ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชื่นชมแนวปฏิบัติใหม่ในการตอบคำถามของประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และเสนอให้หน่วยงานอื่น ๆ นำไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน โดยตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทระหว่างประเทศและเสนอให้พิจารณาปรับรูปแบบองค์กรเพื่อรองรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณทางประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ความจริงท่านมาชี้แจงสภาทุกปี แล้วก็มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นจำนวนมากในเอกสารของท่าน ผมอยากจะนำเรียนประการที่ ๑ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญแล้วก็อยากจะเน้นย้ำ ท่านประธานสภาว่าในหน่วยงานอื่น ๆ นั้น ควรจะมีแนวปฏิบัติเช่นเดียวกัน ในหน้าที่ ๒๑๘ ครับ ทางประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็คณะผู้บริหารที่ได้มาชี้แจง ต่อสภาผู้แทนราษฎรได้มีการสรุปว่าในส่วนที่เพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร หรืออาจจะมีในส่วนของวุฒิสภานั้น มีการอภิปรายแล้วตั้งคำถามนั้น ท่านได้ตอบคำถาม แบบใด อย่างไร หรือนำไปเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแบบใดอย่างไรบ้าง ซึ่งผมคิดว่า เป็นนวัตกรรม แล้วก็เป็นสิ่งที่ทางผู้ตรวจการใส่มาโดยตลอด แต่เราไม่ได้เห็นแบบนี้ กับหน่วยงานอื่นมากนัก ซึ่งผมคิดว่าหากคุณูปการของการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎร จะมีต่อพี่น้องประชาชน ลักษณะการใส่มาในรายงานแบบนี้ ในรายงานของหน่วยงานอื่น ๆ น่าจะเป็นประโยชน์ครับ นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ที่อยากจะนำเรียนสอบถามทางผู้ตรวจการแผ่นดินครับ เนื่องจากว่าในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ เป็นต้นมา ทางประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานภูมิภาคเอเชียของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่าง ประเทศ รวมถึงกรณีของการเข้าร่วมการประชุมในระดับระหว่างประเทศหลายครั้ง ซึ่งอันนี้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย แต่ผมอยากจะนำเรียนแบบนี้ครับ ก็ต้องยอมรับกัน อย่างตรงไปตรงมาว่าสมัยที่เราคิดถึงรูปแบบของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาหรือ Ombudsman เมื่อปี ๒๕๔๐ นั้น ต้องยอมรับว่ามีความแตกต่างกับรูปแบบของผู้ตรวจการ แผ่นดินในปัจจุบัน ผมอยากจะให้ท่านได้กรุณาเล่าหรือลงรายละเอียดให้เราฟัง สักนิดหนึ่งว่าเวลาที่เราไปใช้การพูดคุยแลกเปลี่ยนในเวทีระหว่างประเทศ มีข้อเสนอแนะ ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินหรือรูปแบบหรือลักษณะการทำงานหรือการปฏิบัติงานของ ผู้ตรวจการแผ่นดินของประเทศไทยอย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากจะมี การพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น กรณีของการดำรงอยู่ของ ผู้ตรวจการแผ่นดินควรเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะได้มีการพูดคุยกันว่าสมควรที่จะมีผู้ตรวจการ แผ่นดินหรือปรับรูปแบบผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ให้เหมาะสมต่อประเทศไทยอย่างไร นั่นเป็น ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะนำเรียนสอบถามครับ
ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะนำเรียนสอบถาม ความจริงมีเพื่อนสมาชิก หลายท่านเดินมาคุยกับผมและเห็นว่าหลายเรื่องของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น เป็นเรื่อง รายละเอียดเชิงปัจเจก แน่นอนครับด้านหนึ่งนั้นมันสะท้อนให้เห็นว่าระบบหน่วยงานที่อยู่ ในพื้นที่อาจจะยังไม่เข้มแข็งหรือมีประสิทธิภาพมากพอในแง่ของการจัดการ แต่ด้านหนึ่ง ก็สะท้อนให้เห็นว่าหากกรณีของท่านผู้ตรวจการแผ่นดินที่รับเรื่องเหล่านี้อยู่หลายพันเรื่อง ต่อปี อาจจะลงรายละเอียดในเชิงปัจเจกเป็นจำนวนมาก มันก็อาจจะทำให้เราไม่สามารถ แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานเองก็คงทราบดี เช่น กรณีของ ผู้เสียชีวิตในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในนี้มีกรณีร้องเรียนว่ามีผู้เสียชีวิตในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ถูกพิสูจน์ ในคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย พวกเราเองก็เห็นตัวเลขมาโดยตลอด ผมเองอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ ก็เห็นถึงความตกหล่นดังกล่าว ในนี้บอกว่ามีทั้งหมดจำนวน ๓๐๐ กว่าราย ในนี้บอกว่า ทางผู้ตรวจการแผ่นดินแนะนำ แล้วก็ทางหน่วยงานจะได้มีกระบวนการการใช้งบกลาง เพื่อมาจ่ายชดเชยเยียวยาต่าง ๆ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเวลาเรามอบไปแบบนี้แล้วในท้ายที่สุด มีคำตอบจากหน่วยงานเหล่านั้นกลับมาหรือไม่ว่าในท้ายที่สุดได้มีการดำเนินการหรือยัง ท่านประธานเองก็คงทราบดี ผมลงไปสามจังหวัด ได้มีโอกาสพูดคุยกับกลุ่มผู้สูญเสีย ไม่น้อยเลยครับ หลายคนยังไม่ได้รับและเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อปีสองปีที่ผ่านมา แต่ว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๑๐-๒๐ ปี ฉะนั้นกับความรู้สึก กับความเสียหายของผู้สูญเสีย มันยังติดค้างและเขาเองยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ ในแง่ของการชดเชยเยียวยาต่าง ๆ เป็นต้น ผมยกตัวอย่าง กรณี กยศ. ในรายงาน ของผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อแนะนำต่อการปรับเรื่องของโครงสร้างการบริหารจัดการ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ในแง่ของการบริหารจัดการหนี้ที่จะต้องมีการประนีประนอมต่าง ๆ สภาเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคที่ท่านประธานสังกัดอยู่ก็มีเป็นพรรคที่ให้ความสำคัญ กับเรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง แต่ท่านเองก็คงทราบว่าปัจจุบัน กยศ. ก็ยังมีปัญหา นักศึกษาจาก มอ. สงขลา ปัตตานี เจอปัญหาการที่ไม่สามารถได้เข้าถึงการกู้ยืม ในปีนี้ต่าง ๆ เป็นต้น แบบนี้ที่ผมก็พยายามพูดถึงว่าบางครั้งกรณีการดำเนินการ ของผู้ตรวจการแผ่นดินในบางส่วนนั้น ท่านทำเต็มที่ครับ แต่ในระบบเชิงการแก้ปัญหา โครงสร้างมันยังไม่ได้ถูกแก้ ฉะนั้นถ้ามีรายหนึ่งที่เขาร้องมาเรื่อง กยศ. ปีนี้ ถ้าไม่ได้แก้ เชิงโครงสร้าง ไม่ได้แก้ให้มันยั่งยืน มันก็จะมีผู้ร้องเรียน กยศ. รายที่ ๒ ในปีถัดไป รายที่ ๓ ในปีถัดไป รายที่ ๔ ในปีถัดไป ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ไม่ว่าท่านจะอยากช่วยเขาอย่างไร แต่มันไม่ควรจะแบกรับการจัดการมากขนาดนั้น ในฐานะที่เราต้องมีข้อเสนอแนะ ในระดับการเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินของประเทศ นั่นคือประเด็นที่ ๓ ครับ
ผมคิดว่าประเด็นสุดท้ายครับ ในท้ายที่สุดก็อย่างที่นำเรียนกับท่านประธาน ท่านประธานก็กรุณาผมมากชื่นชมเจอกันทีไรก็ทักทาย เพราะว่าท่านจะเห็นว่าผมอภิปราย เกือบทุกปีพอดีปีนี้เพื่อนสมาชิกอาจจะมีภารกิจกันเยอะครับ แล้วมีรายงานจำนวนมากเลย คงไม่ได้ลงรายละเอียด อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็ขออนุญาตที่จะให้กำลังใจต่อ หน่วยงานของท่านต่อผู้ปฏิบัติงานของท่าน แล้วก็ต่อสิ่งที่ท่านตั้งใจที่จะทำให้การแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่สามารถใช้ช่องของการดำเนินการในระดับพื้นที่แก้ไขได้ทั้งหมดครับ ซึ่งอย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนั้น น่าจะเป็นประโยชน์ที่ท่านได้นำไปพิจารณาแล้วก็ ตอบต่อสภาแห่งนี้เป็นเบื้องต้น แล้วก็ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ในอนาคตครับ กราบขอบคุณครับ