ปิยรัฐ นำเสนอปฏิรูประบบราชการตำรวจ ชี้ปัญหาโครงสร้าง-อำนาจรวมศูนย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

ปิยรัฐ จงเทพ นำเสนอรายงานการศึกษาปฏิรูประบบราชการตำรวจ โดยชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การรวมศูนย์อำนาจ งบประมาณ และสวัสดิการที่ไม่ทั่วถึง รวมถึงเสนอแนวทางแก้ไขระยะสั้น กลาง และยาว ปิยรัฐ จงเทพ สรุปผลการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของตำรวจ ๑๐๗ คนทั่วประเทศ ย้ำความกังวลเรื่องความเชื่อมั่นในการนำไปปฏิบัติจริงและเกรงการแทรกแซงทางการเมือง พร้อมเสนอให้ใช้พื้นที่สภาเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อปรับปรุงรายงานต่อไป

นายปิยรัฐ จงเทพ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ กระผม นายปิยรัฐ จงเทพ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปฏิรูประบบราชการตำรวจ วันนี้ทาง คณะกรรมาธิการได้มีร่างหรือได้มีรายงานให้กับท่านสมาชิกหรือเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้อ่าน และศึกษาอยู่ที่ตั้งของทุกท่านแล้ว ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้มีการศึกษากันมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ซึ่งแล้วเสร็จช่วงปลายปี ๒๕๖๗ และได้เข้าบรรจุวาระมาสักระยะหนึ่ง ซึ่งแน่นอนตลอดที่เรา มีการประชุมทั้ง ๑๓ ครั้ง ในนามของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปฏิรูประบบราชการตำรวจนั้น เราได้ข้อมูลเยอะแยะมากมาย เราได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เราจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อเนื่องกัน อย่างเช่นกระทรวงบางกระทรวงที่จะได้ มีการโอนกำลังพลกันไปนั้น อย่างเช่นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราก็ได้เชิญมา ซึ่งการศึกษาของเรานี้ต้องเรียนตามตรงว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวภาพรวมไปแล้ว ต้องขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งในรายละเอียดนี้ ผมคิดว่าผมจะไม่รบกวนเวลาทุกท่าน ณ ที่แห่งนี้ เพื่อที่จะได้อธิบาย เพียงแต่ว่าผมจะ ยกตัวอย่างภาพรวมที่ผมได้เห็นจากห้องประชุมของผมนั้นว่าเราได้เห็นภาพความแตกต่าง ระหว่างตำรวจในเมืองและตำรวจในชนบท เราได้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้บังคับบัญชา ระดับสูงจนไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ตามหน้างานหรืออยู่ตามพื้นที่ เราได้เห็นความ แตกต่างระหว่างตึกของผู้บัญชาการและบ้านพักของข้าราชการระดับตัวเล็กตัวน้อย ที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เราเห็นอะไรอีกครับท่านประธาน เราเห็นขวัญกำลังใจของ กำลังพลตำรวจกว่า ๒๒๐,๐๐๐ นายที่หดหู่อยู่ในเวลานี้ ที่เขาเป็นประตูด่านแรก ต้อนรับ ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีและไม่ดี แทนพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ นั่นคือสถานีตำรวจ ที่อยู่กระจายตัวไปทั่วประเทศ ท่านทราบไหมครับว่าเงินเดือนตำรวจจริง ๆ แล้วไม่ได้ มากมายเลย แต่หน้าที่ของภาระของเขานั้นมากมายคณานับ บางครั้งเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่ถูกรวบรวมเสร็จสิ้นแล้ว จะทำเป็นสำนวนได้แต่ละครั้ง พวกเขาต้องควักเงินทุกบาททุกสตางค์ ในฐานะพนักงานสอบสวน เพื่อซื้อหมึก Print เครื่อง Print คอมพิวเตอร์ รวมถึงกระดาษเอ ๔ มาทำงานให้กับพวกเรา นั่นคือสิ่งที่ตำรวจชั้นผู้น้อยต้องแบกรับภาระ ซึ่งผมเชื่อว่า งบประมาณของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้น้อยเลยครับ แต่มันกระจุกอยู่ที่ไหน นี่คือสิ่งที่เราศึกษาและพบว่าส่วนใหญ่แล้ว เราพบปัญหาการรวมศูนย์อำนาจไว้ส่วนกลาง นั่นคือรวมไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วเป็นเหมือนเขื่อน เขื่อนขนาดใหญ่ มากั้นแม่น้ำไว้ แล้วก็จะมีคนคอยขีดเส้นว่าแม่น้ำสายนี้ไปทางนี้ แม่น้ำสายนี้ไปทางนี้ แล้วสายย่อยต่าง ๆ ก็ถูกขีดเส้นโดยส่วนกลาง จึงไม่ตอบโจทย์กับผู้ที่ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ นั่นคือปัญหาเชิงโครงสร้าง ยังไม่ได้พูดถึงการแต่งตั้ง โยกย้ายที่มีกระบวนการที่ ไม่ได้มีการประเมินผลงานอย่างแท้จริงให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เรามีทั้งหมด ๖ ปัญหา หรือ ๖ ด้านที่เราศึกษากัน ด้านที่ ๑ คือด้านโครงสร้างและการแบ่งส่วนราชการ ด้านที่ ๒ คือการบริหารจัดการด้านงบประมาณ ด้านที่ ๓ คือการบริหารงานบุคคล ด้านที่ ๔ คือหลักสูตรและการฝึกอบรม ด้านที่ ๕ คือสวัสดิการและขวัญกำลังใจ และสุดท้าย ก็คืองานสืบสวน สอบสวนครับ ทั้งหมดนี้ ๖ ด้าน เราศึกษาพบปัญหา ในขณะเดียวกัน เราก็มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง ๖ ด้านนั้นต้องใช้เวลา เป็นอย่างมาก เราจึงบอกว่าเราไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องตำรวจได้ภายในระยะเวลา อันสั้น ฉะนั้นเราจึงแบ่งระยะเวลาการแก้ไขปัญหาออกเป็น ๓ ระยะ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะใช้เวลารวมกันอย่างน้อย ๒-๓ ปี ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อว่าถ้าเกิดว่า มีการพร้อมใจกันทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และพี่น้องตำรวจ ผมเชื่อว่าการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องตำรวจจะได้รับการเยียวยาและช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ฉะนั้นผมเชื่อว่ารายงาน ฉบับนี้จะเป็นสารตั้งต้นให้นำไปสู่การแก้ไขกฎหมาย รวมถึงการผลักดันเชิงนโยบาย ให้กับฝ่ายบริหารไปดำเนินการต่อไป

สุดท้ายนี้ผมจะยกตัวอย่างสั้น ๆ ให้ทุกท่านได้เห็นภาพที่ผมได้เห็น อยากให้ ทุกท่านได้เห็นภาพที่พวกเขาเหล่านั้นสะท้อนออกมาจากวงสัมมนาที่เราได้เชิญเจ้าหน้าที่ ตำรวจจากทั่วประเทศมาที่สภาของเราเป็นส่วนในการดำเนินการกิจกรรมนี้คือกิจกรรม สัมมนารับฟังความคิดเห็นของพี่น้องตำรวจ ๑๗๐ ท่านทั่วประเทศมาเป็นตัวแทน ได้สะท้อนเสียงต่าง ๆ ออกมาและเห็นชอบกับรายงานฉบับนี้เป็นเสียงส่วนใหญ่ครับ เพียงแต่ข้อกังวลของพวกเขานั้นอาจจะอยู่ที่ความไม่เชื่อมั่นว่ารายงานฉบับนี้มันจะนำไปสู่ การแก้ไขปรับปรุงได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ จะทำได้จริงหรือไม่ หรือจะติดขัดฝ่ายผู้บริหาร หรือไม่ นั่นคือข้อห่วงใยที่ ๑ ข้อห่วงใยที่ ๒ คือกังวลว่าจะมีฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง โดยเฉพาะฝ่ายที่เสียผลประโยชน์ หากมีการปฏิรูปตำรวจตามแนวทางนี้ นั่นจะตัดช่อง การเข้ามาแทรกแซงอำนาจทางการเมือง การโยกย้าย แต่งตั้ง รวมถึงการเข้าไปฉ้อราษฎร์ บังหลวงในส่วนของงบประมาณ ซึ่งเหล่านี้จะถูกตัดตอนไปทั้งหมด เขาก็กังวลว่า เมื่อมีผู้เสียประโยชน์ก็จะมีผู้ที่ไม่ยอมรับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นสิ่งนี้เองผมเอง ก็ไม่สามารถตอบแทนพวกเขาได้และไม่สามารถตอบแทนพวกเราทุกคนได้ ณ ที่นี้ แต่ผมเชื่อว่าด้วยกระบวนการที่ถูกร่างและถูกเสนอแนะนี้ จะเป็นสารตั้งต้นให้นำไปสู่ การถกเถียงและนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมต่อไป ซึ่งผมหวังว่าหลังจากนี้พวกเราจะได้ แลกเปลี่ยนกัน โดยอาศัยพื้นที่แห่งนี้ผ่านท่านประธานสภาและหากมีส่วนใดที่ตกหล่น แล้วก็อยากมีข้อซักถามทางอนุกรรมาธิการของพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี้พร้อมจะตอบ คำถามทุกท่านและพร้อมที่จะนำไปปรับปรุงต่อไปครับ สำหรับกระผมก็มีเพียงเท่านี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ