ณัฐวุฒิ เสนอร่างกฎหมาย คัดค้านจำกัดสิทธิผู้มีประวัติอาญากรรม ชี้เป็นสิทธิพลเมือง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม เสนอความเห็นคัดค้านการจำกัดสิทธิผู้มีประวัติอาญากรรมในการดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ โดยชี้ว่าหลักการสำคัญคือสิทธิความเป็นพลเมืองและประสบการณ์ชีวิต รวมถึงการตีตราซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสถาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ส่วนท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นั้นอยู่สุพรรณบุรีครับ ในกรณีมาตรา ๑๑ ที่ผมขอแปรญัตติสงวนความเห็นไว้ในประเด็นเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ กรรมการซึ่งแต่เดิมนั้นท่านใช้เป็นวงเล็บ แต่ว่าท่านเปลี่ยนมาใช้คำว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้น ความเป็นจริงผมขอสงวน ขอตัดแค่ถ้อยคำใน (๖) ในประเด็นที่บอกว่ากรรมการนั้นต้องไม่เคย ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและพ้นโทษมายังไม่ถึงหนึ่งปี ในวันที่ได้รับ การแต่งตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ การที่ผมขอตัด ถ้อยคำนี้ไม่ใช่เป็นเพราะว่าอยู่ในกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น แต่ผมคิดว่าหลักการใหญ่ที่สภาแห่งนี้ ได้พยายามจะสร้าง แล้วผมเองก็ท้วงติงมาโดยตลอดก็คือสิทธิความเป็นคนแล้วก็สิทธิความเป็น พลเมือง ท่านประธานครับ เราอาจจะมีกฎหมายที่จำกัดสิทธิอยู่เยอะแยะไปหมด หรือเรา อาจจะมีกฎหมายในเชิงบวกที่บอกว่าคนที่เข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ นั้นท่านต้องมีคุณสมบัติ อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ วันนี้เราแทบตัดเรื่องอายุ ออกแล้ว และจะเห็นได้ว่าในส่วนของท่านเองนั้น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่เดิมใส่ไว้ ๓๕ ปี ท่านก็ตัดล็อกวงเล็บกรณีขออายุออก แสดงให้เห็นว่าท่านเริ่มมองว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัด ในการเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ เรามีนายกรัฐมนตรี เรามีผู้นำฝ่ายค้านที่อายุล้วนแต่น้อยกว่า ๔๐ ปี ๓๐ ปีกว่า ๆ เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ผมคิดว่าจำเป็นต้องพิจารณาในมาตราที่ผมตั้งไว้ ท่านต้องนึกภาพว่าคนเราในชีวิตนั้นล้วนอาจจะผิดพลาด บางครั้งเป็นความผิดพลาดในทาง กฎหมายอาญา ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ท่านผู้มีประสบการณ์ท่านทราบดี กฎหมายอาญา แบบหนึ่งเรียกอาชญากรรมโดยแท้ Mala in se กฎหมายบางอย่างเรียกอาชญากรรม เพราะกฎหมายเป็นคนเขียนว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นการกระทำความผิดเรียกมา Mala in prohibita ท่านเห็นไหมครับ การฆ่าคนตาย การทำร้ายผู้อื่นเป็นอาชญากรรมาโดยแท้ แต่ลักษณะบางประการ เช่น การทำผิดต่อกฎหมายบางอย่างแล้วนำไปสู่การถูกจำคุก เขาไม่ใช่ อาชญากรรม แต่เป็นเพราะกฎหมายระบุว่าเป็นความผิด แน่นอนครับ อาจจะเป็นไปเพื่อ ความสงบเรียบร้อยของสังคมใด ๆ ก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงแต่ละเคส แต่ท่านเห็นไหมครับ เกือบทุกกฎหมายจะมีการไปจำกัดสิทธิความเป็นคน หรือสิทธิความเป็นพลเมืองอยู่วงเล็บหนึ่ง เสมอครับ ก็คือไปบอกว่าคนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งนั้นต้องไม่เคยถูกคำพิพากษาให้มีการจำคุก ถึงแม้ท่านอาจจะบอกว่าอันนี้เขียนชัดเจนบอกว่าแค่จำคุกแล้วพ้นมาจากตำแหน่งไม่ถึง ๑ ปี หมายถึงว่าท่านก็พยายามจะเปิดช่องมากขึ้นว่าเมื่อพ้นครบ ๑ ปี ก็อาจจะสามารถเข้าสู่การ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเข้ามาดูแลเรื่องบริหารจัดการอากาศสะอาดได้ ผมคิดว่าก็มีเหตุและผล แต่ผมยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี เราคงต้องเข้าใจว่าหลายคน โดยเฉพาะพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่ตาม พื้นที่ต่าง ๆ ที่ทำงานเชิงชุมชน ที่ทำงานเชิงชาติพันธุ์ ที่ทำงานประเด็นเชิงสังคม รณรงค์ต่อสู้ ปกป้องผืนป่าต่าง ๆ หลายกรณีถูกดำเนินคดี ถูกจำคุก วันนี้เรายังผ่านกฎหมายในสภาเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วเรียกว่า ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม กรณีการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับป่าไม้ก็ยังมีเลย แต่การจำกัดสิทธิคนไว้แบบนี้เท่ากับว่ามันเป็นการตีตราหรือกระทำ ซ้ำ Stigmatization Re-abuse ต่อสิทธิความเป็นคน หรือสิทธิความเป็นพลเมืองอยู่ ตลอดเวลา แทนที่สังคมจะเปิดกว้างสำหรับคนที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก เขารับผิด เบ็ดเสร็จสำเร็จไปหมดแล้ว กลับมาเขากลายเป็นว่าไม่สามารถมาทำงานได้ กลับมาเขาเองมีประสบการณ์ มีความรู้ เยอะแยะไปหมดที่จะเกิดประโยชน์ต่อสังคม กลับมากลายเป็นว่าไม่สามารถออกมาทำงานได้ ออกมารับใช้สังคม ออกมารับใช้ประเทศชาติได้ เพราะกฎหมายไปเขียนจำกัดสิทธิไว้ ฉะนั้น ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นสำคัญที่อยากจะนำเรียนว่าตอนแรกอ่านรายงานของกรรมาธิการ ก็รู้สึกดีใจ อ่านในหน้า ๑๓ ก็ตัด (๖) ไป เราก็อ่านหนังสือไม่ครบ เพราะท่านเกิดมาแบ่งเป็น คุณสมบัติกับลักษณะต้องห้าม พอไปอ่านลักษณะต้องห้ามปุ๊บ ท่านเปลี่ยนจาก (๖) ผมมาใส่เป็น ข (๓) ใส่คำว่าเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก พลความหลังจากนั้น ผมไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียด แบบนี้ที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งไม่กล้าที่จะออกมาเผชิญสังคม ถึงแม้จะถูกโทษจำคุกมาแล้ว แบบนี้ที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งกลัวแล้วพยายามหนีความผิดต่าง ๆ ไม่อยากให้ถูกจับ มีการยัดไส้ในกระบวนการยุติธรรม เพราะกลัวว่าจะเป็นการถูกจำกัดสิทธิ ในบางประการที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมคิดว่าไม่ว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านในมาตรานี้ ที่ผมแปรญัตติไว้หรือไม่ แต่ผมว่าหน่วยงานหลายหน่วยงานต้องศึกษาอย่างจริงจังว่าเมื่อเขา รับโทษถึงที่สุด สิทธิความเป็นคนหรือสิทธิความเป็นพลเมืองถึงแม้จะอยู่ในรัฐธรรมนูญ หรืออยู่ในสิทธิโดยธรรมชาติก็แล้วแต่ ควรจะกลับมาเป็นของเขาโดยอัตโนมัติ เป็นประเด็น ที่ผมยังติดใจแต่ก็คงต้องขอคำตอบจากท่าน แม้ไม่ได้ตอบในกฎหมายนี้ก็คงอยากจะให้ทาง กฤษฎีกาได้ช่วยกรุณาตอบว่าท่านจะรับไปศึกษาให้เกิดมรรคผลในกฎหมายอื่น ๆ ในประเด็นนี้ อย่างไร

ประเด็นที่ ๒ เป็นประเด็นสั้น ๆ มีเพื่อนสมาชิกผมที่เชี่ยวชาญเรื่องตัวเลข ท่านถามครับ จริง ๆ ท่านเชี่ยวชาญตัวเลขอารบิกแต่ในนี้เขียนมาเป็นเลขไทย ในกรณีร่างนี้ มีการแก้ไขผมขอสอบถามเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าในมาตรา ๑๑ ก กรณีคุณสมบัติมี (๑) (๒) (๓) ท่านตัด (๒) เรื่องของอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีออก ซึ่งผมเองเห็นพ้องด้วย แต่สิ่งที่อยากสอบถามท่าน เพื่อนสมาชิกสงสัยว่าเมื่อตัด (๒) แล้ว แต่ยังมี (๓) ทำไมเราถึงไม่เปลี่ยนถ้อยคำใน (๓) เป็น (๒) หรือในทางทฤษฎีกฎหมายในทางระเบียบวิธีที่จะต้องนำไปสู่การบังคับใช้ กฤษฎีกาจะออกมา ในอนาคต กฎหมายจะ Run เลขด้วยตัวของมันเองใช่หรือไม่ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกสอบถามมาเพื่อความกระจ่าง แล้วเราก็จะได้ไม่มีข้อสงสัยในมาตราอื่น ๆ ที่มีการตัดในลักษณะแบบเดียวกัน ขออนุญาตท่านประธาน ผมคิดว่าเพื่อสะดวกต่อเพื่อนสมาชิก ถอนตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องถามผมอีกรอบหนึ่ง เอาเป็นว่าผมฝากกฤษฎีกา ในประเด็นที่ผมสอบถาม แล้วก็ฝากคำตอบจากท่านในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกสอบถาม ส่วนผมเองไม่ติดใจในข้อแปรญัตติที่ผมได้แปรญัตติในมาตรานี้ไว้ กราบขอบพระคุณครับ