อนุทิน ชี้แจงลาออกผู้บริหารบริษัท ขายหุ้นหมดเพื่อตัดปัญหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

อนุทิน ชาญวีรกูล ตอบคำถามความเกี่ยวพันระหว่างตัวเขาและผู้รับจ้าง โดยชี้แจงว่าตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารบริษัทภาคเอกชนเพื่อมาทำงานทางการเมือง และยืนยันการขายหุ้นทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี ๒๕๖๒ เพื่อตัดปัญหาความขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขออนุญาต ตอบคำถามรอบที่ ๒ ของท่าน สส. กทม. ดังนี้ ที่ท่านบอกว่าผมได้รับคำถามจากผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับเรื่องของความเกี่ยวพันกับตัวผมและผู้รับจ้างนั้น แล้วผมเดินไม่ตอบก็เพราะว่า ผมทราบดีว่าวันหนึ่งผมจะต้องมาตอบตรงนี้และผมก็ต้องการตอบทีเดียว คือ ผมอยู่ใน การเมืองมา มาเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ นับถึงวันนี้ก็ ๒๑ ปี แล้วก็ทราบดีถึงข้อจำกัดต่าง ๆ แน่นอนผมก็มาจากภาคเอกชนในอดีต ไม่ต่างจากผู้สถาปนาพรรคอนาคตใหม่ มาจาก ภาคเอกชนเหมือนกัน แต่ว่ามาถึงจุดนี้แล้วการที่เราตัดสินใจที่จะมาทำงานทางการเมือง แล้วก็ทำงานเพื่อรับใช้ประเทศชาติ เรารู้ถึงข้อจำกัดเหล่านี้ดีและเราก็ต้อง Clear ตัวเอง ให้เกลี้ยง ผมใช้เวลา ๒๑ ปีในการเมือง แล้วก็จริง ๆ แล้ว การที่ผมได้ออกจาก การเป็นผู้บริหารบริษัทภาคเอกชน ไม่ใช่เฉพาะบริษัท ซิโน-ไทย ครับ ทุกบริษัท ๒๐ กว่าปีก่อน ผมเป็นทั้งกรรมการ เป็นทั้งผู้บริหารหลายบริษัทด้วยกัน ซึ่งผมก็จำเป็นที่จะต้องละทิ้ง ตำแหน่งเหล่านั้น เพื่อมาทำงานทางด้านการเมือง แล้วก็สละเรื่องของสิทธิต่าง ๆ ตลอดจนสุดท้ายก็คือ เมื่อมีการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ และทราบมาว่าใน ณ ขณะนั้นพรรคภูมิใจไทย ที่ผมดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอยู่ก็อาจจะมีโอกาสที่จะเข้ามาทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ได้อย่างยั่งยืน เพราะว่าหลังจากการปฏิวัติแล้ว ก็คงไม่มีการปฏิวัติอะไรซ้ำซ้อนอีกบ่อย ๆ สิ่งล่าสุดที่ทำเมื่อปี ๒๕๖๒ ก็คือ ขายหุ้นในบริษัท ซิโน-ไทย ผ่านช่องทางตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยจนหมดไม่เหลือแม้แต่หุ้นเดียว แล้วก็ไม่มีส่วนการถือหุ้นใด ๆ ที่มี ความขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือต่อกฎระเบียบที่กำหนดไว้ในการที่มาทำงานทางการเมือง และเมื่อมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย ก็ต้อง Clear ในทุก ๆ เรื่องออกให้หมด

ดังนั้นผมขออนุญาตเรียนว่าผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกิจการภาคเอกชน ใด ๆ เลย ตั้งแต่ลาออกมาทำงานภาคการเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ทางการเมืองไปในปี ๒๕๔๙ ผมก็ไม่ได้กลับเข้าไปทำงานบริษัทภาคเอกชนอีก ผมก็เน้น ในการทำงานการเมืองรวมกับพี่น้องสภาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ คนในที่นี้ แล้วก็พี่น้องที่ทำงานนักการเมืองร่วมกันมา ตราบจนถึงปัจจุบัน ในกรณีนี้ตัวผู้รับจ้าง ถึงแม้ว่าจะเคยเป็นบริษัทที่ผมเคยบริหารงานมาก่อน เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนนั้น ต้องขออนุญาต เน้นว่า ๒๐ กว่าปีก่อน ป่านนี้เดินเข้าไปในบริษัทก็คงเหลือไม่กี่คนที่จะจำผมได้เท่าไร นอกจากวันนี้รู้ว่านายอนุทินหน้าตาเป็นอย่างนี้ แต่ว่าความผูกพัน ความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่มีแล้ว เพราะคนที่ทำงานร่วมกับผมตอนนี้ก็เกษียณอายุไปหมดแล้วเช่นกัน ดังนั้น ในเรื่องของการปกป้องเพื่อให้เขาได้เกิดประโยชน์ไม่มีครับ ผมกับตัวบริษัท ซิโน-ไทย ตอนนี้ก็เหมือนกับไม่รู้จักกัน รู้ว่าเป็นบริษัทก่อสร้าง รู้ว่าเขาก็ยังดำเนินธุรกิจอยู่ แต่เมื่อผมมาอยู่ ในภาครัฐท่านไป Check ไปตรวจดูได้เลยว่า ไม่มีตรงไหนเลยที่ผมได้เคยใช้ความเกี่ยวข้อง อิทธิพล หรือการโน้มน้าวใด ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือบริษัทนี้เลย ดังนั้นผมมีความสบายใจ มากที่จะตอบคำถาม ท่านบอกว่าผมในฐานะนายกรัฐมนตรี มีสิทธิสั่งการกระทรวงคมนาคม อยู่แล้ว จะให้อิสระในการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบความเสียหายเรื่องนี้หรือไม่ ผมขอให้สัตยาบันเลยว่า ผมนอกจากที่จะให้อิสระแล้ว ผมไม่มีการที่จะบอกว่าคนนี้เหมาะสม คนนี้ไม่เหมาะสม เพราะว่าการตั้งคณะกรรมการมันจบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับท่านอย่างแน่นอนนะครับ แล้วก็ขอให้ท่าน ท่านอยู่ตรงนี้ด้วยนะครับ ท่านไม่ต้องฟังผมนะครับว่าท่านจะต้องไปตั้งใคร ท่านก็เลือกคนที่ท่านอยากจะตั้งแล้วคิดว่า มีความเหมาะสม มีความเป็นกลาง แล้วการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนี้แน่นอนว่าต้องเน้น ประโยชน์ของรัฐครับ เพราะวันนี้พวกเราเป็นคณะรัฐมนตรีครับ คณะรัฐมนตรีนี้ถ้าจะต้อง รักษาประโยชน์ต้องรักษาประโยชน์ของรัฐ ของประชาชนเท่านั้น ไม่สามารถที่จะไปป้อง ประโยชน์ของนายทุนได้ แล้วก็ขอให้เกิดความมั่นใจว่าจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาประโยชน์ของ ราชการเป็นสำคัญเท่านั้น ผมตอบคำถามที่ ๓ ท่านไปแล้ว ท่านบอกว่าหากพบว่ามีการบกพร่องหรือผิดพลาด ในขั้นตอนการก่อสร้าง มันมีข้อกำหนด มีระเบียบหมดแล้วว่าถ้าทำผิดด้วยความสะเพร่า เลินเล่อใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าทำผิดด้วยการไม่ปฏิบัติตามแบบตามขั้นตอน การก่อสร้าง ความผิดทั้งหมดส่วนใหญ่ผู้รับจ้างก็จะต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ และผมมั่นใจว่า ตรงนี้ไม่ต้องถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรอกครับ รฟม. เขามีจ้างผู้ควบคุมงาน ผู้ออกแบบ มีคณะกรรมการตรวจการจ้าง เหตุการณ์เช่นนี้ไม่มีทางที่มนุษย์หน้าไหน จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่กระทำผิด ผู้รับจ้างเหนื่อยแน่ครับงานนี้ เพราะต่อให้ Clear ตัวเองได้ ก็จะต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทางวิศวกรรมอย่างมากมาย แล้วถ้ามีการพิสูจน์ ออกมาแล้วว่าเป็นการบกพร่องอย่างรุนแรง มันมีขั้นตอนอยู่แล้วว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ต่าง ๆ อย่างไร สัญญานี้มีกำหนดที่ชัดเจน เท่าที่ผมทราบมาน่าจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๗๐ ถ้าส่วนที่เสียหายตรงนี้ที่เขาต้องซ่อม แล้วเมื่อวันที่สัญญาสิ้นสุดปี ๒๕๗๐ ตรงนี้ซ่อมไม่เสร็จ ค่าปรับเดินแน่นอน เดินตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ตามระเบียบ ของกรมบัญชีกลาง ดังนั้นผมจึงขอให้ความมั่นใจกับท่าน แล้วก็ผ่านไปยังพี่น้องประชาชน ด้วยว่าเรื่องพวกนี้ผมไม่เคยเสียหาย ผมเสียเพื่อนไปหลายคนในการที่ผมไม่ได้ใช้อิทธิพล หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจใด ๆ ในการให้ความช่วยเหลือพวกเขา ท่านไปถามได้เลยครับ ทุกครั้งที่มีการขอให้ผมได้ใช้อำนาจในทางที่มีทางราชการให้ช่วยเหลือ ไม่ว่าทั้งเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่เรื่องน้อย คำตอบที่ได้ผมคือความว่างเปล่าครับ ใน LINE มีแต่คำว่ากรุณา อ่าน LINE ด้วย กรุณาอ่าน LINE ด้วย ผมไม่ต้องอ่านเพราะว่าผมก็กดแบบไม่ Read ท่านก็คง ทำเป็นพอเห็นเรื่องนี้มาปุ๊บผมก็นอกจากไม่ Read แล้วบางคนผม Block ด้วย เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมค่อนข้างจะมีความมั่นใจในตัวเองว่าเมื่อผมมาอยู่ตรงนี้แล้ว หน้าที่ของผม ก็คือปกป้องประโยชน์ของรัฐและประชาชนเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ