อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ตั้งข้อสังเกตการสูญเสียงบประมาณร้อยละสี่จากอาคารที่ไม่ได้ใช้งานนานหกปีจนเกิดความเสียหาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีชี้แจงและแก้ไขปัญหาตามที่แวดวงศิลปะกังวล รวมถึงหารือปัญหาความล้าหลังของหอสมุดแห่งชาติที่ถูกมองข้ามและจัดอยู่ในโครงสร้างที่ไม่เหมาะสม โดยเสนอให้มีการปรับโครงสร้างและเพิ่มงบประมาณเพื่อให้หอสมุดฯ สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการจัดการความรู้ของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและเทียบเท่าสากลได้
ผมเนื่องจากมีเพื่อนฝูง ที่อยู่ในแวดวงศิลปะเขาก็ท้วงถามครับ บอกว่าเราเสียเงินงบประมาณอาคารนั้นไป ถ้ารวม ทั้งหมดประมาณพันล้าน แล้วเราก็ไม่ได้ใช้งานมา ๖ ปี และวันหนึ่งอาคารมันก็ทรุดโทรมลง ตามธรรมชาติ และเราเอาเงินพันล้าน ดอกเบี้ยร้อยละ ๔ เราก็เสียเงินปีหนึ่ง ๔๐ ล้านบาท เมื่อ ๖ ปี ปี ๒๕๖๔ ก็ ๒๔๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินภาษีงบประมาณของประชาชน มันไม่ได้ อะไรเกิดขึ้นเลย กลับซ้ำ วันนี้มันกลับกลายว่าเราต้องกลับมาซ่อมแซมในสิ่งที่เราไม่ได้ใช้งาน เพราะฉะนั้นผมฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าในแวดวงศิลปะเขาบ่นกันกับเรื่องนี้มาก
คำถามที่ ๓ ของผม ความจริงคำถามที่ ๓ ผมไม่ค่อยได้ยินคนพูดถึงปัญหา เรื่องนี้มากเท่าไร ผมว่าเป็นคำถามที่ถูกลืมเลือนไปหมดแล้ว ก็คือหอสมุดแห่งชาติ ผมว่าในห้องนี้ท่านเข้าหอสมุดแห่งชาติก็คงตอนที่ท่านเรียนมัธยม หลายท่านคงเป็นเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว ผมว่าท่านประธานคงไปหอสมุดแห่งชาติครั้งสุดท้ายเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว ผมเอง ก็ไปหอสมุดแห่งชาติผ่านมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว หอสมุดแห่งชาติในเมืองไทยเรามีที่ทำการที่ ท่าวาสุกรี อายุหอสมุดแห่งชาติตั้งแต่เริ่มต้นวันนี้เราครบ ๑๒๐ ปี ในการจัดตั้ง ตอนนี้เรามี หอสมุดแห่งชาติอยู่ทั้งประเทศ ๑๒ ที่ แต่ Function ของหอสมุดแห่งชาติมันไม่สมฐานะเลย เนื่องจากบทบาทของห้องสมุดมันเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาอยู่เรื่อย ๆ ทั่วโลกเขาก็ทราบ เราก็ทราบว่าคนเข้าห้องสมุดน้อยลง แต่เขาก็มีวิธีการที่จะจัดการให้ห้องสมุด หอสมุด มันเปลี่ยนแปลงบทบาทใหม่ มันเป็นบทบาทของชุมชนของความอยากรู้อยากเห็น อยากอ่าน อยากแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ บรรณารักษ์ก็ต้องเปลี่ยน Location ของตัวเอง จากคนที่จัดเฉพาะหนังสือมาเป็นคนจัดการความรู้ แต่ปัญหาใหญ่ ของโครงสร้างของประเทศในความรู้นี้คือเราไม่ให้ความสำคัญกับหอสมุดแห่งชาติ เนื่องจากว่า เรามองหอสมุดแห่งชาติในปัญหาโครงสร้างไปอยู่ในส่วนหนึ่งของกรมศิลปากรซึ่งดูแล โบราณสถาน มันเลยทำให้สถานภาพของห้องสมุดมันกลายเป็นโบราณสถานตามไปด้วย แต่แทนที่มันจะเปรียบเทียบกับประเทศที่มันก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นก็ได้ ใกล้ ๆ เรานะครับ National Library ของสิงคโปร์ เขาเป็น Backbone ในการพัฒนาความรู้ของประเทศ ทั้งประเทศ ให้คนเข้าห้องสมุด ยืมหนังสือ อ่านหนังสือ มีห้องสมุดดนตรีอยู่ข้างใน มีเพลงฟัง มีรูปภาพทางศิลปะ แล้วคนทั้งประเทศสิงคโปร์ก็เข้าห้องสมุดเป็นเหมือนกับไป Cafe ปกติ เขาได้งบประมาณเท่าไรท่านทราบไหมครับ ๘,๓๐๐ ล้านบาท กับงบประมาณหอสมุดแห่งชาติ ผมพยายามค้นตัวเลขครับ มีตัวเลขที่ทำกิจกรรมอยู่ ๖ ล้านบาท กับการดูแล ๑๒ ที่ ใน British Library ซึ่งอยู่กลางลอนดอน เป็นพื้นที่เก็บหนังสือหายาก เป็นพื้นที่ที่เก็บหนังสือ สมัยใหม่ ให้เงินงบประมาณไป ๖,๐๐๐ ล้านบาท หอสมุดเรามีเงินทำกิจกรรมอยู่ ๖ ล้านบาท ใน ๑๒ ที่ รากฐานความรู้ของประเทศมันเป็นต้นทางเลยนะครับ มันไม่ใช่การเรียนรู้ มันไม่ได้ อยู่ในระบบ และการเรียนรู้ในวันนี้ทุกคนก็บอกว่ามันไปที่ออนไลน์กันไปหมด มันไปอยู่ที่เอไอ แต่ถ้าเผื่อต้นทางของความรู้ที่มันเป็นตัวหนังสือเป็นเล่มที่มันจับต้องได้มันไม่ถูกพัฒนา ความรู้ที่จะไปถ่ายเป็น Digitize ต่อไปในระบบดิจิทัล ไปเป็นเอไอมันก็มีไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเอไอในภาษาไทยมันถึงไม่สามารถลงลึกได้เพราะเนื่องจากต้นทางของความรู้ มันมีไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นก็คือท่านอาจจะต้อง ๑. จะแก้โครงสร้างหอสมุด แห่งชาติไหม มันไม่สามารถอยู่ในกรมสรรพากรได้แล้วนะครับ มันอาจจะต้องมานั่งพูดคุยกัน แล้วจัดโครงสร้างระบบความรู้ของประเทศกันใหม่เพื่อให้หอสมุดแห่งชาติเป็นศูนย์กลางของ การจัดการความรู้ ไม่อย่างนั้นแล้วเราจะมีความรู้ที่มันกระท่อนกระแท่น เราจะไม่มีความรู้ ที่มีฐานใหญ่ ในพระราชบัญญัติกำหนดเลขมาตรฐานสากล หลายท่านคงได้ยินคำว่า ISBN คือใครออกหนังสือก็ต้องไปขอ ISBN แล้วห้องสมุดจะเป็นคนเก็บหนังสือต้นฉบับ ๑ เล่ม เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเราทำเรื่องนี้เข้มแข็ง หอสมุดแห่งชาติซึ่งตอนนี้เขาบอกว่าถ้าเป็นอันที่เป็น ดิจิทัลมีอยู่ประมาณ ๒ ล้าน Copy แต่ถ้าเผื่อเราสามารถจัดการความรู้ของสิ่งเหล่านี้ ให้มันเชื่อมโยงไปถึง หอสมุดแห่งชาติเป็นแม่แรงใหญ่เป็นแม่แรงสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มตัวหนังสือสิ่งพิมพ์ กลุ่มตัวหนังสือภาษาเขียน กลุ่มจารึก ห้องสมุดดนตรี คลังสิ่งพิมพ์ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถส่งถ่ายความรู้ หน้าที่สำคัญของเราอย่างหนึ่งคือการส่งถ่าย ความรู้จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นหนึ่ง ระบบในหอสมุดแห่งชาติกับระบบในดิจิทัลมันเป็นหนึ่ง ในวิธีการที่เราจะส่งถ่ายความรู้ ถ้าเราไม่ส่งถ่ายความรู้กันแล้วเรื่องอื่น ๆ ที่เราทำกันอยู่มันก็ ไม่สามารถต่อยอดไปได้ เพราะฉะนั้นคำถามผมก็คืออยากวิงวอนทั้งท่านรัฐมนตรี แล้วก็ เพื่อน สส. ที่อยู่ในห้องนี้ ตลอดจนท่านผู้ฟัง ท่านผู้รู้ทั้งหลาย ช่วยกันขยับหอสมุดแห่งชาติ ให้มันเทียบทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ ไม่ใช่จะเป็น British Library อย่างในอเมริกานี่ คือ American Congress Library คือห้องสมุดรัฐสภาของอเมริกันเป็นแม่แบบในการวาง ระบบห้องสมุดของโลก ใน Public Library ในเมืองจีนในอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งแรกก็คือเรื่อง โครงสร้างของหอสมุดแห่งชาติ สิ่งที่ ๒ ถ้าท่านสามารถจัดการทำได้เลย คือเงินงบประมาณ ที่มันแบ่งมาจากงบกิจกรรมของคนอื่น ๆ ที่มันไม่สามารถแสดงผลผลิตได้อย่างชัดเจน ลงมาช่วยกันดูในโครงสร้างของหอสมุดแห่งชาติที่มีทั้ง ๑๒ นี้เถอะครับ แล้วก็หอสมุด แห่งชาติให้เป็นแม่แบบในการที่จะเป็นตัวประสานงานกับความรู้ทั้งประเทศครับ ขอบพระคุณครับ