กิตติภณ ปานพรหมมาศ ระบุลักษณะทางกายภาพของแม่น้ำท่าจีนที่คดเคี้ยวและตลิ่งฝั่งตะวันตกต่ำกว่าฝั่งตะวันออก พร้อมชี้ให้เห็นความไม่เท่าเทียมในการจัดการน้ำระหว่างสำนักงานชลประทานที่ ๑๓ และ ๑๑ กิตติภณ ปานพรหมมาศ ชี้ให้เห็นความไม่สมดุลในการระบายน้ำระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพที่จำกัดของฝั่งตะวันตกซึ่งมีเครื่องสูบน้ำเพียง ๒๖ เครื่อง เทียบกับฝั่งตะวันออกที่มีกว่า ๑๑๓ เครื่อง และวิพากษ์วิจารณ์ตัวเลขความจุลำน้ำที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกรมชลประทานวางแผนแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำอย่างจริงจังเพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนริมน้ำ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชน ผู้แทนของคนบางเลน ดอนตูม กำแพงแสน สระพัฒนาและตำบลห้วยม่วง คนลุ่มน้ำท่าจีนครับ ผมต้องขอขอบพระคุณที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ที่ท่านได้มาตอบกระทู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ในลุ่มแม่น้ำท่าจีนในช่วงฤดูฝนและการแบ่งน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อแบ่งเบาภาระน้ำท่วม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมและ พี่น้องชาวท่าจีนที่ต้องรับภาระตลอดหลายปีที่ท่านมาด้วยตัวเอง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ก่อนอื่นผมขอเล่าถึงลักษณะ ทางกายภาพของแม่น้ำท่าจีนให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีทราบ เพื่อจะนำไปสู่ คำถามต่อไปนะครับ เบื้องต้นก่อน ท่านประธานครับแม่น้ำท่าจีนมีชื่อเรียกตามแต่ละจังหวัด ที่ไหลผ่าน ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำคลองมะขามเฒ่า แม่น้ำสุพรรณบุรี แม่น้ำนครชัยศรีและ แม่น้ำท่าจีนที่เป็นที่เรียกแหล่งค้าขายของชาวจีนบริเวณปากแม่น้ำที่นำมาเป็นชื่อเรียก ของแม่น้ำทั้งสายในปัจจุบันนี้ เป็นแม่น้ำที่เชื่อมออก ตัดน้ำแบ่งออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านจังหวัดชัยนาท จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐมและออกปากอ่าวที่จังหวัดสมุทรสาคร รวมระยะทางกว่า ๓๑๕ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า ๑๓,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร ลักษณะ ทางลำน้ำเป็นลำน้ำที่คดเคี้ยวค่อนข้างสูง มีความลึกไม่มากนัก ในส่วนของจังหวัดนครปฐม พื้นที่ริมแม่น้ำเป็นพื้นที่ราบ น้ำท่วมถึงและมีการแบ่งซอยคลองย่อยต่าง ๆ มีการดูแลพื้นที่ แบ่งออกเป็น ๒ ฝั่งลำน้ำ โดยฝั่งตะวันออกดูแลโดยสำนักงานชลประทานที่ ๑๑ และ ฝั่งตะวันตกดูแลสำนักงานชลประทานที่ ๑๓ ทางฝั่งตะวันออกของลำน้ำจะเห็นได้ว่า มีการสร้างแนวคันกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วมและมีสถานีสูบน้ำที่มีศักยภาพในการสูบน้ำ แต่กลับกันครับท่านประธานในฝั่งตะวันตกนั้นมีตลิ่งที่ต่ำกว่าฝั่งตะวันออกและยังไม่มี ศักยภาพในการจัดการน้ำอย่างเต็มที่
ผมขอยกตัวอย่างศักยภาพในการระบายน้ำของสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน โดยแบ่งเป็นฝั่งตะวันออกที่ประกอบไปด้วย คบ. พระยาบันลือและ คบ. พระพิมล มีเครื่องสูบน้ำ กว่า ๑๑๓ เครื่อง กลับมาดูฝั่งตะวันตกซึ่งมี คบ.กำแพงแสน คบ.บางเลน และ คบ.นครปฐม เป็นผู้ดูแล รวมมีเครื่องสูบน้ำอยู่ ๒๖ เครื่องเท่านั้น ข้อมูลมาถึงจุดนี้จะเห็นได้ว่าฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองหลวงได้มีการเตรียมการป้องกันได้อย่างดีเยี่ยม น่าชื่นชมนะครับ แต่คนที่ต้องรับวิบากกรรมก็คือฝั่งตะวันตกและคนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำของฝั่งตะวันออก ก็เช่นเดียวกันที่ต้องเป็นด่านหน้าในการระบายน้ำจากเมืองหลวงลงแม่น้ำท่าจีน แต่ปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีการเตรียมอะไรไว้เลย ผมเองอยู่ในกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แล้วก็ได้ตั้งคำถามมาตลอดก็คือเราควรจะหันกลับไปดูศักยภาพความจุของแม่น้ำท่าจีนว่า ความเป็นจริงแล้วตัวเลขความจุตลอดลำน้ำมีอยู่เท่าไร เพราะต้องรับน้ำมาจากด้านบน จากการตัดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ป้องกันเมืองหลวง แล้วก็ยังต้องรับน้ำจากคลองย่อยต่าง ๆ ตลอดสาย ไม่ว่าจะเป็นคลองสองพี่น้อง คลองท่าสารบางปลา คลองท่าเรือบางพระ คลองเจดีย์บูชา ที่ฤดูน้ำไม่สามารถระบายน้ำออกมาได้เลย และยังต้องเพิ่มศักยภาพอีก พอสมควรเลย จนมีคำกล่าวที่ว่าแม่น้ำท่าจีนมีเครื่องมือที่ระบายน้ำที่ดีที่สุด คือดวงจันทร์ครับ เพราะว่าต้องรอช่วงที่ดวงจันทร์ไม่เต็มดวงจะไม่เกิดน้ำหนุนและน้ำจะไหลลงทะเลได้เร็วขึ้น ในที่ประชุมของจังหวัดบางคณะยังใช้ตัวเลขความจุลำน้ำอยู่ที่ ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งในความเป็นจริงแล้วแค่ประตูพลเทพด้านบน เปิดมาก็ ๒๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ทั้งนครปฐมก็อ่วมกันแล้วครับ เป็นตัวเลขที่จริงหรือไม่ ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เรายังไม่ได้มีการศึกษากันว่าศักยภาพอย่างจริงจังของ แม่น้ำท่าจีนครับว่าปัจจุบันเรามีความจุลำน้ำเท่าไรกันแน่ ตรงนี้เป็นคอขวดหรือเป็น ส่วนกว้าง มีสันดอนตรงไหน ยังไม่ต้องพูดถึงการขุดลอกคูคลองที่ไม่ได้ขุดมานับสิบปี และความเร็วของน้ำ มีความเร็วเท่าไรในแต่ละช่วงและการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจะช่วยได้ จริงหรือไม่ ผมคิดว่าถ้าเราไม่ได้ศึกษาศักยภาพของลำน้ำอย่างแท้จริง จะไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าการขุดลอกแบบใดจะช่วยแก้ปัญหา ขุดริม ขุดลึกแค่ไหน ขุดตรงกลาง ขุดตรงไหน เพราะจริง ๆ แล้วอยากให้เริ่มจากการมองบนพื้นฐานความถูกต้องก็คือพื้นฐานที่เราจะ วางโครงการต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรม ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำท่าจีนนั้นอยู่ที่การบริหารจัดการ เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่ ที่มีอุทกภัยร้ายแรง แต่กลับมีน้ำท่วม ๓-๔ เดือน แล้วก็มีโอกาสจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกปี ที่ต้องเร่งแก้ไข ดังนั้นผมจึงขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานที่ท่านรัฐมนตรีกำกับดูแลมาร่วมกันวางแผนแก้ไขปัญหา การจัดการน้ำในฤดูน้ำอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ เกษตรกรรมและชุมชนริมน้ำซึ่งเป็นปัญหาที่ซ้ำเติมพี่น้องชาวลุ่มน้ำท่าจีนมาตลอดนับหลาย สิบปีและขอเข้าสู่คำถามที่ ๑ ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานมีแผนการบริหารจัดการลุ่มน้ำท่าจีน ในช่วงฤดูฝนอย่างไร เพื่อป้องกันผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ชุมชนริมน้ำ โดยขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ