พัฒนา พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตอบกระทู้ถามโดยชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาคอขวดในการส่งต่อผู้ป่วย โดยยืนยันว่าประชาชนสามารถใช้ใบส่งตัวเดิมที่ยังไม่หมดอายุได้ และกรณีฉุกเฉินหรือถูกปฏิเสธการรักษาสามารถเข้ารับบริการได้ทุกแห่งโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว พร้อมแจ้งช่องทางติดต่อด่วน พัฒนา พร้อมพัฒน์ อธิบายระบบส่งตัวผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลและคลินิก โดยชี้แจงว่าปัญหาหลักอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และนำเสนอแผนพัฒนาระบบดิจิทัล Health Link ร่วมกับ BDI เพื่อสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลแม่ข่ายกับลูกข่ายในการจัดสรรเงิน ควบคุมมาตรฐาน และรองรับการส่งต่อผู้ป่วย พัฒนา พร้อมพัฒน์ ยืนยันสิทธิการรักษาฉุกเฉินโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว และชี้แจงระบบเยียวยากรณีเกิดเหตุข้างเคียงตาม พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพฯ พร้อมทั้งนำเสนอแนวนโยบายการใช้ดิจิทัลเพื่อลดการส่งตัวแบบกระดาษและเชื่อมโยงฐานข้อมูลการรักษา
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่าน สส. ครับ ผม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างนี้ครับ ในส่วนของ กระทรวงสาธารณสุขได้ทราบถึงปัญหา แล้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหานี้ กระทรวง สาธารณสุขโดย สปสช. ได้ดำเนินการแก้ปัญหาการจำกัดจำนวนใบส่งตัวแล้ว โดยได้ปรับ แนวทางการส่งต่อผู้ป่วย ชี้แจง ทำความเข้าใจกับหน่วยบริการปฐมภูมิ คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ หน่วยบริการที่มีการรับส่งต่อผู้ป่วยและโรงพยาบาลทุกสังกัดภาครัฐในพื้นที่ กทม. ทุกเขต เพื่อให้เกิดความเข้าใจให้ตรงกัน ไม่เกิดผลกระทบต่อผู้มีสิทธิ โดยกรณีที่ประชาชนมีหนังสือ ส่งต่อและหนังสือส่งต่อที่ยังไม่หมดอายุ ยืนยันว่าท่านสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกลับไป ขอใบส่งตัวจากต้นสังกัดใหม่ แล้วก็ในส่วนของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุหรือว่ามีเหตุฉุกเฉิน ท่านสามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการได้ทุกแห่งโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว กรณีผู้มีสิทธิ ได้เข้ารับบริการในหน่วยบริการปฐมภูมิตามบัตร หากเกินศักยภาพที่จำเป็นต้องได้รับ การส่งต่อ ขอให้หน่วยบริการปฐมภูมิส่งต่อตามความจำเป็นและสอดคล้องกับศักยภาพ ทั้งนี้ใบส่งต่อครอบคลุมการรักษาต้องไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับแต่วันที่ระบุในหนังสือ กรณีมีเหตุด่วนหรือว่าถูกปฏิเสธการรักษาหรือการส่งตัว สปสช. มีหมายเลข Hot line ๑๓๓๐ ที่จะสามารถติดต่อได้
ในส่วนของใบส่งตัวต้องเรียนว่าภายใต้สถานบริการของรัฐนอก กทม. เราไม่มี ปัญหาตรงนี้ เพราะว่าเรามีการส่งตัว แล้วก็ใช้ระบบที่ไม่มีการติดขัด ตอนนี้อาจจะมีข้อจำกัด สักเล็กน้อยในส่วนของ กทม. แล้วก็ในส่วนของสปสช. ในเขตกรุงเทพมหานครก็ได้ลงไป ติดตามคลินิกที่มีการร้องเรียนแล้ว แล้วก็เพิ่มเติมตรวจเยี่ยมในพื้นที่มากกว่าอีก ๒๐ แห่งแล้ว เรียบร้อย ต้องเรียนว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ร่วมพัฒนาระบบ Health Link แพลตฟอร์ม ร่วมกับ Big Data Institute หรือว่า BDI เพื่อให้ระบบการส่งตัวเข้าสู่ ระบบดิจิทัล ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขก็เช่นกัน ก็มีระบบของหมอพร้อม ปัจจุบัน ในส่วนของ BDI และ กทม. Health Link ก็ได้ดำเนินการส่วนใหญ่ใน กทม. เรียบร้อยแล้ว มี Solution อีก Solution หนึ่ง ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังพัฒนาขึ้นมา แล้วก็ กำลังจะนํามาปรับใช้ก็คือ การสร้างเครือข่ายในลักษณะของโรงพยาบาลแม่ข่ายแล้วก็ลูกข่าย ที่เป็นคลินิกปฐมภูมิ ด้วย Concept ก็จะเป็นในลักษณะว่าโรงพยาบาลแม่ข่ายจะทำหน้าที่ เป็นผู้จัดการจัดสรรเงินที่จะลงไปสู่หน่วยบริการปฐมภูมิและเป็นผู้ควบคุมมาตรฐาน ในการรักษาและเป็นผู้รองรับการส่งต่อของผู้ป่วยที่ได้รับการ Refer ด้วย ตรงนี้ทางกระทรวง และ สปสช. คิดว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาที่ผมดำรงตำแหน่ง อยู่นะครับ ตรงนี้จะช่วยแก้ปัญหาในการส่งตัว เนื่องจากที่ท่าน สส. ได้เรียนปรึกษาว่าด้วย ความที่ส่งตัวแล้วขาดทุน ถ้าเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้ก็จะเกิดการส่งตัวตามกระบวนการ ตามความจำเป็น ตรงนี้คิดว่าเดี๋ยวรออีกสักหน่อย เราจะมีกระบวนการตรงนี้ออกมา อย่างแน่นอน
ในส่วนหากท่านได้ไปขอการรักษาที่หน่วยงานใด ๆ แล้วถ้าเป็นเหตุฉุกเฉิน มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ยืนยันว่าท่านไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ท่านไปที่ไหนก็ได้ หากท่าน ถูกปฏิเสธการรักษา ก็ขอให้ใช้ Hot line ของ ๑๓๓๐ หรือว่าการแพทย์ฉุกเฉินหรือ ๑๖๖๙ ต้องเรียนว่าหากหน่วยงานผู้ทำการรักษาปฏิเสธการรักษา มีความผิดนะครับ และ หากทำการรักษาแล้วอาจเกิดเหตุข้างเคียงหรือว่า Side Effect สำหรับผู้ที่ถูกรักษา ทางกระทรวงก็มีระบบการเยียวยาตาม มาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ปี ๒๕๔๕ อันนี้ขอเรียนยืนยันกับทางท่าน สส. ท่านประธาน แล้วก็ทางประชาชน ทุกท่านว่าทางกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจสำหรับปัญหาตรงนี้ และจะเร่งดำเนินการ แก้ปัญหาตรงนี้เพื่อเป็นหลักประกันทางสุขภาพให้กับทางประชาชนโดยทั่วไป
ขอเรียนเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเอง ด้วยนโยบายของผม เรามีนโยบายที่จะเน้นการใช้ดิจิทัลเข้ามารองรับการให้บริการ กับประชาชนโดยทั่วไป ในส่วนของ App หมอพร้อม เรามีฐานข้อมูลกว่า ๒๐ ล้านคน ในส่วนของ กทม. และ สปสช. ที่มีระบบการให้บริการด้านดิจิทัลเป็น Health Link แพลตฟอร์มร่วมกับ BDI นั้น ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งพูดคุยทำความเข้าใจ ในเรื่องของ Data security กับทาง Health Link และ BDI ทำอย่างไรที่จะทำให้ ทั้ง ๒ ระบบหรือมากกว่า รวมไปถึงมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ด้วย เข้ามาใช้ฐานข้อมูล อันเดียวกัน ซึ่งเราจะลด เลิก การส่งตัวด้วย Paper หรือแม้กระทั่งสามารถตรวจสอบได้ ว่าประชาชนแต่ละท่านเคยได้รับการรักษาจากคุณหมอท่านใด ที่ใด ได้รับยาเมื่อไร อย่างไร ท่านจะสามารถไปรักษาที่ใดก็ได้ในประเทศนี้ โดยคุณหมอที่รักษาท่านจะมีฐานข้อมูล ของท่านอยู่ในมือเพื่อเตรียมการรักษา ทั้งนี้ แน่นอนว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนี้ ตัวประชาชนท่านเองต้องยินยอมครับ อันนี้เป็นพันธกิจหลักอันหนึ่งที่กระทรวงสาธารณสุข ในยุคนี้จะต้องปฏิบัติ ขอบคุณครับ