สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ บอกเรื่องการขออนุญาตเปิดสไลด์ในการตอบคำถามเกี่ยวกับสิทธิส่งตัว และหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงการจ่ายเงินของสปสช. รวมถึงวิกฤติใบส่งตัวผู้ป่วยและเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการขอใบส่งตัวรักษาสิทธิ ๓๐ บาท

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ปูอัด ไชยามพวานครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียนครับ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ ที่ได้มาให้ความอนุเคราะห์ในการตอบในครั้งนี้ ซึ่งเป็นกระทู้ที่ถามมาแล้วช่วงเวลาระดับหนึ่ง ก่อนที่ผมจะถามนั้น ในเรื่องของสิทธิส่งตัวนั้นก็จะมีสไลด์ที่อยากจะขออนุญาต เปิดให้ทางท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางท่านประธานได้รับชม แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อาจจะได้ฟัง หลังจากนี้ได้ดูด้วย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ หลัง ๑ มีนาคม ๒๕๖๗ สปสช. ได้เปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินเป็นแบบที่เขาเรียกกันว่า เหมาจ่ายรายหัว เหมาจ่ายรายหัวใน กทม. โดยคลินิกเขาก็จะได้รับงบประมาณที่คงที่ ต่อหัวประชากรซึ่งงบก้อนนี้จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการส่งต่อผู้ป่วยทั้งหมด ใครฟังแล้ว ก็อยากให้ทดไว้ในใจ อย่างที่ ๑ นะครับ เพราะฉะนั้น ผลลัพธ์ทุกครั้งที่คลินิกออกใบส่งตัว จะเท่ากับคลินิกขาดทุนโดยตรง หลายคนอาจจะงงว่าทำไมมันขาดทุนโดยตรง ไปอีกสไลด์หนึ่ง ผมจะมี Task มาให้ดูง่าย ๆ แบบเข้าใจง่าย ๆ เลย Task นี้เป็นแบบนี้ครับ ๑. คือ สปสช. จะจ่ายเงินด้วยงบประมาณแบบเหมาจ่ายรายหัวให้แก่คลินิก พอจ่ายรายหัว อย่างที่ ๒ คือ คลินิกก็จะบริหารงบนี้ ต้องใช้งบก้อนนี้ให้ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ว่าจะจ้างบุคลากรก็ดี เอกสารเวชระเบียนก็ควรจะคำนวณให้อยู่ในรายนี้ด้วย เหมือนกับว่าเราบริหารบริษัทหนึ่งครับ มีเงินก้อนมาบริหารแล้วเราต้องรู้แล้วว่าปลายทาง Outsource เราจะคุมอย่างไรให้ตัวบริษัท อันนี้ไปได้ต่อ ไม่ต่างกันครับวิธีการคำนวณกัน เพราะฉะนั้น มันเลยส่งผลมาถึงข้อที่ ๓ นั่นก็คือ เรื่องของการตัดสินใจส่งตัวครับ การออกใบส่งตัวของคลินิกต้องจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาลใหญ่ ก็เท่ากับว่าสิ่งนี้ก็จะไปกระทบในส่วนของค่าใช้จ่าย ผลลัพธ์ก็คือ พอคำนวณยอดแล้ว มันเลยต้องกำหนดว่า ๑ วัน ออกใบส่งตัวให้พี่น้องประชาชนได้กี่อัน เพราะฉะนั้น เสียงสะท้อนอันนี้มาจากเรื่องจริง ผมยกตัวอย่างคือการรักษาโรคเรื้อรังบางอย่างมันต้อง หยุดชะงักเพราะคลินิกไม่สามารถออกใบส่งตัวให้ตามนัดได้หรือบางที อันนี้พี่น้องประชาชนเจอ ก็คือเขาต้องลางาน แล้วก็เสียค่าเดินทางไป-กลับ สุดท้ายบางทีก็ได้ใบส่งตัว บางทีก็ไม่ได้ ใบส่งตัว เพราะฉะนั้นผมขออีกสไลด์หนึ่งครับ สไลด์นี้มาจากภาพพี่น้องประชาชนถ่ายมา ปูอัด ดูนี่ คือเท้าความก่อน คุณพ่อเขาเป็นโรคหลอดเลือดลำไส้ตีบ ต้องใช้ใบส่งตัว ลูกเขาก็พยายามไปเช้าที่สุด คิวนี้ตัวเอกสารมันก็เขียนว่า ๔๐ คิวบ่าย เต็มแล้วค่ะ คำถามคือ คิดดูว่าเขาไปกี่โมง อาจจะบอกว่าอย่างมาก ๙ โมงก็อาจจะไม่ทัน เขาไป ๘ โมงยังไม่ทัน ถามว่าประชาชนคนนี้ยอมแพ้ไหม ไม่ครับ ท่านรัฐมนตรีท่านประธานครับ เขาไปอีกวันหนึ่ง ให้กับคุณพ่อ ไปถึงหน้าประตูประมาณ ๗ โมง ก็บอกว่าคิวเต็มแล้วเหมือนกัน คือทั้งหมดทั้งมวล ถ้าย้อนไปดูในตัวสไลด์ ๑-๒ ก็จะเข้าใจถึงปัญหาว่าทำไมคลินิกถึงส่งตัวได้แค่ ๔๐ คิว แล้วพี่น้องประชาชนพยายามจะมาเพื่อปกป้องครอบครัวที่เขารักให้ได้ใบส่งตัวตัวนี้ไปให้ได้

มาดูอีกสไลด์หนึ่งครับ จะเป็นวิกฤติ คือวิกฤติใบส่งตัว ตอนก่อนมีนาคม ๒๕๖๗ เราจะใช้รูปแบบการจ่ายเงินแบบ Model 5 ก็คือจะมีปัญหาด้านงบประมาณแน่นอน แต่กระบวนการส่งตัวยังไม่ถูกจำกัดเข้มงวดเท่าไร แต่พอ ๑ มีนาคม ๒๕๖๗ สปสช. เริ่มใช้รูปแบบจำลองจ่ายเงินแบบเหมาจ่าย Model 2 ใน กทม. นั่นหมายถึงที่ผมเล่าให้ฟัง คลินิกต้องรับผิดชอบทั้งหมด เพราะฉะนั้นมาดู ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘ ผู้ป่วยอายุ ๒๘ ปี เสียชีวิตระหว่างรอใบส่งตัว เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร ๗-๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เครือข่ายผู้ป่วยมายื่นข้อร้องเรียน ๖ ข้อต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขีดเส้น ๓๐ วันในการแก้ปัญหา แล้วก็มิถุนายน ๒๕๖๘ มีรายงานมาว่าคลินิก ๑๗ แห่ง ลาออกจากระบบแล้ว และอีก ๔๐ แห่ง พร้อมที่จะลาออกตาม

คำถามแรกที่ผมจะถามก็คือ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขจะมีนโยบายในการแก้ปัญหาการขอใบส่งตัวรักษาสิทธิ ๓๐ บาท จากหน่วยบริการปฐมภูมิ ผมใช้คำว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครเลยแล้วกัน ส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลรับส่งต่อ ตามสิทธิหรือไม่ อย่างไร ขอให้นำเรียนตอบ เพื่อทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณมากครับ