วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ชี้แจงรายงานการปฏิรูปตำรวจต่ออนุกรรมาธิการและตอบข้อซักถามจากสมาชิกสภา โดยวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาโครงสร้างตำรวจไทยที่ขาดแคลนจริงแต่เกิดจากการจัดสรรงบประมาณผิดรูปและระบบราชการแบบทหาร พร้อมทั้งเสนอให้กระจายอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อแก้ปัญหาทุจริต และชี้แจงว่าตำรวจเป็นเจ้าพนักงานทุกกระทรวงตาม พ.ร.บ. องค์กรตำรวจแห่งชาติ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม พันตำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อนุกรรมาธิการศึกษารายงาน การปฏิรูปตำรวจ ผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องและท่านสมาชิกบางท่านได้ซักถาม
ประเด็นแรก เรื่องปัญหาการทำงานของพนักงานสอบสวนซึ่งมีสมาชิก ท่านหนึ่งได้บอกว่าปัญหาขาดโน้นขาดนี่อะไรก็แล้วแต่ ผมขอเรียนว่าปัญหาความขาดแคลน ของตำรวจไม่ว่าจะเป็นสายงานใดก็แล้วแต่ ซึ่งดำเนินมาเป็นนับเวลาเป็น ๔๐ ปี ๕๐ ปี ในข้อเท็จจริง ใช่ มันเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นความขาดแคลนของเขา การถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการดูแลเหมือนกับข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ปัญหาไม่ได้เกิดจาก การที่ตำรวจแห่งชาติไม่มีงบประมาณเพียงพอ ผมขอเรียนเลยว่างบประมาณของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติหรือแม้แต่กรมตำรวจในอดีตนั้นมีเพียงพอ เหลือเฟือด้วยซ้ำไป เพียงแต่ว่า ตำรวจไทยเราจัดโครงสร้างที่ผิดรูปไปจากการทำงานที่ควรจะเป็นเลยทำให้เกิดหน่วยบริหาร การดูดซับงบประมาณในเบื้องบน ในระดับบน ในตำแหน่งระดับสูง ฝ่ายอำนวยการมากมาย เพราะฉะนั้นงบประมาณไม่ว่าจะจัดมาเท่าไร ก็จะถูกใช้จ่ายไปในเรื่องของเงินเดือนของ ข้าราชการตำรวจระดับสูง แล้วก็การอำนวยความสะดวกจึงทำให้ผู้ปฏิบัติงานในทุกสายงาน เกิดความขาดแคลน ซึ่งผมถือว่าเป็นปัญหาเชิงปรากฏการณ์ ในข้อเท็จจริงตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ขาดแคลนงบประมาณ ผมเป็นผู้กำกับสถานีตำรวจถึง ๘ ปี ผมรู้ดีว่าตำรวจ ไม่ได้ขาดงบประมาณ ยังมากกว่าองค์กรอื่นด้วยซ้ำไป ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันนี้ตำรวจมีรถ มีอุปกรณ์โน่นนี่มากกว่าอำเภอเสียอีก หลายท่านที่อยู่ต่างจังหวัดก็คงทราบดี เพราะฉะนั้น การปฏิรูปของเราแนวทางอันนี้เป็นการเปลี่ยนโฉมองค์กรตำรวจของไทยครั้งใหญ่ในรอบ ผมว่าไม่ร้อยปีก็เกือบนะ ที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงตำรวจที่เป็นระบบทหารไปสู่ระบบพลเรือน ผมขอเรียนเลยว่าคำว่าตำรวจเราเข้าใจผิดกันมานานว่าตำรวจหมายถึงตำรวจแห่งชาติ แท้จริงไม่ใช่ครับ ตำรวจเป็นฟังก์ชัน เป็นบทบาทหน้าที่ ซึ่งตาม ป.วิอาญา จะเขียนไว้ ว่าเจ้าพนักงานทุกกระทรวง ทบวง กรมที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยถือเป็นตำรวจ ตาม ป.วิอาญาด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นศุลกากร ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง กรมเจ้าท่า กรมป่าไม้ พวกนี้เขาก็ทำหน้าที่ในการตรวจตรารักษากฎหมายเขาถือเป็นตำรวจ เพราะฉะนั้นตำรวจไม่มียศ ในประเทศไทยเรามีอยู่แล้ว คือหน่วยงานพลเรือนเหล่านี้ เพียงแต่ว่าองค์กรที่ทำหน้าที่อย่างจริงจังอยู่ในตำรวจแห่งชาติหมด ไม่ว่าจะเป็น กรมทางหลวง ตำรวจทางหลวง ตำรวจป่าไม้ ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค ตำรวจเศรษฐกิจ ตำรวจไอซีที แม้กระทั่งตรวจคนเข้าเมือง หัวใจของการรายงานของรายงานฉบับนี้ ก็ขอเรียนว่าการกระจายอำนาจสู่ตำรวจจังหวัด โดยในข้อเท็จจริงไม่จำเป็นต้องออกกฎหมาย ด้วยซ้ำไป คือระเบียบคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติสามารถออกระเบียบได้ ให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดมีอำนาจแต่งตั้ง โยกย้าย ให้คุณให้โทษตำรวจในจังหวัดได้ เมื่อผ่านคณะกรรมการ ตำรวจจังหวัด ซึ่งอาจจะพัฒนาองค์ประกอบให้มีความสมบูรณ์เป็นที่ยอมรับของผู้คน เพราะฉะนั้น ตำรวจก็จะเติบโตในจังหวัด แต่งตั้ง โยกย้ายในจังหวัด การวิ่งเต้นย้ายจาก จังหวัดหนึ่งไปจังหวัดหนึ่ง ภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาคหนึ่ง จะทำได้ยากมากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ตามโครงสร้างใหม่ เพราะฉะนั้นการซื้อขาย ตำแหน่ง วิ่งตำแหน่ง ซึ่งมันเกิดจากการโยกย้ายที่ Open มันหายไป เพราะฉะนั้น ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งที่บางท่านบอกว่าจะแก้อย่างไร มันต้องแก้ด้วยโครงสร้างครับ ไม่ได้แก้ด้วยการไปไล่จับ แม้กระทั่งเรื่องเงินเดือนของตำรวจที่หลายท่านบอกว่าน้อย ผมขอเรียนเลยว่าผมเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรในจังหวัด ผมขอเรียนเลยว่าตำรวจ โดยเฉพาะแค่เงินเดือนเขา เขาก็พอเลี้ยงชีพได้ ถ้าเขาเป็นคนในภูมิลำเนานั้น อยู่ใกล้ ๆ อยู่ในอำเภอหรืออยู่ในจังหวัดก็ตาม เขาจะพอกินพอใช้ แล้วก็จะเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะที่ดี สูงกว่าประชาชนในจังหวัดนั้นด้วยซ้ำไป ฉะนั้นท่านจะเห็นว่าปัจจุบันเปิดรับตำรวจแค่ ๑๐๐ อัตรา มีคนสมัครเกือบ ๑๐,๐๐๐ คนอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตำรวจก็ไม่ได้เป็นอาชีพที่ เงินเดือนน้อย ถ้าเราไม่คิดแบบหรูหรา คิดแบบว่าประชาชนในประเทศเรายังยากจน เพราะฉะนั้นเงินตำรวจก็เป็นไปตามคุณวุฒิ เพียงแต่ทำอย่างไรเราจะพัฒนาให้เขามีอนาคต จากตำรวจชั้นประทวนที่เราเรียกกันแบบดูแคลน แบบทหาร ในอนาคตอาจจะต้อง เปลี่ยนแปลงไปเป็นระดับปฏิบัติการ ๑ ๒ ๓ แล้วแม้กระทั่งการฝึกอบรมตำรวจที่ผิดรูป ผิดร่าง คือเรียนเตรียมทหารก็จะต้องไม่มี เพราะว่าทหารเขาฝึกอย่างหนึ่ง แต่ตำรวจ เป็นเจ้าพนักงานยุติธรรมที่จะต้องมีจิตสำนึกของความจริง ของการรักความจริงและ ความยุติธรรมมันต่างกัน เพราะฉะนั้นหลายอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปจากรายงานฉบับนี้ ที่เป็นเหมือนทิศทางนำไปสู่การออกกฎหมายฉบับต่าง ๆ ที่จะรองรับ หัวใจมันผมขอสรุปว่า มีอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือการให้ตำรวจอยู่ภายใต้อำนาจการบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด แม้กระทั่ง กทม. ก็จะมีอำนาจบังคับบัญชาผ่านกรรมการ กต.ตร. จังหวัด ซึ่งปัจจุบันผู้ว่ากทม. ก็ดี แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นประธานอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ตาม พ.ร.บ. ตำรวจให้มีหน้าที่แค่ปรึกษาหารือเท่านั้นเอง ซึ่งเหมือนกับก็ไม่ถือว่า เป็นอำนาจ ทำอย่างไรให้เขามีอำนาจตรงนี้ ตำรวจจะต้องทำงานภายใต้นโยบายของจังหวัด แล้วก็ตอบสนองผู้ว่าราชการจังหวัด ตรวจสอบควบคุมได้ แต่งตั้งโยกย้าย ลงโทษทางวินัยได้ ใครจะย้ายออกจากจังหวัดถ้าคณะกรรมการตำรวจจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เห็นชอบก็ต้องย้ายไม่ได้ ส่วนกลางก็จะย้ายไม่ได้ เช่นนี้เป็นต้น ผมขอเรียนเลยว่า แนวทางการปฏิรูปอันนี้ในฐานะที่ผมเคยเป็นผู้กำกับสถานีถือเป็นหัวหน้าสถานี ซึ่งเป็นงานพื้นฐานของตำรวจการเปลี่ยนแปลงตามนี้จะทำให้ปัญหาตำรวจต่าง ๆ ที่เราคับข้องใจโดยเฉพาะประชาชนคนยากคนจนถูกรังแก แล้วแทบไม่มีใครจัดการได้ เช่น ปัญหาการไม่รับคำร้องทุกข์ ปัญหาการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ กลั่นแกล้ง รังแกประชาชน จะหมดไป หมดไปเพราะเหตุใด ก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเขาอยู่ใกล้ชิด เขาสามารถ ที่จะลงโทษทางวินัยได้ ไม่ใช่ตำรวจส่วนกลางหรือผู้บังคับบัญชาตามสายงาน แล้วในอนาคต เมื่อเราจัดโครงสร้างตำรวจแบบนี้ตำรวจจะมีเงินเหลือในอนาคตตามที่เราเขียน ถ้าท่านเปิดดู กองบัญชาการตำรวจต่าง ๆ ในอนาคตจะต้องหมดบทบาทไปเมื่ออำนาจต่าง ๆ หรือการดูแล ตำรวจอยู่กับจังหวัด กองบัญชาการตำรวจก็ไม่ต้องมีอีกต่อไป โดยเฉพาะตำรวจภูธร แม้กระทั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล ๑-๙ ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี ก็จะต้องยุบไป แล้วจะประหยัดเงินได้ปีหนึ่งนับหมื่นล้านบาท นับหมื่นล้านบาทจากหน่วยงานที่ไม่มี ความจำเป็นเหล่านี้ แม้กระทั่งตำรวจแห่งชาติก็จะเล็กลง คณะของเราเดินทางไปญี่ปุ่น เราได้พบสิ่งที่เราประหลาดใจค่อนข้างมาก ทั้งที่เราก็ตั้งใจอยู่แล้ว เข้าใจอยู่แล้ว ว่าตำรวจแห่งชาติเขาเล็ก แต่เขาเล็กชนิดที่เราประหลาดใจว่าทำไมเขาเล็กขนาดนี้ เพราะว่าตำรวจส่วนใหญ่เขาอยู่กับจังหวัดหมด ตำรวจแห่งชาติซึ่งจริง ๆ เขาไม่เรียก ตำรวจแห่งชาติด้วยซ้ำไป เขาเรียกคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะ เขาเป็น หน่วยบริหารเล็กนิดเดียวในการที่จะกำหนดนโยบายอะไรต่าง ๆ มันจึงทำให้ตำรวจ ในประเทศญี่ปุ่นมีประสิทธิภาพ ได้รับการยอมรับจากประชาชน ขอเรียนว่าหัวใจ ของงานตำรวจก็คือการคุ้นเคยกับภูมิประเทศและผู้คน เพราะฉะนั้นการย้ายตำรวจ จากจังหวัดหนึ่งไปจังหวัดหนึ่ง ภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาคหนึ่ง นี่คือการทำลายระบบตำรวจนะครับ แต่โครงสร้างของเราตำรวจจะอยู่ในจังหวัด เติบโตในจังหวัด ย้ายในจังหวัด เจริญก้าวหน้าเป็นหัวหน้าตำรวจจังหวัด ซึ่งในอนาคต อาจจะไม่ได้ผู้บังคับการด้วยซ้ำไป ถ้าตอนเราร่างกฎหมาย เพราะฉะนั้นความเป็นทหาร ความเป็นผู้บังคับการ ผู้บัญชาการต่าง ๆ จะลดน้อยลงหรือแม้กระทั่งหายไป เป็นหัวหน้าตำรวจ เป็นระบบตำรวจพลเรือน สอดคล้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เขามีอำนาจตำรวจอยู่แล้ว เราแก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญา ให้เขามีอำนาจสอบสวนแบบคู่ขนานไปด้วย ก็จะทำให้ ระบบตำรวจทั้งระบบคือทั้งประเทศ ทั้งสังกัดตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ในกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ ขอบคุณครับ