อดิศร ชี้ปัญหาอำนาจตำรวจคาบเกี่ยว เสนอประธานสภาพิจารณา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

อดิศร เพียงเกษ หารือเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการตำรวจและคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ โดยชี้ให้เห็นปัญหาการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ที่คาบเกี่ยวกัน และเสนอให้ประธานสภาพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งวิจารณ์บทบาทตำรวจว่าเป็นทั้งผู้ร้ายและคนดี ขึ้นอยู่กับมุมมอง รวมถึงชี้ให้เห็นปัญหาผลประโยชน์ที่ส่งผลต่อความยุติธรรมในสังคม อดิศร เพียงเกษ ยังเรียกร้องให้กำลังใจตำรวจและทวงถามการปฏิบัติหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากนครขอนแก่น ท่านประธานครับ ปรึกษาด้วยความเคารพ ผมเห็นความอุตสาหะ วิริยะ ของคณะกรรมาธิการที่อยู่ข้างบนทำงานแล้ว เห็นความขยันหมั่นเพียร แต่วันนี้ผมขออนุญาต ถือโอกาสนี้พูดหน่อยว่าสิ่งที่ท่านกำลังศึกษาและมีรายงานฉบับนี้เข้าสู่สภา เป็นอำนาจ โดยแท้จริงของท่านหรือเปล่า ผมไม่ติดใจว่ายาพาราของท่านเกี่ยวกับความมั่นคง ศึกษาได้ทั่ว ผมไม่เถียง แต่จะให้คณะกรรมาธิการ (๑๓) คือคณะกรรมาธิการการตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจกระทำการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการตำรวจ การปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย การป้องกันและรักษา ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เขาไปอยู่ที่ไหน ผมไม่เชื่อว่ากรรมาธิการการตำรวจ จะไม่มีความสามารถในการพิจารณาศึกษาการปฏิรูประบบราชการตำรวจและผมก็ไม่ติดใจ ว่ารายงานของท่านกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ จะไม่มีประสิทธิภาพ ผมกำลังพูด ว่าเราแยกแยะกรรมาธิการต่าง ๆ ๓๕ คณะ เพื่อให้ลงลึกและรับผิดชอบในด้านนั้น ๆ จึงอภิปรายปรึกษาท่านประธานครับ มีหลายเรื่องหลายคราวที่ปัญหาอำนาจหน้าที่ คาบเกี่ยวกัน จึงฝากท่านประธานว่าไม่ให้ตัดสินหรอกครับว่าท่านถูกหรือผิด กรรมาธิการการตำรวจไม่ศึกษาก็ไม่เป็นไร คนนี้ศึกษาก่อนก็รอกันก่อน ถ้าอย่างนั้น เราจะตั้งกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะมาทำไม เอาไว้แค่นี้นะครับ กระทบกระเทือนหลายคน

ท่านประธานครับ พูดถึงตำรวจมันคล้าย ๆ ว่าพูดแล้วไม่จบครับ แล้วแต่มุมมอง ตำรวจเป็นผู้ร้ายในสายตาของหลาย ๆ คน แต่เป็นคนดีของหลายล้านคนเช่นเดียวกัน ตำรวจถูกว่าถูกกล่าว บอกว่าหาดีไม่ได้เลย สิ่งดี ๆ ก็เดินไม่ได้ อุ้มลูกอยู่ อยู่หน้ากรมตำรวจครับ ผมได้ยินอย่างนี้ ผมเป็นลูกพลตำรวจ นายทองปักษ์ เพียงเกษ เป็นนักเรียนพลตำรวจ อยู่ที่โรงเรียนพลตำรวจสกลนคร สมัยโน้นครับเดี๋ยวนี้เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จบ ม. ๖ ไปเป็นตำรวจติดตามนักการเมืองชื่อนายเตียง ศิริขันธ์ เขาสั่งไปไหนก็ไป เพราะเป็นพลตำรวจ ติดตามไปติดตามมานายเตียง ศิริขันธ์ ขุนพลภูพาน บอกว่าท่าทางดี เป็นตำรวจจะมีเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียหรือ มาอยู่กับผมดีกว่า มาเป็นครูโรงเรียนราษฎร์ หลังจากนั้นก็ลาออกมาตามนายเตียง จนนายเตียงถูกฆ่าตาย ค้นได้เฉพาะหัวเข็มขัด ที่ป่าเมืองกาญจน์ครับ มีทั้งดีทั้งชั่ว แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันอยู่กับผลประโยชน์ ถ้าตำรวจ ใส่เครื่องแบบแล้วเป็นตำรวจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในสังคมนี้ สังคมจะสันติสุข แต่ส่วนมาก ใส่เครื่องแบบเขาเรียกว่าเป็นโจรในเครื่องแบบ ผมไม่อยากพูดว่ามีตำรวจ ผมดูคลิป ที่เชียงใหม่จะเกษียณอายุราชการอยู่วันสองวัน ไปเอาเงินจากนักท่องเที่ยวไม่กี่ร้อย เขาจับได้ ในที่สุดก็ต้องถูกไล่ออก ตั้งกรรมการสอบสวนแล้วก็ไม่ได้บำเหน็จบำนาญ สังคมมองเรื่องนี้ว่าให้เขาไปเถอะ เขาจะเกษียณอายุราชการแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งว่าสมน้ำหน้ามัน นี่ละครั้งสุดท้ายมันจะเกษียณอยู่แล้วมันยังเอาอีก ก่อนหน้านี้มันเอามาเท่าไร ขอโทษ ตำรวจที่ดีนะครับ ตำรวจที่ดี ตำรวจที่มีมากมายใน สน. ต่าง ๆ สน. ทองหล่อ สน. หนองมะโมงอะไรที่ท่านธีระชัยเล่าไป มีทั้งดีครับ ผู้กำกับเป็นแขกมาเยือน คนที่มีอำนาจแท้จริงคือนายดาบตำรวจแก่ ๆ ที่รู้สายสนกลใน ในสถานีตำรวจนั้น ซอยนี้ผู้กำกับมาใหม่จะกินรวบหรือกินแบ่งเป็นการประชุมลับในสถานีตำรวจนั้น จริงหรือไม่จริงครับ ปกติผู้กำกับคนก่อน ก่อนท่านมาเขาแบ่งนะครับ เขาแบ่งถึงผมด้วย แต่ท่านมาท่านจะกินรวบไหมครับ เพราะท่านตีตั๋วใช้เงินมาเยอะ มันเกิดวนเวียนอยู่อย่างนี้ ผมเป็นกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. ตำรวจ พร้อมกับท่านผู้การกองปราบ จำกันได้ไหมครับ เมื่อสมัยที่ ๒๕ ก็พยายามตั้งกรรมการอำนวยความยุติธรรมในการเลื่อนชั้นของพวกท่าน พูดกระทั่งว่าตำรวจไม่ควรมียศ ยศแบบทหารเอาออกให้เป็นตำรวจธรรมดา พัฒนาการไป ให้ไปขึ้นกับท้องถิ่นแบบต่างประเทศกัน เราก็คุยครับ จนในที่สุดก็มีกรรมการ มียศถาบรรดาศักดิ์ บางคนจ่อจะเป็น ผบ.ตร. อยู่แล้ว แต่เละเป็นโจ๊กก่อน เพราะอะไรครับ ตอนมีอำนาจโอ้โห พรึ่บ มันเป็นอย่างนี้ครับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจก็เราคิดกันว่า แยกออกมาจากโรงเรียนเตรียมทหารดีไหม ก็เรียนสายตำรวจ ตำรวจเขาจบมา ได้รัฐประศาสนศาสตร์ เอารัฐศาสตร์กับนิติศาสตร์ประสานกัน เดี๋ยวนี้โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ แล้วมีคณะนิติศาสตร์ด้วยนะครับเดี๋ยวนี้ เรียนถูกที่ถูกทางไหม โอนจากทหารมาเป็นตำรวจใช่ไหมครับ อีกคนหนึ่งโอนจากตำรวจไปเป็นปลัดอำเภอ พอจะขอยืมตัวมาสภา เธอก็ชิงลาออก มันเรื่องคนละเรื่องเดียวกัน แต่มันเกี่ยวโยงกัน ผมพูดนี่ผมให้กำลังใจตำรวจนะครับ ท่านถูกด่าทุกยุคทุกสมัย พวกเราก็ได้ใบสั่ง เพราะลูกน้องขับรถเร็วจากตำรวจนี่ละ ก็เป็นชื่อผมเป็นเจ้าของรถ ลูกชายเอาไปขับ คนขับเอาไปขับ เวลาไปต่อทะเบียนก็ต้องไปชำระเรามาปรึกษาหารือกันครับ ตำรวจก็คือ ประชาชน อย่าไปบอกว่าเขาจะยิ่งใหญ่อย่างโน้นอย่างนี้ จะต้องเป็นอย่างนี้ ๆ ทุกสาขาอาชีพ มันมีทั้งชั่วทั้งดี รวมทั้งพวกเราที่พูดอยู่ตรงนี้ครับ บางคนสอบได้สมัยนี้ สมัยหน้าตก ไม่มีใครเขียน สส. ทุกคนไม่เคยเขียนตำราว่าวิธีการเป็น สส. ควรทำอย่างไร ไม่กล้าเขียนครับ สอบตกระเนระนาด เพราะฉะนั้นเอาทางสายกลางได้ยศเสื่อมยศ ได้ลาภเสื่อมลาภ มีทุกข์มีสุข มีสรรเสริญ มีนินทา โลกธรรม ๘ ครับ ใช้กัน ให้กำลังใจตำรวจนะครับ แล้วก็ ขอกราบประทานโทษท่านประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ที่ท่านไปช่วยงาน ตำรวจ แล้วก็ขอทวงถามประกาศหาประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจด้วยว่าในขณะที่ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐทำ ท่านไปอยู่ที่ไหนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ