได้อย่างเร่งด่วน แล้วก็เป็นอำนาจของประธานอนุซึ่งทุกจังหวัดก็จะให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งประธาน อาจจะมอบหมายให้กับคนใดคนหนึ่ง ซึ่งบางแห่งก็จะมอบให้ยุติธรรมจังหวัด ดังนั้นคำถาม ของท่านคำถามที่ ๑ ก็คงจะตอบแล้ว
ส่วนคำถามที่ ๒ ท่านจะถามในเรื่องของการจะส่งเสริมอย่างไรให้มี การใช้กองทุนเยอะขึ้น ต้องกราบเรียนว่าวันนี้ในการแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาหรือผู้เสียหาย เวลาเรื่องเข้าสู่คดีอาญา เราก็ขอให้ตำรวจได้แจ้งข้อหาให้กับผู้ต้องหาว่าคุณมีสิทธิ ตาม วิ.อาญา แล้ว ก็มีสิทธิที่จะใช้เงินกองทุน และอีกประการหนึ่งก็คือ เรายังมียุติธรรมจังหวัด ยุติธรรมชุมชนอยู่ ๗,๗๗๐ แห่ง ก็ไปให้ความรู้ แล้วก็เงินที่เราขอมา ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็จะเหลือ ถามว่าประชาชนทำไมจึงทราบในเรื่องการประกันตัวนี้น้อยหรือมาก สิ่งหนึ่งอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้เราก็อยากจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ท่านเชื่อหรือไม่ ว่าวันนี้ผู้ต้องขังที่คดีระหว่างอยู่ ถึง ๘๓,๗๑๘ คน เมื่อวาน นี่คดีระหว่างนะครับ แล้วก็ มีผู้ต้องขังทั้งหมดวันนี้รวมกัน ๓๐๐,๒๐๐ กว่าคน การไม่ให้ประกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องของ กองทุน การไม่ให้ประกันอาจจะไม่ใช่เรื่องของตำรวจด้วย ตำรวจหน่วงเขาไว้นิดเดียว แต่การไม่ให้ประกันเป็นเรื่องของศาล เป็นเรื่องของศาลยุติธรรม ซึ่งเราพร้อมที่จะให้บริการ เรื่องกองทุน แต่ว่าการที่เขาไม่ได้ประกัน อาจจะเป็นเรื่องของศาล แต่อยากให้ทำความเข้าใจ ว่าปริมาณคดีที่เยอะ จะเป็นปริมาณคดีของยาเสพติดประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ และ ใน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณคดีก็จะเป็นผู้ค้าเป็นส่วนใหญ่ ผู้เสพ ผู้ใช้ มีแค่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ที่อยากจะให้เห็นภาพ การที่ไม่ได้ประกันตัวอาจจะเป็นเรื่องลักษณะคดี แล้วก็ช่วงหลัง มีจำนวนมาก คดีบัญชีม้ารองลงมา ซึ่งอันนี้ศาลอาจจะมองว่าเป็นเรื่องภัยกับประชาชน แล้วอาจจะหลบหนี ดังนั้นการแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ สิ่งหนึ่งคือถ้าศาลให้ประกันตัว ๘๐,๐๐๐ กว่าคน ผมคิดว่าเรือนจำก็ลดความแออัด แล้วทางกระทรวงเองก็มองว่าในส่วนนี้ เราน่าจะถึงเวลาที่ต้องมี House arrest สำหรับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างคดี คืออาจจะให้ไป ควบคุมที่บ้าน ซึ่งเราก็ออกระเบียบไว้แล้วแต่ว่าอยู่ระหว่างกฎกระทรวง
อีกส่วนหนึ่งการแก้ปัญหานักโทษล้นเรือนจำเราก็ยังมีระเบียบที่คุมขังอื่น ซึ่งคราวนี้ก็ออกเสร็จหมดแล้ว อยู่ในเกณฑ์ที่จะพิจารณา เช่น คนป่วยติดเตียง คนเป็นมะเร็ง หรือโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ตรงนี้ ส่วนจะใช้กองทุนไปให้แก้ปัญหานักโทษ ล้นเรือนจำนั้น กองทุนเป็นเรื่องการอำนวยความยุติธรรมให้เข้าถึงรวดเร็ว แล้วก็ เสียค่าใช้จ่ายน้อย แล้วเราก็มีเงินเหลือเฟือจะพอตอบรับเพราะวันนี้กรมบัญชีกลางก็ได้ตอบ มาอีกว่าเงินค่าปรับหรือหนีประกันหรือค่าธรรมเนียมซึ่งในกฎหมาย มาตรา ๘ มาให้กองทุน ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกรมบัญชีกลางใช้มานานแล้ว ไม่ใช้สมัยผมอยู่ก็มาขอจนกรมบัญชีกลาง ก็ทำหนังสือไปให้ศาล และไตรมาสนี้ก็ได้มาอีก ๕๐ ล้านบาท แล้วก็ต้องเรียนว่าวันนี้ผมคิดว่า สิ่งที่คนมาใช้น้อยก็อาจจะได้รับรู้เรื่องกองทุนยุติธรรม ซึ่งถ้าในงานศึกษาของที่เราให้การวิจัย ศึกษาเปรียบเทียบ คนพึงพอใจเป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าถ้าประชาชนยังเข้าใจน้อยก็จะขอ ประชาสัมพันธ์ยิ่งขึ้นไป ขอบพระคุณมากครับ