ณัฐวุฒิ อภิปรายมาตรา ๑๘ ขออำนาจเรียกข้อมูลเพื่อแก้ปัญหามลพิษ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายความกังวลต่อการตัดมาตรา ๑๘ และ ๑๙ ในร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด โดยชี้ว่าการตัดอำนาจในการเรียกหน่วยงานและบุคคลให้ส่งเอกสารเป็นการลดทอนประสิทธิภาพของกฎหมาย และเรียกร้องให้สภาอธิบายเหตุผลก่อนลงมติ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในมาตรา ๑๘ นั้นผมไม่ได้มีการแปรญัตติไว้ครับ แต่เนื่องจากทาง กรรมาธิการมีการตัดออก ผมจะขอใช้สิทธิในฐานะสมาชิกอภิปรายในมาตรา ๑๘ แล้วก็ต้อง บอกไว้ก่อนอาจจะอภิปรายในมาตราอื่น ๆ ต่อไปด้วยนะครับ ในมาตรา ๑๘ กับมาตรา ๑๙ นั้น มีความเกี่ยวพันกันครับ กรณีมาตรา ๑๘ นั้นคืออำนาจของคณะกรรมการซึ่งแต่เดิมเราใช้คำว่า คณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาด แล้วพูดถึงอำนาจในลักษณะการเรียก ไม่ว่าจะเป็น การเรียกหน่วยงานของรัฐ การเรียกบุคคลให้ส่งเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่อง อากาศสะอาดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ แล้วมาตรานี้เชื่อมโยงไปกับมาตรา ๑๙ ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอภิปรายในมาตรา ๑๙ เพราะว่ามาตรา ๑๙ นั้นท่านพูดถึงว่า การปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ของคณะกรรมการนั้นอาจเชิญหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาให้ข้อมูล เอกสารข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาได้ ท่านเห็นไหมครับ มันคือ ๒ เรื่องที่มีหลักการสำคัญ มาตรา ๑๘ คืออำนาจ มาตรา ๑๙ คือหน้าที่ แต่การตัดมาตรา ๑๘ ที่พูดถึงอำนาจเรียก เสมือนเราอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรก็คือการตัดอำนาจเรียกของ คณะกรรมาธิการ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่จะปล่อยผ่านโดยไม่ให้มีการอภิปรายหรือ สอบถามว่าเพราะเหตุใดท่านถึงตัดมาตรานี้ออก กรณีของมาตรา ๑๘ นั้นเหตุผลและ ความสำคัญของมันอยู่ตรงที่ว่าแบบนี้ครับ เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นกรณีอากาศสะอาด ไม่ว่าจะเป็นกรณีมลพิษ หรือสิ่งที่ข้ามไปมาทั้งในประเทศหรือระหว่างพรมแดนนั้น แน่นอนครับ รับรู้กันโดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ไม่จำเป็น ที่จะต้องเป็นผู้ที่ถือข้อมูลในลักษณะชั้นความลับต่าง ๆ ว่าหลายเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ของรัฐ หลายเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับบุคคล หลายเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับเอกชน โดยไม่จำเป็น ต้องเอ่ยชื่อบริษัทเอกชน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่เป็นบริษัทภายในประเทศหรือบริษัทข้ามชาติ ที่แน่นอนในท้ายที่สุดนั้นไม่มากก็น้อย สิ่งที่ท่านทำธุรกิจของท่านนั้นเกี่ยวข้องกับการปล่อย อากาศเสียหรือการปล่อยมลพิษเข้าสู่สภาพแวดล้อมต่าง ๆ จังหวัดอ่างทองของผมแม้เป็น จังหวัดเล็ก ๆ ก็มี ไม่ต้องพูดถึงจังหวัดเชียงใหม่ของท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ทำไมท่านต้อง ลุกขึ้นมาว่าวันนี้เราจะไม่เดินหน้า พ.ร.บ. อากาศสะอาดได้อย่างไร ผมขึ้นไปเชียงใหม่ก็เจอ ปัญหาแบบที่ท่านพูดซึ่งเป็นเรื่องที่เพื่อนสมาชิกของพรรคผมในจังหวัดเชียงใหม่ไม่อาจทน ต่อไปได้ ท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ท่านพุธิตา ชัยอนันต์ ท่านณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านสมดุลย์ อุตเจริญ และเพื่อนสมาชิกคนอื่น ๆ ก็ไม่อาจทน ฉะนั้นการตัดมาตรา ๑๙ ที่ตัดหัวใจของคณะกรรมการในการเรียกหน่วยงานหรือการเรียกบุคคลให้ส่งเอกสารการสำรวจ ผลกระทบคุณภาพอากาศ เอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการหรือบุคคลนั้นมาพิจารณา เป็นการทำลายอำนาจของท่านเองและหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้อย่างยิ่ง นั่นคือสิ่งที่ ท่านต้องอธิบายต่อสภาแห่งนี้ว่าท่านตัดอำนาจของคณะกรรมการในมาตรานี้ได้อย่างไร อย่างที่ผมนำเรียนเพื่อนสมาชิกว่าถ้าเราอยากจะเดินหน้าการพิจารณาวันนี้ไปต่อโดยร่วมกัน เป็นองค์ประชุม ผมก็ไม่ต้องเสียเวลาไปพูดมาตรา ๑๙ ก็เอามาพูดตรงนี้เลยครับ มาตรา ๑๙ ที่มีความเกี่ยวพันกันนั้นลด Scale เลยครับ เพราะตัดอำนาจมาตรา ๑๘ เดี๋ยวท่านลุกขึ้นมา ท่านก็จะบอกว่ามีอำนาจตามมาตรา ๑๙ ซึ่งผมคิดว่าไม่เหมือนกัน มาตรา ๑๙ ที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา ๑๘ นั้นท่านพูดถึงเรื่องของการปฏิบัติ แล้วท่านใช้คำว่าอาจเชิญหน่วยงานหรือบุคคลใด มาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง เอกสารต่าง ๆ หลักฐานที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ผมเห็นต่อไปนะครับ อ่านกฎหมายครบ ดูกฎหมายเป็นนะครับ เลยไปถึงมาตรา ๒๐ ด้วยซ้ำ เพราะมาตรา ๒๐ ท่านพูดถึงคณะกรรมการต่าง ๆ คณะกรรมการกำกับ คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการ เศรษฐศาสตร์ แสดงให้เห็นว่าตกลงแล้วหน้าที่หรืออำนาจในการปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ ที่ท่านพูดถึงคณะกรรมการนั้นหมายรวมถึงคณะกรรมการชุดอื่น ๆ ที่มีอยู่ในมาตรา ๒๐ ด้วย ใช่หรือไม่ ตอบรอบเดียวเลย แล้วตกลงถ้าวางโครงสร้างกันแบบนี้เท่ากับว่า พ.ร.บ. เพื่ออากาศสะอาดวันนี้จะไม่มีการตั้ง อนุกรรมการอีกแล้วใช่หรือไม่ หรือถ้ามีการตั้งอนุกรรมาธิการ ซึ่งจริง ๆ ก่อนหน้านี้ท่านมี มาตรา ๑๗ ที่เราลงมติเห็นชอบไปแล้วนะครับ อาจจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการถ้าจะมี ใช้อำนาจตามมาตรา ๑๙ ที่ท่านเขียนผูกพันเฉพาะคณะกรรมการนั้นได้หรือไม่ ผมคิดว่า ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราต้องยอมรับกันว่าการเป็นหน่วยงานรัฐ เราพอเข้าใจได้ว่าอาจจะมีอำนาจทางบริหาร อำนาจทางกฎหมาย อำนาจตาม พ.ร.บ. ข้อมูล ข่าวสารราชการ อำนาจในการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งพวกผมพรรคประชาชน ก็ผลักดันมาโดยตลอดเรื่องการบริหารราชการที่โปร่งใส แบบนี้เข้าใจ แต่ท่านไปตัดอำนาจ ของท่านเองในการเรียกเอกชน ในการเรียกบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกี่ยวข้องกับ อากาศสะอาด ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิก โดบเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษ เป็นอย่างมากไม่อาจเข้าใจได้ครับ แล้วเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่แค่จังหวัดเดียว มันคือเรื่องการข้าม จังหวัด การข้ามภาค การข้ามประเทศ ด้วยเหตุผลที่ผมได้นำเรียนสอบถามท่านประธานครับ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอภิปรายสักมาตราหนึ่ง เพื่อนสมาชิกจะอยู่เป็นองค์ประชุมต่อเนื่องไหม ก็ลองดูว่าคำตอบจากกรรมาธิการจะตอบกรณีมาตรา ๑๘ อย่างสมเหตุสมผลและเชื่อมโยง ให้ผมไปเห็นในมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ ที่ผมได้นำเรียนไปเบื้องต้นต่อแบบใดประการใดครับ ถ้าตัดอย่างอื่นได้ครับ อย่างที่เขาบอก ตัดสายน้ำไม่อาจตัดขาดได้ ตัดอำนาจตนเองในการ ทำหน้าที่อย่างเต็มรูปยิ่งไม่อาจตัดขาดได้ ตอบให้พี่น้องประชาชนรู้หน่อยว่าคณะกรรมการนี้ จะมีกุญแจ มีหัวใจ มีเครื่องมือ มีดาบที่จะเชิญหน่วยงานเข้ามาให้ข้อมูลได้อย่างแท้จริงครับ ถ้าไม่เช่นนั้นการผ่านกฎหมายไปโดยไม่มีเครื่องมือ ไม่มีดาบที่ท่านให้ใช้ในการเชิญหน่วยงาน เชิญบุคคล เชิญเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มาดูกันว่าตกลงใครกันแน่ที่ปล่อยให้เกิดอากาศเสีย เกิดมลพิษต่าง ๆ นั้น ไม่เห็นว่ากฎหมายนี้จะมีประโยชน์อย่างไร ก็ใช้เวลาสั้น ๆ ไม่ใช้เต็ม ทุกมาตราแน่นอนในการสอบถามขอคำตอบจากกรรมาธิการ ขอบคุณครับ