รวี เล็กอุทัย หารือถึงผลกระทบจากพายุบัวลอยที่ส่งผลให้หลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่นอกอำเภอตรอนในจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของรัฐบาลในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและเกษตรกรที่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเรียกร้องให้เร่งบริหารจัดการน้ำในเขื่อนที่มีระดับน้ำเกิน 80 เปอร์เซ็นต์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำอีก
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย แล้วก็กราบเรียนท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านมากครับที่เสียสละเวลามาตอบกระทู้ของกระผมในวันนี้ แล้วก็ รวมไปจนถึงกราบขอบพระคุณท่านศักดาด้วยนะครับที่ท่านได้ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอนนะครับ เพื่อไปเยี่ยมเยียนกับพี่น้องประชาชนผู้ประสบกับอุทกภัย จากพายุบัวลอยที่เกิดขึ้นนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับท่านรัฐมนตรี ผมอยากกราบเรียนว่า ผลกระทบจากพายุบัวลอยที่เกิดขึ้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มันไม่ได้มีเฉพาะแค่ที่อำเภอตรอน ในวันนั้นผมไม่ทราบว่าท่านได้ไปพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะว่าอย่าง ในอำเภอน้ำปาด ทองแสนขัน ท่าปลา ฟากท่า ก็ได้รับผลกระทบที่หนักกว่ามากครับ หนักกว่าที่อำเภอตรอนอีก ก็อยากจะกราบเรียนจริง ๆ ว่าตอนนี้ที่อุตรดิตถ์ได้รับผลกระทบ จากผลกระทบจากอุทกภัยค่อนข้างมาก แล้วสิ่งที่มันเป็นคำถามกับทั้งคนจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมถึงตัวผมด้วย เนื่องจากว่าสถานการณ์ความรุนแรงที่มันหนัก แต่สื่อต่าง ๆ ค่อนข้างเงียบ รวมถึงการพูดถึงผลกระทบของจังหวัดอุตรดิตถ์ในมุมมองของรัฐบาลยังค่อนข้างน้อยมาก ไม่ใช่จะน้อยใจนะครับท่านรัฐมนตรี แต่ว่าเป็นคำถามที่อยู่ในใจของคนอุตรดิตถ์ตอนนี้ว่า รัฐบาลมองเห็นอุตรดิตถ์ไหม ตอนนี้อุตรดิตถ์กำลังเดือดร้อนมาก และท่านจะมีแนวทาง อย่างไร ซึ่งก็เป็นโอกาสอันดีในวันนี้ที่ตัวผมในฐานะตัวแทนของคนอุตรดิตถ์อยากจะมา สอบถามแทนผู้ประสบภัยทั้งประเทศด้วยว่า ทางรัฐบาลจะมีแนวทางในการรับมือกับ เหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่างไรต่อไป ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอกล่าวถึง ผลกระทบจากพายุบัวลอยในเบื้องต้นก่อนนะครับ สไลด์ขึ้นได้เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ จากผลกระทบของพายุบัวลอย เราจะเห็นได้ว่ามีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ๑๙ จังหวัด คิดเป็นประมาณ ๑๑๘,๓๗๑ ครัวเรือน หรือกว่า ๓๙๐,๐๐๐ คนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงมีผู้เสียชีวิตถึง ๒๒ ราย ในขณะที่จังหวัด ภาคเหนือมีอยู่ ๖ จังหวัด ที่รับผลกระทบ ทั้งอุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร และนครสวรรค์นะครับ คิดเป็น ๗๔,๐๐๐ กว่าครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ๑๑๗,๐๐๐ คน ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และมี ๑๑ ราย จาก ๒๒ ราย ตอนต้นเมื่อสักครู่นี้ที่เป็น ผู้สูญเสียชีวิต แต่ท่านรัฐมนตรีครับ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์มีผู้เสียชีวิต ๘ รายจากผู้เสียชีวิต ๑๑ รายเมื่อสักครู่นี้นะครับ และยังมีผู้สูญหายอีก ๑ ราย ที่ตอนนี้ยังหาไม่เจอว่าอยู่ที่ใด เมื่อวานนี้ผมก็ได้มีการหารือเรื่องนี้ไปแต่วันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ท่านรัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้ต่อ นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าแม้นสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ณ ตอนนี้จะอยู่ในระดับที่ ทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นมันได้ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรง ต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งอย่างที่ผมบอกว่ามันส่งผลกระทบหนักมากจริง ๆ บางครอบครัว เรียกได้ว่าแทบไม่เหลืออะไรเลยนะครับท่าน ไม่ว่าจะเป็นทั้งบ้าน ทรัพย์สินเงินทอง พื้นที่ ทำมาหากิน หรือผลผลิตทางการเกษตร พี่น้องประชาชนไม่เหลืออะไรเลย รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้าง ทางสาธารณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง สะพาน หรือสถานที่ราชการที่มีความจำเป็น ในการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะโรงพยาบาล โรงเรียน รวมถึง ศาสนสถานก็ล้วนได้รับความเสียหายทั้งสิ้น อีกทั้งถ้าเราไปลองดูที่สถานการณ์น้ำล่าสุดครับ ท่านรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่น่ากังวลอีกเช่นเดียวกันครับ เพราะว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ หลายแห่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มี ปริมาณน้ำกักเก็บอยู่มากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ รวมกว่า ๒๐ อ่าง โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ครับ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ในปัจจุบันนี้นะครับมีน้ำกักเก็บอยู่ถึง ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ต้องภาวนาครับ ว่าขอให้อย่ามีพายุ อย่าให้มีฝนชุดใหญ่ มวลน้ำขนาดใหญ่ลงมาซ้ำเติมอีก เพราะไม่อย่างนั้น คงล้นแล้วก็ส่งผลกระทบรุนแรงมากกว่านี้แน่นอน ดังนั้นผมจึงมีประเด็นคำถามครับ ๒-๓ ข้อ ที่อยากจะฝากถามไปยังท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลครับเกี่ยวกับมาตรการ รับมือต่าง ๆ ต่อจากนี้เกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้น โดยคำถามแรกจะเป็นประเด็น เกี่ยวกับการช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาครับ ท่านมีแนวทางอย่างไรในการฟื้นฟูเยียวยาพี่น้อง ประชาชนผู้ประสบภัยในครั้งนี้ รวมถึงท่านได้มีการสำรวจความเสียหาย การพิจารณา หลักเกณฑ์และการเร่งรัดเงินเยียวยา เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าและเพียงพอต่อความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจริงแล้วหรือไม่ โดยผมทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีการประกาศเรื่องการเยียวยา ๙,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เป็นกรณีที่พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย แต่ในกรณีของ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก อย่างเช่น กรณีผู้เสียชีวิตหรือบ้านพังทั้งหลัง ๙,๐๐๐ บาทคงไม่เพียงพอ ทางรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างไรได้บ้างครับ อย่างเช่นการใช้งบทดรองจ่ายหรือกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น รวมไปถึงการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ การเยียวยาตรงจุดนี้คือ มันจะมีข้อจำกัดบางอย่างในเงื่อนไข อย่างเช่น ของกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน การลงทะเบียน เพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการทำประมง ทางรัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ อย่างไรบ้าง อยากให้ท่านช่วยสรุปช่องทางที่จะช่วยเหลือผู้เสียหายที่เกิดขึ้นด้วยครับ ในคำถามแรกประมาณนี้ ขอบคุณครับ