สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต รายงานผลการดำเนินงานผู้ตรวจการแผ่นดินปี ๒๕๖๗ โดยเน้นภารกิจตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและคุ้มครองสิทธิประชาชน พร้อมสรุปสถิติเรื่องร้องเรียนที่ต้องดำเนินการ 5,316 เรื่อง มีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3,199 เรื่อง และนำเสนอโครงการศึกษาเชิงระบบเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้าง รวมถึงรายงานผลการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐตามหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญปี 2567 ที่พบปัญหา 4 เรื่อง โดยชี้แจงสถิติเรื่องร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง รวมถึงรายงานความเชื่อมั่นจากประชาชนที่เพิ่มขึ้น พร้อมเน้นย้ำบทบาทในการขจัดความเหลื่อมล้ำและอำนวยประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเท่าเทียม และเชิญชวนให้สมาชิกสภาฯ เสนอแนะเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอรายงานผล การดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐหรือการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐ มีภารกิจหลักคือการขจัดหรือระงับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม ของประชาชน อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่ และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิ ของประชาชนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ การดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ประกอบด้วย ๓ หัวข้อหลัก ดังนี้
ข้อที่ ๑ ผลการดำเนินงานด้านเรื่องร้องเรียนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนผู้ตรวจราชการแผ่นดินมีเรื่องร้องเรียนที่ต้องดำเนินการทั้งสิ้น ๕,๓๑๖ เรื่อง ได้มีคำวินิจฉัยและมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ปรับปรุง แก้ไขการปฏิบัติ หรือปรับปรุงกฎหมาย กฎ คำสั่ง ขั้นตอนการปฏิบัติงานใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน จำนวน ๓,๑๙๙ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๖๐.๑๘ ของเรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการในรอบปี นอกจากการแก้ไขเรื่องร้องเรียนที่เป็นรายกรณีแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบหรือเรื่องที่ส่งผลกระทบ ต่อประชาชนในวงกว้าง อาทิ โครงการศึกษาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาล ศึกษากรณีกลุ่มเปราะบาง ที่มีความเสี่ยง สูงกว่าบุคคลทั่วไปในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ และผู้ป่วยติดเตียงในกรุงเทพมหานคร ๒. โครงการศึกษาปัญหากรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้ขยายโรงงานจำพวกที่ ๓ ที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินมาก่อนผังเมืองรวมใช้บังคับ ๓. โครงการบูรณาการเพื่อการแก้ไข ปัญหาที่ดินเชิงระบบบนพื้นที่เกาะช้าง ๔. การแก้ไขปัญหาการจ่ายค่าจัดการศพที่ตกค้าง กรณีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ข้อที่ ๒ ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐ ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ได้ทำการศึกษา และจัดทำข้อเสนอแนะเรื่องร้องเรียนเชิงระบบต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบถึงการที่ หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐไปแล้วจำนวน ๔ เรื่องประกอบด้วย ๑. โครงการศึกษาเรื่องปัญหาการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ๒. แนวทางในการอนุรักษ์ฟื้นฟูและส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวัฒนธรรม ของหน่วยงานของรัฐ ๓. การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน และเศรษฐกิจชุมชน ๔. กรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการขอใบส่งตัวเพื่อเข้า รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ข้อที่ ๓ ผลการดำเนินงานในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาล รัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ มีผลการดำเนินงาน ดังนี้ กรณี บทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องทั้งสิ้น ๔๙ เรื่อง ได้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลดำเนินจำนวน ๓ เรื่อง ยุติการพิจารณา จำนวน ๔๖ เรื่อง กรณีกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ได้รับเรื่องทั้งสิ้น ๒๙ เรื่อง พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์หรือมีปัญหาเกี่ยวกับ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครอง และ กรณีบุคคล ซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ยื่นคำร้องว่า การกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ได้รับเรื่องทั้งสิ้น ๑๒๓ เรื่อง ได้เสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน ๑ เรื่อง ทั้งนี้รายละเอียดทั้งหมดได้นำเสนอ ไว้ในบทที่ ๒ ของรายงานประจำปีแล้ว ผลจากความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือและแก้ไข ความเดือดร้อนให้กับประชาชนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งผลให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับความเชื่อมั่นในการทำงาน ในการปฏิบัติหน้าที่จาก พี่น้องประชาชน เป็นลำดับที่ ๑ ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยได้รับความเชื่อมั่น คิดเป็นร้อยละ ๖๐.๖ อยู่ในระดับค่อนข้างเชื่อมั่นต่อการทำงาน ซึ่งเป็นการสำรวจ โดยสถาบันพระปกเกล้าในปีล่าสุด
นอกจากนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้ทำการสำรวจความพึงพอใจต่อ การดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ พบว่าผู้ร้องเรียนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการดำเนินการเกี่ยวกับ เรื่องร้องเรียนในทุกด้านโดยรวมอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ ๘๓.๔
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผมขอเรียนว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินทุกท่าน เป็นไปเพื่อขจัดหรือระงับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำ และอำนวยประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงส่งเสริม สนับสนุน และให้คำแนะนำเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญและปราศจากอคติทั้งปวง ในการใช้ดุลพินิจ ท้ายนี้กระผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่กรุณาให้ความสนใจและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้วยดีตลอดมา กระผมและคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ยินดีรับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของทุกท่าน เพื่อนำไปพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป กระผมและคณะขอจบการแถลงผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ เพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ