ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือกรณีการแปรญัตติร่างกฎหมายมาตรา ๒๑ เรื่องคณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด โดยชี้แจงความคลาดเคลื่อนของถ้อยคำที่บันทึกไว้ และเสนอให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้หญิงอย่างน้อย ๒ คน เพื่อสร้างแต้มต่อในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ ก่อนอื่นขอทำหน้าที่แทนเพื่อนสมาชิกผม ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขอต้อนรับน้อง ๆ นักเรียน โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม เขตคลองสาน ที่มาเยี่ยมชมสภาในวันนี้ ท่านประธานครับ กรณี มาตรา ๒๑ ที่ผมแปรญัตติไว้ จริง ๆ เป็นประเด็นที่คล้ายกับกรณีของมาตรา ๑๐ เรื่องของ ผู้ทรงคุณวุฒิก่อนหน้านี้ซึ่งผมเองไม่ติดใจแล้วก็สภาแห่งนี้ได้มีการพิจารณาไปแล้ว แต่ผมคิดว่า ที่จำเป็นต้องพูดครับ มีเหตุผลอยู่หลายประเด็นทีเดียว แล้วก็คิดว่าจะเป็นการพูดเพื่อบันทึกไว้ มากกว่าที่จะติดใจขอให้มีการลงมติตามเสียงข้างน้อยที่ผมได้แปรญัตติไว้ มาตรา ๒๑ ณ ขณะนี้เราเปลี่ยนจากคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด มาเป็นคำที่เมื่อสักครู่ เราลงมติใหม่ไปแล้ว เรียกว่าคณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด อันนี้ไม่มีปัญหาครับ แต่ประเด็นที่ผมได้แปรญัตติไว้อยู่ใน (๒) เดิม และ (๓) เพียงแต่ว่าที่ผมจำเป็นต้องพูด เพราะเข้าใจว่าฝ่ายเลขานุการของคณะน่าจะมีการบันทึกถ้อยคำใน (๒) ของผมผิดไปจาก เจตนารมณ์ที่ผมแปรญัตติไว้ ในกรณีร่างเดิม มาตรา ๒๑ นั้นมีการแบ่งคณะกรรมการ ที่เรียกว่าคณะกรรมการบริหารจัดการอากาศสะอาดเดิม ออกเป็นทั้งหมด ๕ อนุมาตรา ด้วยกัน กรณี (๒) พูดถึงเรื่องกรรมการโดยตำแหน่ง แล้วในนี้ท่านใส่ว่าผมมีการแปรญัตติว่า โดยต้องเป็นผู้หญิงไม่น้อยกว่า ๒ คน ผมคิดว่าอันนี้คลาดเคลื่อนกับสิ่งที่ผมได้แปรญัตติไว้ เพราะว่ากรณีของกรรมการโดยตำแหน่งเราไม่อาจกำหนดได้หรอกว่าวันหนึ่งผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาตินั้นจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง วันหนึ่งอธิบดีกรมการปกครองนั้นจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ผมกำหนดไม่ได้ครับ ถึงแม้ยังไม่มีอธิบดีกรมการปกครองที่เป็นผู้หญิง วันหนึ่งอธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเป็นชายหรือหญิงผมกำหนดไม่ได้ วันหนึ่ง ผู้อำนวยการ GISTDA จะเป็นชายหรือหญิง หรือปลัดกรุงเทพมหานครจะเป็นชายหรือหญิง ฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่ทางฝ่ายเลขานุการของคณะบันทึกคำแปรญัตติในส่วนนี้ของผมน่าจะ คลาดเคลื่อนกับเจตนารมณ์ที่ผมได้แปรญัตติไว้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะใส่ไว้ แต่ประเด็นที่ตรงกับ เจตนารมณ์ของผมและสิ่งที่ผมแปรญัตติไว้คือในกรณีของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ ณ ขณะนี้ ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นได้ตัดประเด็นเรื่องกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิส่วนนี้ออก เพราะเอาประสบการณ์ความรู้ความสามารถนั้นไปเขียนไว้ในวรรคหนึ่ง สิ่งที่ผมแปรญัตติไว้ ก็คือว่าผมอยากเห็นว่าในกรณีเรียก สรรหา คัดเลือก หรือใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับกรณีของ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นควรจะมีแต้มต่ออยู่เสมอครับ ท่านประธานครับ ผมเล่าให้ ท่านประธานฟัง แล้วก็เคยเล่าให้กรรมาธิการฟังว่าช่วงที่มีมลพิษ PM2.5 ใหม่ ๆ ท่านทราบ ไหมครับว่ากลุ่มแรก ๆ เลยที่มาพบผม มาพบเพื่อนสมาชิกของพรรค ขณะนั้นเรียกว่า พรรคก้าวไกล คือกลุ่มผู้หญิงที่เป็นพี่น้องชาติพันธุ์ ท่านทราบไหมครับกลุ่มแรก ๆ ที่มาพบผม มาจากพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่แม่ฮ่องสอน พี่น้องชาติพันธุ์ผู้หญิงที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่ พี่น้อง ชาติพันธุ์ผู้หญิงที่อยู่จังหวัดเชียงราย เขตท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เขตท่านจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม มาพบผมบอกอะไรครับ บอกว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วท้ายที่สุดการบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ คนที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยและอาจจะมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำคือผู้หญิง เพราะเหตุนี้ กรรมาธิการเสียงข้างมากถึงไปใส่กลุ่มเปราะบางไว้ว่ากลุ่มเปราะบางคือผู้หญิง กลุ่มเปราะบาง คือสตรีที่มีครรภ์ กลุ่มเปราะบางคืออาจจะเป็นผู้ป่วยที่มีสภาวะหรือสุขภาพที่สุ่มเสี่ยง ฉะนั้น การที่เขารู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้การจัดการไม่ควรจะมีเพศสภาพของผู้ชายอย่างเดียวเป็นคนจัดการ แต่ควรจะเขียนไปเลยว่าอย่างน้อยที่สุดต้องมีแต้มต่อผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้หญิง ซึ่งผมก็ใส่ไว้ใน คำแปรญัตติว่าต้องมีผู้หญิงไม่น้อยกว่า ๒ คน ผมเข้าใจและตระหนักดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องขอบพระคุณท่านรองประธานคณะกรรมาธิการในรอบแรก ท่านอาจารย์คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม ที่ท่านใช้ทั้งชีวิต ผมติดตามอ่านเรื่องราวของท่าน คุณแม่ของท่าน ผมเข้าใจอย่างยิ่งเลยว่า ทำไมอาจารย์ถึงลุกขึ้นมาผลักดันเรื่องนี้ ผมเข้าใจและตระหนักดีในการเข้าไปชี้แจงในครั้งที่ ๒ เพื่อนสมาชิกเก่าของผม ท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ที่ทำงานเรื่องนี้เต็มที่ ผลักดันเรื่องนี้เพื่อ พี่น้องชาวเชียงใหม่ ผมเข้าใจและตระหนักดีครับ แล้วต้องขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ท่านพยายามจะสู้แทนพวกผม อยากจะใส่ตรงนี้เข้าไป กรรมาธิการและที่ปรึกษาบางท่าน บอกผมว่าคุณณัฐวุฒิเอาให้ก้าวหน้ากว่านั้นเลยได้ไหม เอาให้ทุกเพศสภาพ ทุกความแตกต่าง ได้นั่งอยู่ในกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยไม่จำเป็นต้องเอาแค่เรื่องชายและหญิง เพราะสภาแห่งนี้ ทุกท่านคงรู้ดีว่าเราช่วยกันผ่านกฎหมาย สมัยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ที่เรียกว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สมรสเท่าเทียม และเพศไม่ได้มี ๒ เพศอีกต่อไป รัฐบาลใหม่ มีเวลา ๔ เดือน พวกผมเองก็อยากเห็นกฎหมายรับรองเพศนะครับ ให้คนมีทางเลือกที่จะมี เพศสภาพต่าง ๆ ได้มากขึ้น ผมขอบพระคุณทางกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้พยายาม แก้ปัญหาให้ผม แล้วผมคิดว่าจำเป็นต้องพูดไว้เผื่อท่านรัฐมนตรี ทส. คนใหม่ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ฟังวันนี้อยู่ ท่านจะได้ทราบว่าข้อสังเกต ข้อ ๒ เขียนไว้เลยว่ากรณีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ควรพิจารณาแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุของความแตกต่างทางเพศ ฉะนั้นด้วยเหตุนี้ผมคิดว่าเรื่องเพศและความแตกต่างหลากหลาย แม้กระทั่งแต้มต่อที่เราต้อง คำนึงถึงในการตั้งผู้ทรงคุณวุฒินั้น กรรมาธิการเสียงข้างมากมีความพยายามสูงสุดแล้วครับ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อกฎหมายผ่านไปทางคนที่มีอำนาจหน้าที่ในขณะนั้น ซึ่งยังไม่รู้จะผ่านไป เมื่อไร รัฐบาลหน้าอาจจะเป็นพรรคประชาชนก็ได้ ก็ต้องตระหนักถึงข้อสังเกตที่ท่านได้ใส่ไว้ ในการเพิ่มสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิผู้หญิงเข้าไปในกรรมาธิการ ท่านประธานครับ กรณีของ มาตรา ๒๑ ทางกรรมาธิการนอกเหนือจากประเด็นที่ผมได้พูดนั้นทางกรรมาธิการมีการแก้ไข และผมเองมีคำถามสั้น ๆ อีกนิดหนึ่งในตอนท้ายของมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๑ ท่านพูดถึงว่า กรณีของกรรมการตามวรรคหนึ่งคัดเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ผมเอง ไม่แน่ใจว่ามีมาตราอื่นที่เชื่อมโยงกันหรือไม่ แต่ผมอยากสอบถามท่านว่ากรณีวิธีการ หรือกระบวนการในการคัดเลือกคนใดคนหนึ่งในกรรมการขึ้นเป็นประธานกรรมการนั้น คัดเลือกแบบใด ใช้เสียงแบบใด อย่างไร ในท้ายที่สุดนั้นเพื่อเวลาที่กฎหมายฉบับนี้ ผ่านออกไปก็จะได้ตรงกับเจตนารมณ์ที่ท่านช่วยกันเจียระไน หรือเขียนขึ้นมาครับ ผมขออนุญาตที่มาตรานี้ใช้เวลานาน แต่ด้วยความเคารพทั้งหมดนั้นผมอภิปรายทิ้งท้ายไว้ และไม่ติดใจต่อคำแปรญัตติของผมในมาตรานี้แต่ประการใด กราบขอบคุณครับ