โสภณ ชี้ยาเสพติดทำให้คนคุณภาพหาย ๔๐% เน้นแก้แบบบูรณาการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

โสภณ ซารัมย์ ตอบกระทู้ถามเรื่องยาเสพติด โดยชี้แจงความสำคัญของปัญหาและยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ พร้อมเปิดคลิปวิดีโอที่ตรวจสอบเยาวชนในพื้นที่เพื่อเป็นหลักฐาน

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ของท่านผู้มีเกียรติในครั้งนี้ ก่อนอื่นต้องเรียนท่านผู้ถามกระทู้ก็คือ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับ กระทู้ถามนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าด้วยเหตุที่ไม่สามารถอยู่ต่อได้ เพราะว่าในบ่ายโมงนี้ จะมีการประชุมเรื่องสำคัญก็คือเรื่องปัญหาชายแดน ฉะนั้นก็ขอให้ทราบไว้ว่าไม่ใช่ว่า ไม่ให้ความสำคัญของเรื่องนี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อที่รัฐบาลชุดนี้ และโดยเฉพาะตัวกระผม ก่อนอื่นต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านจุติ ผมเป็นเกียรติ อย่างยิ่งที่ได้มาตอบกระทู้ถามของท่าน เพราะถือว่าผมได้เห็นว่าเราเคยร่วมรัฐบาลเดียวกัน ผมถือว่าท่านเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพอีกท่านหนึ่ง จึงได้หยิบยกปัญหาเรื่องยาเสพติด ขึ้นมา ตรงประเด็นจริง ๆ ซึ่งผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านว่า ขณะนี้ ถ้าเราไม่จัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมได้ชี้แจงในการแถลงนโยบายไปแล้วว่า อีก ๑๐ ปี ประเทศเราจะเป็นประเทศที่ง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะคนไม่มีคุณภาพ วันนี้ท่านพูดถูกครับ ก่อนที่จะตอบเรื่องนี้ ประเด็นที่ท่านถาม ผมอยากให้ท่านได้ทราบว่า เมื่อวานในพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบอยู่ก็ได้ตรวจสอบเยาวชน โดยผมไม่ทราบด้วยซ้ำว่าผมจะ ได้มาตอบกระทู้แทนนายกรัฐมนตรี ท่านรู้จริง ผมอยากฟังคลิปหนึ่งที่ผมได้ทำที่บ้านของผม จะตรงกับที่ท่านผู้ถามกระทู้เลย ขอคลิปหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

ตรงกับที่ท่านเลยครับ เด็ก ป. ๓ สูบบุหรี่ไฟฟ้า นี่คือเป็นเรื่องที่รัฐบาลและสังคมจะต้องให้ความตระหนักในเรื่องนี้ ผมได้ทำเรื่องนี้มา ๒ ปี ผมได้ทำโครงการที่ชื่อว่ารวมพลังรักศรัทธา ต้านยาเสพติด แบบบูรณาการ ตลอด ๒ ปีผมได้แบ่งประชากรที่อยู่ในพื้นที่โดยเฉพาะชนบท ในร้อยเปอร์เซ็นต์ ประชากรที่ต่ำคุณภาพที่ต้องอาศัยยาเสพติดไม่ทำงานเลย ติดยาเสพติด ไม่ทำงาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือต้องพึ่งตัวช่วย เหมือนที่ท่านพูดก็คือสุรา จะไปทำงานได้ต้องดื่มสุรา กลับมาต้องดื่มสุรา แม้กระทั่งยาบ้า อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ประชากรที่มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นสิ่งที่ผมได้ทำเรื่องนี้มา ผมกราบเรียน ผมทำอย่างนี้ครับ ในพื้นที่ ๖ อำเภอของผม ผมได้สร้างความตระหนักถึงเภทภัยของ ยาเสพติดให้ผู้ปกครอง ให้ส่วนราชการได้รับทราบและเห็นปัญหาจึงได้ร่วมทำโครงการขึ้นมา โดยไม่ได้ใช้งบประมาณ เหมือนผมได้แถลงไปแล้ว แต่ผมอธิบายสั้น ๆ ว่าถ้าเราจริงจัง ให้ประชาชนเห็นว่าเราเอาจริงกับเรื่องยาเสพติด ประชาชนให้ความร่วมมือแน่นอน เพราะมันเป็นภัยสาหัสจริง ๆ แค่ผมเอากล่องให้ทีมงาน ทั้งฝ่ายปกครอง ทั้ง อสม. เขาเรียกว่าผ้าป่ายาเสพติด แล้วระดมให้ชาวบ้านมาร่วมประชุมแล้วก็เขียนชื่อผู้เกี่ยวข้อง กับยาเสพติด เราได้ข้อมูลครบครับ นี่จึงเป็นปัญหาหนึ่งที่ผมได้แก้ไขไปแล้ว ส่วนการแก้ไข ปัญหาผมจะเรียนก่อนที่จะตอบคำถามของท่านระยะยาว ซึ่งท่านจุติได้พูดไปแล้ว ขออภัยที่ต้องกล่าวนามซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่าระยะยาวเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้การศึกษาเราล้มเหลว การที่จะให้เยาวชนหรือประชาชนตระหนักถึงเภทภัยของยาเสพติดหรืออบายมุขต่าง ๆ จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางจิต วันนี้ประชากรไทยเราโดยเฉพาะเยาวชนเรามีภูมิคุ้มกันทางจิต น้อยมาก เพราะอะไร ในอดีตพ่อแม่ ผู้ปกครอง พ่อเราแม่เราในอดีตเลี้ยงลูกด้วยความรัก ทุกวันนี้เขาเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์ เพราะพ่อแม่จริง ๆ อยู่ที่กรุงเทพฯ ไปทำมาหากิน แล้วลูกจริง ๆ ก็ไปทำมาหากิน เอาเด็กกับคนแก่อยู่ด้วยกัน เลี้ยงด้วยโทรศัพท์ ฉะนั้นภูมิทางจิต ที่เรียกว่าภูมิความรักจึงไม่เกิดในเด็ก เด็กจึงไม่สามารถที่จะต้านทานอบายมุขที่เรียกว่า ความรู้ดีรู้ชั่ว ความรับผิดชอบชั่วดี เด็กจะไม่รู้ เด็กมีภูมิคุ้มกันน้อย ไม่เหมือนเราในสมัยอดีต การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า คนในอดีต โบราณต้อง ๒๐ ปีขึ้นไป ฉะนั้นประเด็นที่ท่านผู้ถาม กระทู้ได้ถามว่าใช้งบเท่าไร ผมเรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งมา ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นงบดำเนินการ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็งบ ปราบปรามยาเสพติด ผมจะตอบคำถามของท่านแบบนี้ สิ่งที่ผ่านมาในอดีตผมไม่ทราบ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตผมไปดูแล้วว่างบที่ป้องกันอบายมุขที่มีอยู่ในขณะนี้ ถ้าว่าพอไหม ก็ไม่ถึงกับขาดแคลน แต่เราเอางบเรื่องป้องกันอบายมุข เรื่องยาเสพติดไปกระจัดกระจาย ตามกระทรวงต่าง ๆ ฉะนั้นการที่จะทำอบายมุขวันนี้ให้สำเร็จได้ ต้องจัดเจ้าภาพที่ชัดเจน ต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ว่าที่ท่านถามผมว่างบเท่าไร จะดำเนินการเท่าไร งบยาเสพติดในปี ๒๕๖๙ ที่จะถึง ที่จะได้ บริหารอยู่ขณะนี้ก็คือ ๖,๖๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในระยะสั้น ๆ ๔ ปีนี้ ผมจะเข้าไปดูงบนี้ว่าจะสามารถบูรณาการกันได้อย่างไร แต่ที่สำคัญที่สุด คือการแก้ไข ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่ามีองค์กรหนึ่งที่มีงบอยู่แล้ว ก็คือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าเป็นเทศบาลหรือ อบต. สามารถใช้งบตัวนี้ได้ ถ้าเราได้ผู้นำหรือ นายกรัฐมนตรีที่สนใจเรื่องยาเสพติด หรือนโยบายของรัฐบาลที่จะปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจัง ฉะนั้นงบมี ๒ อย่างก็คือ งบโดยตรงและงบของท้องถิ่นซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ที่เราจะใช้ในอนาคต ฉะนั้นขอกราบเรียนเบื้องต้นว่างบที่มีอยู่เพียงพอแล้วที่จะใช้ แต่วิธีการขั้นตอนที่ผมจะดำเนินการในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ในเรื่องบำบัดยาเสพติดผมก็จะดำเนินการอย่างที่กราบเรียน ผมไม่พูดซ้ำว่าผมได้กราบเรียน ในวันแถลงนโยบายไปแล้ว ฉะนั้นเบื้องต้นก็ขอตอบท่านผู้ถามกระทู้ประมาณนี้ ขอบคุณครับ