สุรพันธ์ ไวยากรณ์ เสนอแนะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตรวจสอบแผนพัฒนาพลังงานที่หายไป และดำเนินการแก้ไขให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็น 0 นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการศึกษาการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยถามว่าทำไมจะต้องเลือกการศึกษาที่ประเทศปากีสถาน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนครับ ต่อรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องญัตติปัญหาค่าไฟแพง ของคณะกรรมาธิการการพลังงาน ผมเห็นด้วยในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการทั้ง ๖ ข้อ โดยเฉพาะในข้อที่ ๕ ซึ่งเป็นเรื่องของการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือพีดีพี ซึ่งที่ผมห่วงใย เพราะว่าตอนอภิปรายงบประมาณของกระทรวงพลังงานที่ผ่านมา ของปี ๒๕๖๙ ผมเองก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเรากำลังพูดถึงแผนพีดีพีฉบับไหนครับ เพราะแผนพีดีพีที่ท่านกำลัง Reference อยู่ ผมกำลัง Reference อยู่ มันคือแผนพีดีพี ๒๐๒๔ ซึ่งเป็นแผนที่เรียกว่าจัดทำ รองรับในเรื่องของพลังงานใหม่แล้วก็พลังงานทดแทน แต่ปัจจุบันจริง ๆ แผนพีดีพีไม่ทราบว่าหายไปไหนและอยู่ในขั้นตอนไหน เพราะว่า เท่าที่ทราบก็คือ มันมีการรื้อแผน แล้วก็การปรับปรุงโครงสร้างของกรรมการชุดใหม่ในการ พิจารณา ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องย้อนกลับไป ผมก็ยังถามเลยว่าตอนนั้นทางกระทรวงพลังงาน ที่มีเรื่องของการศึกษาแผนของกระทรวงพลังงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้า ของประเทศ ในวงเล็บของกระทรวงพลังงานยังเป็นพีดีพีเฉย ๆ ยังไม่ได้ระบุเลยด้วยซ้ำ เพราะอย่างที่บอก คือปีนี้ ปี ๒๐๒๕ แล้วนะครับ ความสำคัญของแผนตัวนี้มันสำคัญมาก เพราะว่าแผนตัวนี้มันเป็นตัวกำหนดหลักในการใช้พลังงานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ปริมาณการใช้ไฟ แล้วก็ในเรื่องของการลงทุนระบบไฟฟ้าว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าแบบไหน สัดส่วน พลังงานเป็นแบบไหน จำนวนโรงไฟฟ้ากี่โรง เน้นพลังงานแบบไหน ซึ่งแผนพีดีพีก่อน ก็คือ ปี ๒๐๑๘ จะเน้นในเรื่องของก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ แล้วก็ถ่านหิน สัดส่วนของพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดอยู่แค่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่แผนพีดีพี ปี ๒๐๒๔ ถือว่าจัดค่อนข้างดีมาก ๆ คือผมขอเป็น Reference จากแผนพีดีพี ปี ๒๐๒๔ แล้วกันว่าจากเดิมโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแผน ปี ๒๐๒๔ ลดลงจาก ๕๓ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็โรงไฟฟ้าถ่านหินจากเดิม ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ ๗ เปอร์เซ็นต์ โดยเพิ่มการผลิต โรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์พลังงานลม หรือถึงขั้น ถึงพลังงานไฮโดรเจนผสมกับก๊าซธรรมชาติในกระบวนการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังงาน แสงอาทิตย์ มีแผนในการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็น Solar Rooftop โซลาร์ฟาร์ม หรือว่า Solar Floating รวมกว่า ๑๖ เปอร์เซ็นต์ หรือว่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนค่าไฟเฉลี่ยได้ เหลือประมาณการอยู่ที่ ๓.๘๗ บาท ต่อหน่วย แล้วทางกระทรวงพลังงานเองก็ยังเปิดให้กับผู้ผลิตพลังงานสะอาดได้ใช้ในส่วนของ Power Purchase Agreement หรือ PPA ซึ่งเป็นการส่งเสริมด้วย แต่อย่างที่บอกสุดท้ายนี้ แผนพวกนี้ไม่ทราบว่าหายไปไหน นี่ปลายปี ๒๐๒๕ แล้ว ผมอยากให้ท่านคณะอนุ กรรมาธิการและทางกรรมาธิการการพลังงานได้ตระหนักถึงความสำคัญ เพราะผมยังไม่รู้เลย ว่าแผน ปี ๒๐๒๖ นี้จะเสร็จหรือเปล่า แต่ว่าโชคดีที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนใหม่ เมื่อวันอังคาร มีประเด็นที่ทางเพื่อนสมาชิกก็ได้สอบถาม ท่านเองก็รับปากว่าภายใน ๔ เดือน ทางรัฐมนตรีท่านรับปากว่าจะดูเรื่องของแผนตัวนี้ให้เสร็จเรียบร้อย เราเอง ก็คาดหวัง เพราะว่าจริง ๆ แล้วความมุ่งหมายเรานอกจากเรื่องหมุดหมายแรกในการทำแผน พีดีพีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความไปสู่คาร์บอนที่เราบอกกับประชาคมโลกว่าอีก ๒๕ ปีข้างหน้า หรือว่าปี ๒๐๕๐ หรือว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็น ๐ หรือว่า Net Zero ที่เรา ก็สัญญากับประชาคมโลกว่าเราจะตั้งเป้าในปี ๒๐๖๕ หรืออีก ๔๐ ปีข้างหน้าจุดมุ่งหมายก็คือ มันจะต้องเริ่มจากแผนพัฒนาพลังงานครับ แผนพีดีพีเป็นตัวสำคัญ แล้วแผนนี้ทุกอย่าง มันก็จะเป็นตัวกำหนด เพราะอย่างที่บอก มันคือต้นทุนของค่าไฟที่ประชาชนคนไทยทุกคน ต้องจ่าย
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ผมขอฝากสั้น ๆ พอดีทางเพื่อน สส. ศุภโชติ ไชยสัจ ในรายงานหน้า ๑๐๗ เรื่องของการศึกษาการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าในต่างประเทศ มีคำถามว่าทำไมต้องเป็นการศึกษาที่ประเทศปากีสถาน โครงสร้างพลังงานคล้ายกับ ประเทศไทย หรือว่าต้นทุนต่าง ๆ มันคล้ายกับประเทศไทยหรืออย่างไร อันนี้ทางเพื่อน สส. ศุภโชติฝากถามมาว่าทำไมจะต้องเป็นประเทศปากีสถาน ขอบคุณมากครับ