ซาบีดา เปิดแผนพัฒนาหอสมุดดิจิทัล นำนวัตกรรมเพิ่มการเข้าถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ หารือการพัฒนาหอสมุดแห่งชาติและหอสมุดรัฐบาลให้เป็นแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลทันสมัย โดยเสนอการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบอาร์เอฟไอดี สมาร์ตคาร์ด ดิจิทัลไซน์ ระบบนำทางอัจฉริยะ และการใช้ QR AR VR เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศ พร้อมปรับปรุงพื้นที่บริการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียมและรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคดิจิทัล

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอตอบในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่หอสมุดแห่งชาติ แล้วก็หอสมุดรัฐบาลนะคะ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย สะดวกและเข้าถึงง่าย แก่ประชาชน แล้วก็ยังเป็นพื้นที่ในการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศสำคัญของชาตินะคะ

กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมศิลปากร มีแนวทางที่จะพัฒนาการบริหาร จัดการโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการให้บริการและบริหารจัดการ ทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อที่จะยกระดับแหล่งเรียนรู้สำคัญของชาติในยุคดิจิทัล ซึ่งเราจะมี การพัฒนาหอสมุดแห่งชาติสู่ห้องสมุดดิจิทัลแห่งชาติ โดยแต่ละปีหอสมุดแห่งชาติก็จะได้รับ การจัดสรรงบประมาณในการแปลงทรัพยากรสารสนเทศซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์หายาก เช่น หนังสือ หายาก หนังสือพิมพ์เก่า วารสารเก่า ไมโครฟิล์ม แผ่นเสียง แล้วก็เอกสารโบราณนะคะ โดยจะมีการจัดเก็บลงรายการ Metadata ที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้เชื่อมโยงแล้วก็ แลกเปลี่ยนทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศได้ แล้วก็ จะมีการพัฒนาหอสมุดแห่งชาติให้เป็นห้องสมุดดิจิทัล หรือว่าจะเป็น D-Library แล้วก็จะมี Application NLT Library ก็คือ National Library of Thailand เพื่อจัดเก็บแล้วก็ให้บริการ ทรัพยากรสารสนเทศที่เป็นลิขสิทธิ์ของหอสมุดแห่งชาติ แล้วก็ยังมีการจัดหา จัดซื้อหนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์เก่าอิเล็กทรอนิกส์จากสำนักพิมพ์ผู้ให้บริการออนไลน์ เพื่อให้บริการแก่ พี่น้องประชาชน หัวใจสำคัญก็คือว่าเราจะมีการปรับเปลี่ยนให้ห้องสมุดมีความเป็นดิจิทัล มีเป้าหมายสำคัญก็คือเปลี่ยนมรดกทางภูมิปัญญาของชาติให้เป็นทรัพยากรสารสนเทศ ที่เข้าถึงง่ายแล้วก็ลดการเหลื่อมล้ำการเข้าถึงข้อมูลค่ะ

ส่วนที่ ๒ เราก็มีการพัฒนาในเรื่องของนวัตกรรม เรื่องของการบริการต่าง ๆ เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้บริการในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบบสมาร์ตคาร์ดเพื่อใช้ในการลงทะเบียน ลงทะเบียนเข้า-ออก ประตู แล้วก็ใช้บัตรสมาร์ตคาร์ดนี้เก็บของใน Locker ได้ แล้วก็ที่สำคัญก็คือสมาร์ตคาร์ดนี้ เราก็สามารถไปเสียบที่เครื่องคีออสก์ โดยนำบัตรประชาชนไปเสียก่อนแล้วก็จะได้ บัตรสมาร์ตคาร์ดนี้ออกมา แล้วก็สามารถรู้ Direction เป็นการนำท่านไปที่ Shelf หนังสือ ที่เราต้องการที่จะค้นหา แล้วส่วนที่ ๒ ก็จะมีในเรื่องของระบบ Smart library ก็คือระบุ ตำแหน่งชั้นวางหนังสือที่ผู้ใช้ต้องการผ่านระบบนำทางอัจฉริยะอย่างที่ดิฉันได้บอกไปนะคะ แล้วก็รวมถึงบริการ VDO Call ในกรณีที่ต้องการติดต่อบรรณารักษ์เพื่อสอบถามข้อมูล ส่วนที่ ๓ ก็จะมีป้ายประชาสัมพันธ์ก็คือ Digital Signage ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องบริการ แล้วก็มีระบบ RFID ก็คือระบบ Radio Frequency Identification ซึ่งเป็นการนำ Tag นี้ไปติดหนังสือ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าทั่วโลกก็นำมาใช้แล้วก็ พยายามทำให้มีมาตรฐานที่ทัดเทียมกับสากลมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้มีการติด Tag RFID ไปแล้วกว่า ๑๐๐,๐๐๐ เล่ม แล้วก็คาดว่าจะมีการติดเพิ่มขึ้นอีกให้มากที่สุด แล้วก็อีกระบบหนึ่ง เรียกว่าระบบคิวไร้สายหรือว่า Wireless Queue Calling System ก็คือตอนนี้อยู่ในขั้นตอน การทดลอง ลักษณะก็จะเหมือนกับการที่ท่านได้เครื่องตื้ด ๆ เครื่องสั่น ๆ จากการที่ท่าน ไปซื้อกาแฟและท่านรอคิวนะคะ ก็ไม่ต้องใช้เสียงในกรณีที่ท่านไปหาหนังสือแล้วก็เป็น หนังสือหายาก ท่านก็ไปติดต่อกับทางบรรณารักษ์ เมื่อบรรณารักษ์ได้หนังสือมาก็จะกดจาก เครื่องตัวนี้ในการใช้เป็นการสื่อสารค่ะ แล้วก็มีการประยุกต์ใช้ในเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ QR AR VR QR ก็คือการจัดทำ QR Code เพื่อลงทะเบียนอย่างที่ ดิฉันได้เรียนไปตอนต้นว่าการที่เราจะได้สมาร์ตคาร์ดออกมานั้นเราจะต้องใช้บัตรประชาชน เสียบเข้าไป แต่ว่าในปีหน้าก็จะมีการพัฒนาระบบโดยแค่ Scan QR Code ในการลงทะเบียน โดยไม่ต้องใช้บัตรประชาชนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการ ในเรื่องของ AR ก็คือในเรื่องของการนำทางเสมือนจริง ซึ่งมีการเริ่มใช้งานแล้วอย่างที่ดิฉันได้เรียนไป ส่วน VR ก็คือ Virtual Reality ก็คือการพัฒนาห้องสมุดเสมือนจริง มีแว่นประกอบแล้วก็สามารถดู หรือว่าอ่านหนังสือหายาก ซึ่งแว่นตัวนี้ปัจจุบันมีแค่ ๒ ตัว ยังไม่ได้เริ่มใช้ แต่คาดว่า จะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนมกราคม ก็อยู่ในช่วงของการทดลองระบบ แล้วที่มากไปกว่านั้น เราก็มีการพัฒนาพื้นที่โดยใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ก็จะมีในเรื่องของ NLT Café Corner ให้บริการ แล้วก็มี Mini Theater ซึ่งจะมีการฉายหนังหรือว่าสารคดีเก่า ทุกวันพุธในช่วงบ่าย ๒ โมง แล้วก็จะมี Co-Working Space ที่เพิ่มขึ้นมา โดยมี Meeting Room ๒ Meeting Room สามารถเป็นห้องที่น้อง ๆ นักศึกษาหรือผู้ใช้บริการสามารถเข้าไปประชุมเล็กหรือว่าเข้าไปทำ รายงานได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าพื้นที่ตรงนี้ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก ก็จะเปิดพื้นที่เพิ่มในชั้นที่ ๒ แล้วก็ดิฉันชอบคำที่ท่านอภิสิทธิ์พูดมาคำหนึ่งที่ท่านบอกว่า หอสมุดเป็นต้นทางแห่งความรู้ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็นำในเรื่องของมรดกทางวัฒนธรรม เป็นการเก็บรักษาเพื่อให้ชนรุ่นหลังสามารถที่จะ มีพื้นที่ มีข้อมูลที่ชัดเจนในการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอีกด้านหนึ่ง ซึ่งดิฉัน มองว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องดี ดิฉันก็จะรับข้อเสนอแนะของท่านไปดำเนินการ แล้วก็ตัวดิฉันเอง ก็คาดว่าจะต้องมีการลงพื้นที่ตรวจหอสมุดแห่งชาติ ก็ขออนุญาตเรียนเชิญท่านถ้าท่านสะดวก ดิฉันก็ยินดี แล้วก็ดิฉันก็พยายามที่จะสร้างพื้นที่แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชาติที่สะดวก ทันสมัย เข้าถึงง่าย ควบคู่กับการทำหน้าที่เป็นต้นทางความรู้ของชาติที่จัดเก็บทรัพยากร สารสนเทศ ซึ่งถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สำคัญของชาติค่ะ ขอบคุณค่ะ