ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ชี้แจงปัญหาอุโมงค์ถล่มที่ถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๘ โดยระบุว่าเป็นความล้มเหลวของโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงผู้ป่วยและร้านค้า พร้อมเสนอให้ตรวจสอบสาเหตุที่เป็นไปได้ 3 ประการ ได้แก่ การไหลของดินเข้าสู่อุโมงค์ล่าง การสูญเสียกำลังรับน้ำหนักจนดินอ่อนตัว และการขอรูปประกอบเพื่อชี้แจงเพิ่มเติม ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ แสดงความกังวลต่อโครงสร้างอุโมงค์ที่อาจพังถล่มจากจุดเชื่อมต่อ Wedge ชี้ว่าหากโครงสร้างหลักสร้างเสร็จแล้วแต่ยังเกิดดินถล่มแสดงว่ามีปัญหาความบกพร่องของงานก่อสร้างและมาตรฐานความปลอดภัย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสืบสวนหาสาเหตุความจริงเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะ และสอบถามมาตรการแก้ไขคืนผิวถนน การซ่อมแซมอุโมงค์ รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งผู้ประกอบการ ประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ถามรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและตรวจสอบการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยง เช่น สายสีม่วงและสายสีส้ม และขอฝากคำถามเพิ่มเติม 3 ข้อ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคประชาชน ท่านประธาน วันนี้เป็นโอกาสดีที่ผมได้มาถาม ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็อยู่ด้วย ซึ่งกำกับดูแล รฟม. หวังว่าผมจะได้คำตอบอย่างตรงไปตรงมา ผมขอเข้าเรื่องเลย ผมเองได้ติดตามข่าว ที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ด้วยตนเองอยู่หลายครั้ง ณ จุดเกิดเหตุที่ถูกจับจ้องและ สร้างความหวาดกลัวให้กับคนไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่หลุมขนาดใหญ่อย่างเดียวครับ แต่เป็น การถล่มของความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อโครงการรัฐบาล วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือหลุมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย มีความลึก กว่า ๕๐ เมตร กว้าง ๓๐ เมตร คูณ ๓๐ เมตร ที่ไม่ได้กลืนกินเพียงแค่ถนน แต่กลืนกิน ความรู้สึก ความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ โชคดีแค่ไหนที่เราไม่เกิด การสูญเสียในครั้งนี้ แต่ครั้งหน้าโชคอาจจะไม่ได้อยู่ข้างเรา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ครั้งนี้คือประชาชนรู้สึกหวาดผวา ไม่กล้าใช้ถนนเส้นนี้และถนนจุดอื่น ๆ โดยเฉพาะ จุดที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ผู้ป่วยและบุคลากรในโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเป็นหมื่นคน ได้รับผลกระทบต่อการเข้าถึงการรักษาและการเดินทาง การสัญจร ชุมชนบ้านพักอาศัย รวมถึงร้านค้าต้องสูญเสียรายได้และเกิดความกังวล เรื่องความปลอดภัยของตนเอง อยู่ตลอดเวลา น้ำประปาหยุดไหล กระทบกับประชาชนในพื้นที่เป็น ๑๐ ชุมชนเลย ท่านนายกรัฐมนตรีก็น่าจะทราบอยู่ ผมเองลงพื้นที่อยู่หลายครั้ง คนได้รับผลกระทบเป็นหมื่น ไม่มีน้ำใช้เป็นเวลา ๑-๒ วัน การจราจรใจกลางเมืองมีความปั่นป่วน เสียเวลา เศรษฐกิจเสียหาย อย่างซ้ำซ้อน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางวิศวกรรมธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนภัย ต่อโครงการของรัฐระดับใหญ่ ที่ใช้งบประมาณนับหมื่นล้านบาท ผมขอเรียนต่อท่านประธานสภา เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เอามาพูดลอย ๆ สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้เสนอความเป็นไปได้ของสาเหตุของการถล่มลงมา ความเป็นไปได้ที่ ๑ เกิดจากการที่ ดินรองรับอุโมงค์บนและอุโมงค์ล่างไหลเข้าไปในอุโมงค์ล่าง เพราะมีปัญหาเรื่องจุดเชื่อมต่อ ทำให้อุโมงค์ชั้นบนสูญเสียชั้นดินที่รองรับจึงอาจจะถล่มลงมา ความเป็นไปได้ที่ ๒ ดินรองรับอุโมงค์บนและอุโมงค์ล่างสูญเสียกำลังในการรับน้ำหนัก เกิดการกลายสภาพ เป็นของเหลวทำให้ดินอ่อนตัวจนไม่สามารถค้ำอุโมงค์ได้ ส่งผลให้อุโมงค์บนถล่มลงมา ทับอุโมงค์ล่าง ความเป็นไปได้ที่ ๓ ขอรูปด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เชิญทุกท่านดูรูปครับ อันนี้เขาเรียกตัว Wedge มันเป็น Ring และมีองค์ประกอบ ๖ ตัว ตัวหลักที่ผมได้วงไว้ อันนั้นเขาเรียก Key Wedge ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการรองรับน้ำหนักหรือว่า มันจะเกิดจากความบกพร่องของโครงสร้างอุโมงค์ เนื่องจากอุโมงค์ถูกประกอบไปด้วย ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ผมให้ดูเขาเรียกว่า Wedge ต่อกันเป็นวงกลมหลาย ๆ ชั้น มีรอยต่อ เป็นจำนวนมาก หากเพียงแค่ชิ้นใดชิ้นหนึ่งมีการชำรุดก็อาจทำให้ทั้งโครงสร้างพังถล่มลงมา ทั้งระบบได้ ทั้งหมดทั้งมวลไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตามถ้าโครงสร้างหลักอุโมงค์สร้างเสร็จ และได้มาตรฐาน ต่อให้ฝนตกหนักเท่าไร หรือต่อให้น้ำจากท่อประปาแตก ก็ไม่ควรที่จะ มีดินถล่มลงมาขนาดนี้ครับ รัฐบาลมีหน้าที่ในการตามล่าหาความจริงนั้น มาเปิดเผย ต่อสาธารณะโดยเร็วที่สุด เพราะตราบใดที่รัฐบาลยังหาสาเหตุไม่เจอ ท่านก็จะไม่มีวัน สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เลย และท่านก็จะไม่สามารถป้องกันให้เหตุนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำได้อีก ในอนาคต แล้วประชาชนจะมีความเชื่อมั่นต่อโครงการของรัฐได้อย่างไร สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ากรณีนี้อาจจะแย่กว่ากรณีตึกถล่มของ สตง. อีก เพราะสำหรับผมแล้วการถล่มของตึก สตง. เรายังทราบเหตุผลที่ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบ ของแผ่นดินไหว อย่างน้อยเรารู้ที่มาครับ แต่กรณีนี้ รฟม. ก็ได้ออกมาชี้แจงในสื่อต่าง ๆ ว่าโครงสร้างหลักของอุโมงค์ได้สร้างเสร็จมาหลายเดือนแล้ว และมีการเปิดให้ใช้ถนน ในการสัญจรให้รถได้วิ่งในเส้นถนนนี้ทุกวันเป็นจำนวนมาก นั่นแปลว่าหน่วยงานที่ท่านกำกับ ดูแลเชื่อว่าอุโมงค์โครงสร้างหลักนี้มีความปลอดภัย ได้รับมาตรฐานที่ดี ผมขออนุญาต คำถามชุดแรกที่ผมจะถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ มาตรการการแก้ไข ท่านจะคืน ผิวถนนที่มีคุณภาพ ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นและท่านจะทำเสร็จเมื่อไร รวมถึงการซ่อมอุโมงค์ครับ
คำถามที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องมาตรการการเยียวยา ท่านจะช่วยเหลือและเยียวยา ประชาชนอย่างไร ทั้งผู้ประกอบการที่สูญเสียรายได้ ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณ รอบข้าง ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ หมอ ที่มารับยาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร
คำถามถัดไปเกี่ยวกับเรื่องมาตรการการป้องกัน รัฐบาลมีมาตรการเชิงรุก ในการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้น สำหรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่ดำเนินการอยู่ไม่ว่าจะเป็นสายสีม่วงหรือสายสีส้ม รวมถึงท่านจะยกระดับมาตรฐาน การก่อสร้างที่มีความเสี่ยงลักษณะนี้อย่างไร ผมฝากคำถาม ๓ คำถามก่อนครับ