ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ หารือเรื่องความร่วมมือในการสำรวจและใช้ทรัพยากรแร่ธาตุหายากกับสหรัฐอเมริกา โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล MOU และการดำเนินการสำรวจที่ไม่สูญเสียกรรมสิทธิ์ทางปัญญาของชาติ และยังหารือเรื่องการยกเลิก MOU ที่ทำกับประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน โดยมีข้อความสำคัญว่าการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวอาจมีต้นทุนทางการเมืองและทางการทูตที่มาก
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม ข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ การฟอกเงินและการทำข้อตกลง เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุหายาก ภาษีตอบโต้ และสัญญาสันติภาพเพื่อเสนอ ข้อกังวล คำถาม และคำแนะนำต่อรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ดิฉันจะอภิปราย ในประเด็นเดียวค่ะ คือ MOU แรร์เอิร์ธ ไทย-สหรัฐอเมริกา Memorandum of Understanding ฉบับที่ประชาชนตกอกตกใจ เพราะไม่เคยได้ยินข้อมูลมาก่อน ทำให้เราต้องตั้งคำถามไปถึง การบริหารประเทศของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินว่าเป็นการปิดบังข้อมูลที่สำคัญกับ พี่น้องประชาชน โดยยอมจำนนต่อความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีนั้นว่าขาดธรรมาภิบาล หรือไม่ ดิฉันย้อนไปดูนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ ขอภาพค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ไม่มีการกล่าวถึงนโยบาย หรือยุทธศาสตร์ด้านการใช้ทรัพยากรแร่หายากเลยสักข้อ ในขณะที่ MOU ฉบับนี้ มีรายละเอียดวัตถุประสงค์มากมายทุกขั้นตอน ตั้งแต่เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้เข้าร่วม ทั้งนี้คือสหรัฐอเมริกาในการพัฒนาและขยายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ เพื่อส่งเสริมการค้า และการลงทุนระหว่างผู้เข้าร่วมซึ่งในนี้คือสหรัฐอเมริกา ในการสำรวจ สกัด แปรรูป และกลั่น ทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ การ Recycle การกู้คืนทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ มีความร่วมมือตั้งแต่ การสำรวจ การส่งเสริมการลงทุนไปถึงสาขาความร่วมมือ แชร์ความรู้เทคนิคการได้รับโอกาสแรก ในการลงทุนตามกฎหมายภายในประเทศ การทำงานร่วมกันด้านธรณีวิทยากับภาคเอกชนไทย ไปจนถึงมหาวิทยาลัย ท่านประธานคะ มากไปกว่านั้นการปรับปรุงกระบวนการขออนุญาต ไปถึงการทบทวนยับยั้งการขายสินทรัพย์แร่ธาตุสำคัญและแร่หายากบางชนิดโดยคำนึงถึง ความมั่นคง ฟังมาถึงต้นตรงนี้แล้วท่านประธานคะ คำถามของดิฉันคือในเมื่ออเมริกา มีส่วนร่วมกับเรา ความมั่นคงนี้จะยังเป็นการตัดสินใจบนความมั่นคงของประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินเปิดเผย MOU ฉบับนี้อย่างเป็น ทางการ พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ซักถามอย่างละเอียด ท่านนายกรัฐมนตรีต้องให้คำมั่นว่าการดำเนินการในขั้นตอนสำรวจจะต้องปรึกษาความมั่นคง โดยเฉพาะกองทัพอากาศ กองทัพเรือ กองทัพบก เพราะเราทราบดีถึงการสำรวจที่ต้องใช้ เทคโนโลยีอวกาศ เครื่องบินระดับ Sky High เป็นหลัก ซึ่งสามารถเกิดเป็นภัยคุกคาม ต่อความมั่นคงทางทรัพยากรจากการพึ่งพาเทคโนโลยีได้ ท่านประธานคะ ประเด็นที่ต้องกังวล ท่านนายกรัฐมนตรีเชื่อว่าสหรัฐมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า แต่การให้เข้ามาในพื้นที่สำรวจโดยที่ คนไทยยังไม่เคยเห็นยุทธศาสตร์แผนที่แรร์เอิร์ธ แผนพัฒนาแร่ธาตุหายากตัวไหนของ ประเทศไทยมาก่อนเลย ประกอบกับประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีที่ทัดเทียม ซึ่งจะทำให้เรา ตกอยู่ในสถานะที่ถูกครอบงำทางข้อมูลหรือไม่ สหรัฐจะมองเห็นและรู้มูลค่าที่แท้จริงของ แร่ธาตุใต้ดินของไทยทั้งหมดก่อนที่เราจะรู้หรือไม่ นี่คือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี ขั้นร้ายแรง มีคำถามต่อมาอีกว่าเรากำลังแลกเปลี่ยนโอกาสในการรับเทคโนโลยีเพียงน้อยนิดกับเสี่ยง ที่จะสูญเสียกรรมสิทธิ์ทางปัญญาในข้อมูลธรณีวิทยาของชาติ ซึ่งภาษาอังกฤษบอกว่า Properly Geological Data ไปให้ต่างชาติหรือไม่ และเมื่อเราไม่มีเทคโนโลยีเทียบเท่า ในการสำรวจและประเมินมูลค่า นั่นจะหมายความว่าไทยจะตกเป็นเบี้ยล่างในการเจรจาทุกครั้ง ตั้งแต่ก่อนเริ่มเจรจาสัมปทาน ทั้ง ๆ ที่ใบอนุญาตสัมปทานทรัพยากรแร่หายากในอนาคต จะต้องมีความโปร่งใสและเท่าเทียม ต้องยึดผลประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง
ประการสุดท้ายค่ะ ที่จะฝากไปยังรัฐบาลคือการสื่อสารที่ละเลยความจริง ดิฉันได้ยินการยืนยันจากหลายฝ่ายของรัฐบาล ทั้งจากนายกรัฐมนตรีเอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ และได้รับการยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเลขากฤษฎีกาว่า MOU ฉบับนี้สามารถยกเลิกเมื่อไรก็ได้ และไม่มีผลผูกพันใด ๆ ทางกฎหมาย ใช่ค่ะ ในทางกฎหมายอาจจะยกเลิกได้ แต่การยกเลิกข้อตกลงที่ทำกับประเทศมหาอำนาจ ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของเขา ย่อมมีต้นทุนทางการเมืองและการทูตมหาศาล ที่ต้องแลก มหาอำนาจ ๒ ประเทศ สหรัฐและประเทศจีนกำลังสร้างห่วงโซ่อุปทาน การถอนตัว ของไทยจะถูกตีความว่าอย่างไรละคะ เราไม่จริงใจหรือยอมจำนนต่อแรงกดดันซึ่งจะทำลาย ความเชื่อมั่นและโอกาสในการเจรจาการค้าหรือการได้รับเทคโนโลยีกับประเทศอื่น ๆ ในอนาคต การบอกยกเลิกได้โดยไม่มีผลเสีย คือการละเลยที่จะพูดถึงความเสียหายในทางปฏิบัติ และถูกตีความได้ว่าเป็นการบิดเบือนความจริงเพื่อให้การกระทำของรัฐบาลมีความชอบธรรม เพียงเท่านั้น ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ