มานพ คีรีภูวดล อภิปรายเรื่องค่าไฟฟ้าแพงและเสนอให้เปิดเสรีการผลิตไฟฟ้าโดยให้ประชาชนผลิตใช้เองได้ พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขโครงสร้างการบริหารพลังงานโดยเฉพาะกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่มีเอกชนเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถผลิตไฟฟ้าจากขยะหรือชีวมวลได้
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ ที่ได้นำเสนอกรณีเรื่องของจะทำอย่างไรให้ค่าไฟฟ้าของพี่น้องที่มันแพง จะมีราคาที่ต่ำลง ผมเห็นด้วยกับข้อสังเกตทุกประการ แต่สำคัญที่สุดผมชอบคำว่า ถ้าเราเปิดเสรีการผลิตไฟฟ้า อะไรที่มันเสรี ประชาชนก็จะมีสิทธิเลือกครับ แต่ทุกวันนี้ท่านประธานก็ทราบว่า ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในหมวด ๕ มาตรา ๕๖ ไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะ เพราะฉะนั้น คือมันเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องบริการ แต่การบริการของรัฐตอนนี้ การจัดบริการครั้งนี้ เรื่องไฟฟ้ามันทำให้ประชาชนต้องรับภาระเรื่องของค่าไฟฟ้าที่แพง สาเหตุที่มันแพงก็ ผู้ผลิตมีไม่กี่คน ผู้ผลิตมีไม่กี่คน เขาผลิตอย่างไร เขาก็ต้องเอาต้นทุนที่ได้กำไร ท่านประธาน ก็ทราบว่ามีบริษัทเอกชนบางบริษัท สามารถรวยขึ้นมาในระยะเวลา ๑๐ ปี ท่านประธาน ก็ทราบ วันนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในการผลิตอะไรมากมาย มีหน้าที่เป็น ฝ่ายดำเนินการบริหารจัดการ สิ่งที่สำคัญ ผมอยากจะบอกอย่างนี้ครับ ข้อเสนอโดยเฉพาะ การออกนโยบายเรื่องของการผลิตไฟฟ้าเสรี ศักยภาพของประเทศทำได้ ผมอภิปรายเรื่องนี้ ตั้งแต่รัฐสภาชุดที่แล้ว เอาแค่ทุกหลังคา ประเทศไทยมีอยู่ ๒๒ ล้านครัวเรือน ทุกหลังคา ถ้าเราสามารถให้แต่ละหลังคาผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ อาจจะเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็แล้วแต่ เราสามารถที่จะทำให้การผลิตไฟฟ้าแบบเสรี ประชาชน พึ่งพาตัวเองได้ และที่สำคัญคือภูมิอากาศ ระบบแสงในประเทศไทยไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลย ที่จะทำให้ประชาชน ๒๒ ล้านหลังคาเรือนผลิตไฟฟ้าได้เอง แต่ทั้งหมดนี้มันก็ไม่เกิดขึ้น เพราะมันติดอยู่ที่นโยบาย ติดอยู่ที่กระทรวงพลังงาน เช่นกันครับ เรื่องของท้องถิ่น ทำอย่างไรจะทำให้ท้องถิ่นไม่ว่า อบต. เทศบาล สามารถผลิต ไฟฟ้าใช้เองได้ เขามีวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นขยะ ไม่ว่าจะเป็นชีวมวลต่าง ๆ เหล่านี้ ตัวนี้ก็เป็นปัญหา แต่เราก็ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนหรือข้อเสนอของกรรมาธิการ ผมเห็นด้วยครับ แต่รายละเอียดไม่รู้จะทำอย่างไร อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานว่า รายงานฉบับนี้มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญคือรายงานฉบับนี้ใครจะไปดำเนินการต่อ ผมคิดว่าอันนี้เป็นจุดสำคัญมาก ๆ สิ่งที่ผมเห็นรายงานฉบับนี้จะไม่สามารถเป็นประโยชน์ อะไรเลย ถ้าหากโครงสร้างและกลไกการบริหารพลังงานของประเทศยังคงเหมือนเดิม อันที่ ๑ ก็คือกระทรวงพลังงาน อันที่ ๒ คือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ท่านประธานลองไปดูครับ คณะกรรมการนี้มีใครบ้าง มีแต่เอกชนทั้งนั้น ผมไม่แน่ใจว่า เป็นตัวแทนของเจ้าของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้าขายให้เราหรือเปล่า คือเขาขายให้กับการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต ไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ไปขายให้ พี่น้องประชาชน ที่ท่านเล่ามานั่นถูกทั้งหมดเลย ไม่ว่าค่าใช้จ่ายที่เราเรียกว่า Ft ที่ผมเคยถาม ว่าคืออะไร Ft เป็นค่าที่ไม่สามารถคำนวณได้ แต่อยู่ในค่าใช้จ่าย ไม่ว่าไฟสาธารณะ สุดท้ายก็มากขึ้นเป็นหาค่าเฉลี่ย คนไทยทุกคน ๖๐ ล้านคนก็ต้องมาจ่ายด้วยกัน ถ้าหากนโยบายการผลิตไฟฟ้าแบบเสรีที่อยู่ในรายงานฉบับนี้จะเป็นจริงได้ ผมอยากจะชี้ให้กับ กรรมาธิการ ผมอยากจะชี้ให้กับท่านประธานว่าเราต้องไปแก้ไขตรงไหนบ้าง นโยบายของ กระทรวงพลังงานมันจะต้องมีความชัดเจนในแง่ของข้อกฎหมายว่าด้วยการเปิดเสรีที่ชัดเจน ว่าส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นกำหนดเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์เลยว่าพื้นที่ท้องถิ่นที่มีศักยภาพ ในการผลิตไฟฟ้าเองได้ เราตีเป็นเปอร์เซ็นต์เลยว่าไฟ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี่ ท้องถิ่นสามารถผลิต ได้เองเท่าไร จังหวัดผลิตได้เท่าไร ดังนั้นผมคิดว่าข้อเสนอของกรรมาธิการในข้อ ๔.๒.๕ เรื่องกำลังไฟฟ้าในการผลิตแบบเสรีต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเกิดขึ้นได้จริงครับ
ประเด็นสุดท้าย นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก ผมคิดว่าวันนี้พี่น้องประชาชน รวมถึง กรรมาธิการ รวมถึงท่านประธาน เพื่อน สส. ทุกคนอยู่ในการดูแลกำกับของคนกลุ่มนี้ ก็คือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผมอภิปรายเรื่องนี้ตลอด มันไม่ใช่เรื่องยากเลย เรื่องนี้ถ้าจะทำ ก็กรรมการกับกระทรวงพลังงานก็มานั่งคุยกัน ก็เอารายงานของกรรมาธิการ ชุดนี้ แล้วผมเข้าใจว่ามีรายงานของรัฐสภาที่ออกมาลักษณะคล้าย ๆ แบบนี้เยอะมาก แต่ว่ามันก็เป็นรายงานจากสภา เพราะฉะนั้นก็คือคณะกรรมการ ๒ กลุ่ม ส่วนหนึ่งมันก็เป็น ของกระทรวง ส่วนหนึ่งก็เป็นขององค์กรอิสระออกมา เป็นคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน ถ้าจะให้เป็นจริง องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ต้องมาจากผู้ใช้ไฟด้วย ผู้ผลิตไฟด้วย ผู้ใช้ไฟในประเทศไทยมีกี่กลุ่ม ตั้งแต่ท้องถิ่น ประชาชนผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า เราควรจะเลือกตัวแทนจากกลุ่มผู้ใช้ไฟ เข้าไปเป็นคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงานด้วย ไม่ใช่มีเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการหรือผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ แต่ในความเป็นจริงแล้วท่านประธานทราบไหมครับ ผมว่าล่าสุดเราก็เห็นว่ามีข่าวออกมา ว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานนี้ไปนั่งกินอาหารร่วมโต๊ะ ไปดูงานที่ยุโรป กับกลุ่มพลังงาน แล้วเราจะเชื่อมั่นได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานไปยังกรรมาธิการ ผมอยากจะฝากข้อสังเกต ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ผมคิดว่า ข้อเสนอทั้งหมด ผมเห็นด้วยหมดเลยทุกข้อ แต่ถ้าจะทำให้เป็นได้จริงผมคิดว่า ตัวโครงสร้าง ตัวกลไกที่ไปกำกับ ตัวนี้สำคัญ ข้อเสนอตัวนี้มันไม่สามารถจะดำเนินการได้ เพราะตัวกำกับและตัวนโยบายยังเหมือนเดิม ผมเสนอเอาให้ชัดเจนอย่างที่ผมว่าเมื่อสักครู่นี้ ว่า ๒๒ ล้านครัวเรือนในประเทศไทยผลิตไฟฟ้าได้เอง ซึ่งหมายความว่ามาตรการต่อไป ว่าด้วยการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ สนับสนุนบริษัทที่มีขีดความสามารถในการผลิตโซลาร์เซลล์ สนับสนุนให้เขาดำเนินการและสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามาซื้อในราคาที่ถูกอันนี้ ต้องมีมาตรการ อันที่ ๒ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่เลือกกันมา ผมคิดว่าขอให้มาจากการเลือกตั้ง ก็แล้วกัน จากผู้ใช้ไฟ ผู้ใช้ไฟก็จะได้กำหนดตัวเองว่าไฟฟ้าของประเทศไทยตกลงกำลัง การผลิตมีเท่าไร เกินเท่าไร แล้วใครที่มีศักยภาพควรจะผลิต ข้อเสนอของผมมันสามารถ ที่จะนำไปสู่เป้าหมายของคณะกรรมาธิการที่เสนอในรายงานตามข้อสังเกตทุกข้อได้เลย ผมคิดว่าเรื่องนี้ที่ผมอภิปรายคงไม่สำเร็จภายในพรุ่งนี้วันนี้ แต่ว่าข้อเสนอนี้ถ้าเอาโครงสร้าง ถ้าเอาปัญหา จริง ๆ ติดอยู่ที่ตัวนโยบายจริง ๆ ถ้าเราไม่แก้ตัวนโยบายและโครงสร้างตัวนี้ มันไม่สามารถจะดำเนินการได้ ฝากท่านประธานและกรรมาธิการขอบคุณมากครับ