ยอดชาย ร้องรื้อตึกวอเตอร์ฟรอนท์พัทยา ยันเพิกถอนโฉนดไม่ชอบธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

ยอดชาย พึ่งพร ขอติดตามความก้าวหน้าในการเพิกถอนโฉนดที่ดินและรื้อถอนอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์เมืองพัทยา ซึ่งเป็นอาคารสูง ๕๓ ชั้นบนพื้นที่รวมกว่า ๒ ไร่ ที่ตั้งอยู่บนที่ดิน ๗ แปลง โดยอ้างว่าโครงการผ่านกระบวนการอนุมัติทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและการก่อสร้างแล้ว ยอดชาย พึ่งพร ระบุข้อร้องเรียนโครงการเมืองพัทยาที่ขัดต่อแบบและกฎหมาย รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและการรุกล้ำพื้นที่ธรรมชาติ พร้อมยกกรณีเพิกถอนโฉนดที่ดินโดยมิชอบของบริษัทร่วมลงทุนเพื่อเรียกร้องให้ทบทวนและหยุดการก่อสร้าง ยอดชาย พึ่งพร รายงานการยื่นกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวกับความล่าช้าในการตรวจสอบการเพิกถอนโฉนด โดยระบุว่าหลังจากที่รัฐมนตรีมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อ ๒๕๐ วันก่อน ปัจจุบันผ่านมาเกือบ ๒๓๐ วันแล้วแต่ยังไม่มีคำตอบหรือข้อมูลใด ๆ ยอดชาย พึ่งพร หารือปัญหาโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ที่พัทยาซึ่งมีปัญหาต่อเนื่องมา ๑๗ ปี โดยวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าและผลกระทบจากการคอร์รัปชันที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรับโทษแต่ผู้แทนรอดพ้น พร้อมเรียกร้องให้เร่งดำเนินการรื้อถอนซากตึกเพื่อคืนพื้นที่สาธารณะ

นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๙ เมืองพัทยา เทศบาลเมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถาม ของผม แล้วก็ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านรัฐมนตรีด้วย ในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ผมในวันนี้

กระทู้ของผมก็เป็นการติดตามความก้าวหน้าในการเพิกถอนโฉนดที่ดิน และการรื้อถอนอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีครับ โครงการ อาคารวอเตอร์ฟรอนท์ เป็นโครงการที่สร้างที่พักแบบ Luxury ขนาดใหญ่ เป็นอาคารสูง ๕๓ ชั้น และมีชั้นใต้ดินอีก ๓ ชั้น โดยมีการเริ่มขออนุญาตก่อสร้างในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ โดย บริษัท บาลีฮาย จำกัด

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

โครงการนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย เป็น Landmark ที่สำคัญของเมืองพัทยา เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องไปตรงนั้น แล้วก็เป็นจุดที่ จะต้องขึ้นเรือเพื่อไปเกาะล้าน ซึ่งเป็นเกาะสำคัญของเมืองพัทยา อาคารนี้ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดิน ทั้งหมด ๗ แปลง คือโฉนดเลขที่ ๙๕๙๒ ๙๖๖๑ ๑๕๐๔๘ ๑๕๐๔๙ ๑๕๐๕๐ ๑๒๓๓๕๔ ๑๒๓๓๕๕ มีพื้นที่รวมกันทั้งหมด ๒ ไร่ ๑ งาน ๖๓.๔ ตารางวา โครงการนี้ผ่านอีไอเอ โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการ ผู้ชํานาญการระดับจังหวัดชลบุรีมีมติเห็นชอบและเมืองพัทยาก็ได้ออกใบอนุญาตก่อสร้าง เลขที่ใบอนุญาต ๗๐๐/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๐ เดือนเก้า ปี ๒๕๕๑

โครงการนี้เต็มไปด้วยข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน คนในพื้นที่เมืองพัทยา เป็นจำนวนมาก เช่นการบดบังทัศนียภาพ สร้างไม่ตรงกับแบบที่ขอ ปัญหาฝุ่นละออง การนําเอาอาคารชุดไปทำเป็นโรงแรม การรุกล้ำไหล่เขา การสร้างถนนด้านข้างโครงการ การออกโฉนดที่ดิน การวัดระดับน้ำทะเลปานกลาง โครงการนี้เป็นที่โจษจันและตั้งคำถาม จากพี่น้องชาวพัทยาว่าสร้างได้อย่างไร มันสร้างได้อย่างไรครับ เพราะที่ดินตรงนี้ บริเวณนี้ เมื่อก่อนมีลักษณะเป็นโขดหิน มีชาวบ้านไปนั่งตกปลากันเป็นประจำ รวมถึงตัวผมด้วย ผมเป็นคนพัทยาโดยกำเนิด ผมไปวิ่งเล่นตรงนั้นเป็นโขดหินนะครับท่านประธาน คนพัทยา จะเรียกที่ตรงนี้ว่า หัวแหลม จึงเกิดความไม่พอใจของชาวบ้าน มีการเปิด Campaign ล่ารายชื่อ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ จนเป็นที่มาของตึกตอนนี้ที่ไม่ได้ไปต่อ เพื่อร้องเรียนให้ทบทวนและ หยุดการก่อสร้าง และเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ ป.ป.ช. ภาค ๒ ได้มีเอกสารลับ ที่ ปช. ๐๐๓๙ (สปภ.๒)๐๓๐๗ ถึงเมืองพัทยา เรื่อง ขอส่งข้อมูลเพื่อประโยชน์ของทางราชการ แจ้งว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.๓ เลขที่ ๙๓ ที่มีที่มาจาก ส.ค.๑ เลขที่ ๙๓ เลขเดียวกันและเป็นที่มาของที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๓๐๙๖ ที่ผมกล่าวไปข้างต้น ซึ่งเป็นโฉนดของ ที่ดินของ บริษัท อาชาแลนด์ จำกัด ที่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาไปแล้วว่าเป็นการออกโฉนด โดยมิชอบ จึงเพิกถอนโฉนด ทีนี้เมื่อแม่มันผิดครับ ลูกมันต้องผิดไปด้วย จึงทำให้โฉนดทั้ง ๗ แปลง ของ บริษัท บาลีฮาย โครงการดังกล่าว จึงน่าจะเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบเช่นกันใช่หรือไม่

ต่อมาในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ท่านประทุม วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ยื่นกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านรัฐมนตรีในขณะนั้นคือท่านอนุทินที่เป็น นายกรัฐมนตรีในวันนี้ ได้มอบหมายให้นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมที่ดินและท่านก็ได้ตอบท่านวุฒิสมาชิก ท่านประทุม วงศ์สวัสดิ์ ว่าขอเวลาอีก ๖๐ วัน ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการเพิกถอนโฉนดดังกล่าว ปัจจุบันผ่านมาแล้วเกือบ ๒๕๐ วัน ขอไว้ ๖๐ วัน วันนี้ครบ ๒๓๐ วันแล้ว ยังไม่มีคำตอบใด ๆ หรือว่าผมไม่มีข้อมูล ไม่ได้ยินข่าวก็ไม่ทราบ แต่เงียบครับ

สรุปสุดท้ายโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ของ บริษัท บาลีฮาย จำกัด ซึ่งมีปัญหา มาอย่างยาวนานถึง ๑๗ ปี กลายเป็นซากตึกที่มีทัศนะอุจาดที่ประจานการทำงานการคอร์รัปชัน ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่บางคนก็ได้ชดใช้กรรมอยู่ในเรือนจำบ้าง บ้างก็เสียชีวิต แต่มีรอดอยู่คนเดียว คือนักการเมือง รอดครับนักการเมือง คดีหมดอายุความ ไปคิดดูนะครับว่ามันคืออะไร ข้าราชการที่ต้องทำตามคำสั่ง พี่น้องข้าราชการประจำที่ต้องทำตามคำสั่งของนักการเมือง ต้องมาชดใช้ ต้องติดคุก เสียชีวิตในคุกก็มี ส่วนนักการเมืองรอดครับ คืออะไรแล้วตึกอัปยศนี้ ปัจจุบันก็ยังตั้งเด่นโชว์นักท่องเที่ยวคนแล้วคนเล่า วันนี้ผมในนามของผู้แทนของพี่น้อง ชาวพัทยาและเป็นชาวพัทยาโดยกำเนิดและเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อในวันนั้นเมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ และตั้งแต่วันแรกที่เป็น สส. วันแรกที่มีโอกาสได้กดไมโครโฟนพูด ผมก็พูดเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แล้วก็ส่งเสียงประเด็นนี้มาตลอด และประเด็นนี้ก็ได้รับความสนใจ จากพี่น้องชาวพัทยา ทั้งจากภายในพื้นที่เอง รวมไปถึงคนไทยทั้งประเทศว่าจะจัดการปัญหานี้ ได้อย่างไร เพราะมีการพูดถึงใน Social แล้ว Influencer ต่างประเทศก็มาถ่ายทำกันเยอะมาก ประจานไปทั่วโลกเลย แล้วผมก็ทราบเป็นอย่างดีว่าทางกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่มีการเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ระเบียบราชการมันมีขั้นตอนอันนี้ผมในฐานะเป็นผู้แทน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐผมเข้าใจ มีข้อกฎหมายที่ต้องมีความรอบคอบรอบด้านในประเด็นนี้และตอนนี้ ก็มีความคืบหน้าไปมากแล้วเหลืออีกนิดเดียวมาช่วยกันครับ สิ่งที่พี่น้องประชาชนรอคอย กำลังจะได้เห็นคือการรื้อสิ่งปลูกสร้างนี้ คืนพื้นที่สาธารณะให้กับประชาชน ให้กับพี่น้อง ชาวพัทยาและคนไทย ผมจึงมีคำถามมาทั้งหมด ๒ คำถามตามที่ท่านประธานได้กำหนดไว้ ดังนี้