วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องการปฏิรูปตำรวจ โดยเสนอให้ยุติการซื้อขายตำแหน่งและถ่ายโอนภารกิจกฎหมายต่าง ๆ ออกไปจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างตำรวจที่เป็นนักรบจริง ๆ และให้กระจายกำลังกลับคืนถิ่นเพื่อให้ประชาชนมีความสุข
ผมขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยน กับคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งครับ เพราะว่าผมนั่งฟังท่านมาพอสมควรครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ฝากท่านโฆษกกรรมาธิการซึ่งยังอยู่นะครับ ผมฝากว่าอย่าเพิ่งจบเรื่องบทสรุปเรื่องการปฏิรูปตำรวจ นี่เป็นก้าวแรกของท่าน เพราะว่า ผมฟังพี่น้องตำรวจหลายท่านที่เขาร่วมในคณะก็มีข้อคิดและแนวทางที่เตรียมสำหรับ การปฏิรูปจริง ๆ แต่เรื่องปฏิรูปตำรวจมันเรื่องใหญ่จริง ๆ ครับ ผมเข้าใจว่าท่านจะต้องเผชิญ ปัญหาทุกอย่าง หลายท่านที่เป็นกรรมาธิการเคยโดนหนัก ๆ มาแล้ว ไม่ว่าท่านวิรุตม์ ที่เคยออกมาซดกับเขาเรื่องซื้อขายตำแหน่งจนกลายเป็นตำรวจนอกแถว แล้วก็มาเป็น คนที่ทำกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อเพื่อนพี่น้องตำรวจ แล้วไม่ว่าท่านสุพิศาล ซึ่งท่านก็เป็นผู้ใหญ่ ที่มีความเมตตาแล้วก็พูดถึงตำรวจชั้นผู้น้อยหลาย ๆ ท่านครับ ท่านเจนกมล ผมคิดว่า ท่านก็ต้องทำต่อในเรื่องของการปฏิรูปตำรวจ แล้วก็เรื่องที่ผมคิดว่าท่านต้องจับให้แน่น เพื่อหาหลักให้ได้จริง ๆ ว่าเราจะยุติการซื้อขายตำแหน่งอย่างไร ผมฟังคำสะท้อน ของลูกตำรวจนะครับท่านธีรวัตร์ ผมว่าท่านเข้าใจวิญญาณของตำรวจ การเข้าขึ้นเป็นตำรวจ ผู้ใหญ่มันต้องขึ้นไปด้วยความสง่างามและศักดิ์ศรี แต่วันที่เราเห็นคนที่วิ่งซื้อตำแหน่งกัน แล้วก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ท่านก็จะรู้สึกเห็นเส้นทางชีวิตคนนั้น ตั้งแต่ก่อนมาซื้อตำแหน่ง ว่าเป็นตำรวจเลว และเมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยการเป็นตำรวจเลว อนาคตข้างหน้า ประเทศชาติประชาชนฝากความหวังไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าสวมวิญญาณตำรวจจริง ๆ ผมคิดว่าการปฏิรูปที่ท่านเจนกมลคิดไว้ ก็ต้องทำด้วยความจำเป็นครับ ในเรื่องของ การถ่ายโอนภารกิจ ภารกิจตำรวจมันมากครับ ท่านคือกองกำลังพิทักษ์ประชาชน ภายในประเทศ แต่ท่านแบกทุกอย่างที่เป็นกฎหมายในประเทศนี้ไว้ทั้งหมดบนบ่า ถ้าท่านแบกอย่างนี้ผมมีเพื่อนที่จบกฎหมายพร้อมกันไปเป็นตำรวจได้ ๓ ปี เป็นพนักงาน สอบสวนยิงตัวตายที่โรงพักเล็ก ๆ ครับ เพราะสำนวนสอบสวนมันล้นหัว แล้วมันก็เกิน ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ตัวเองเรียนมา แล้วต้องแบก กฎหมายทุกฉบับ ถ่ายโอนไปครับอย่างที่ท่านตั้งใจ ถ่ายโอนกฎหมายที่เกี่ยวกับป่าไม้ไปให้ป่า ไม้ ถ่ายโอนไปให้ประมง ถ่ายโอนไปให้กรมเจ้าท่า ถ่ายโอนไปสรรพากร ถ่ายโอนไป กรมการศาสนา ถ่ายโอนไปทั้งหมด ท่านคือกองกำลังที่ถ้าเขาจำเป็นต้องเรียกใช้ เพราะฉะนั้นการฝึกอย่างมีวินัยที่ท่านอนุกรรมาธิการเสนอเมื่อสักครู่ว่าไม่ใช่ฝึก ๒ รอบ คือเข้าโรงเรียนพลแล้วนายร้อย อายุ ๕๓ ปี ฝึกอีกรอบหนึ่ง ผมคิดว่าผมเห็นด้วยในการที่ต้อง สร้างตำรวจที่เป็นนักรบจริง ๆ ในการเผด็จการในทุกสนามและโอนงานที่เป็นปลีกย่อย ของตัวเองทั้งหมดให้คนอื่นเขาทำ ใครที่เป็นตำรวจสอบสวนเก่ง เขาอาจจะเติบโตเป็นอธิบดี กรมข้างเคียงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ เมื่อเขาก้าวไปจากพนักงานสอบสวน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นพนักงานสอบสวนกรมประมง เป็นพนักงานสอบสวน กรมเจ้าท่า เป็นพนักงานสอบสวนกรมสรรพากร เป็นพนักงานสอบสวนกรมต่าง ๆ ที่ถือกฎหมายที่มีโทษทางอาญาอยู่ในมือ วันหนึ่งท่านที่นั่งตรงนี้จะมีเพื่อนเป็นอธิบดี อยู่ทั้งแผ่นดิน เพราะผมเชื่อคนที่เป็นตำรวจผ่านงานสอบสวนตำรวจได้ก้าวไปที่อื่น เขาเติบโตได้จริง ๆ ไม่เชื่อท่านโฆษกลองไปดูครับ หลายคนที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานปัจจุบัน พันตำรวจโท พันตำรวจเอก หลาย ๆ คนนั่งอยู่ในสภาก็แค่พันตำรวจโท ก็ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี ก็เยอะแยะเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่างานอันนี้จะกดเราไว้แค่นี้ ให้กำลังใจทุกท่านที่มาเป็นอนุกรรมาธิการ ท่านสะสมประสบการณ์แล้วผมคิดว่าผมก็อยู่ในสภามานาน เผชิญหน้ากับเรื่องของตำรวจมาเยอะ เพราะฉะนั้นผมก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้กำลังใจพวกท่านทุกคน เพื่อสร้างตำรวจของ ประเทศไทยให้เป็นตำรวจที่ดี ประชาชนฝากความหวังได้ แล้วเราก็จะมีประเทศชาติที่มีความสุข กระจายตำรวจ พาตำรวจกลับคืนถิ่นครับ อย่าถ่วงเขาไว้ที่นี่ กลับคืนถิ่น กลับบ้านเขา จะมีความสุขทุกคน ก่อนเกษียณทหารระดับนายสิบ ระดับนายดาบอายุ ๕๙ ปี สิ้นกันยายนนี้ ทุกคนไม่ต้องไปทำงานแล้ว แต่งเครื่องแบบได้ แต่ก็คือกลับไปอยู่บ้านเพื่อเตรียมตัว พร้อมการเกษียณ เพราะทั้งชีวิตเขาถูกฝึกมาเพื่อทำหน้าที่ทหาร เช่นเดียวกันครับท่านตำรวจ ท่านเป็นนายสิบ นายดาบ มาถึงวันหนึ่งท่านอยู่ในจังหวัดไหนก็ตามที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนท่าน ท่านอายุ ๕๙ ปีแล้วกลับไปเตรียมความพร้อมเป็นประชาชนครับ ต้องให้เวลาเขา และเขายังเป็นตำรวจเหมือนเดิม ติดยศเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าไม่ต้องมานั่งเฝ้าโรงพัก กลับไปเตรียมความพร้อมการไปสู่ประชาชน ท่านอายุยังไม่เยอะ แต่เมื่อท่านอายุ ใกล้ ๆ ๖๐ ปี ท่านจะรู้สึกว่าท่านต้องการเวลาเตรียมความพร้อม ไม่ใช่วันที่ ๓๐ กันยายน แล้วหมดทุกอย่าง กลายเป็นตำรวจนั่งซึมเศร้า ผมเจอมาเยอะ นายพลมือปราบประเทศนี้ สุดท้ายตายด้วยการฆ่าตัวตายครับ