ไชยามพวาน อภิปรายลดอายุผู้สมัครนายกท้องถิ่นตั้งข้อสังเกตเกณฑ์ประสบการณ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘

ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ อภิปรายประเด็นการลดอายุผู้สมัครนายกท้องถิ่นจาก ๓๕ ปี เป็น ๒๕ ปี โดยตั้งข้อสังเกตถึงเกณฑ์ประสบการณ์และวุฒิภาวะที่เพียงพอ พร้อมสอบถามว่ามีการกำหนดเงื่อนไขการทำงานบริหารหรือรับผิดชอบงบประมาณมาก่อนหรือไม่

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ปูอัด ไชยามพวาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ท่านประธานเรื่องท้องถิ่นนั้นผมก็ต้องขออนุญาตอภิปรายด้วย เพราะว่ามี ๒ วาระที่ผมคิดว่าเรื่องนี้ประชาชนก็ควรต้องทราบ และประชาชนก็ต้องตั้ง คำถามด้วยว่าแล้วฉันได้อะไร ท่านประธานครับประเด็นหนึ่งที่กำลังจะมาถกเรื่องนี้ นั่นก็คือ เรื่องของอายุผู้สมัครนายกท้องถิ่น พี่น้องท้องถิ่นที่มาฟังเขาจะแก้จาก ๓๕ ปี เป็น ๒๕ ปี คือ กฎหมายเดิมกำหนดอายุสมัครไว้ที่ ๓๕ ปี ซึ่งถือว่าเป็นหลักประกันด้านประสบการณ์แล้วก็ วุฒิภาวะ เพราะว่าผู้บริหารท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องเล็กเป็นตำแหน่งที่ต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของงบประมาณที่มหาศาลแล้วก็ประชาชนในจังหวัด ร่างใหม่เสนอลดให้เหลือ ๒๕ ปี ซึ่งผมโน้ตไว้ตรงนี้เลยว่าผมไม่ได้มีปัญหาในส่วนของอายุเลข ๒๕ ปี เพราะผมก็เป็นคนรุ่นใหม่ เหมือนกัน เพราะว่าถ้าได้คนรุ่นใหม่แล้วก็มีความคิดสร้างสรรค์และบางประเทศก็มี นักการเมืองที่อายุน้อยแต่ก็ทำงานได้จริง แต่ที่สำคัญคือผมถามอย่างนี้ครับ

อย่างแรก อะไรคือบรรทัดฐานที่ชี้ว่าสมัครในวัย ๒๕ ปี มีประสบการณ์ และวุฒิภาวะเพียงพอแล้วหรือเปล่า

อย่างที่ ๒ คือเราจะแก้มา ๒๕ ปี คำถามคือเรามีเกณฑ์หรือไม่ว่าเขาต้องเคย ผ่านงานบริหาร หรือทำงานที่รับผิดชอบงบประมาณมาก่อนหรือเปล่า

อย่างที่ ๓ เรามีเกณฑ์หรือไม่ว่าเขาต้องเคยทำงานการเมืองท้องถิ่นในระดับ ล่างมาก่อนหรือเปล่า หรือเราจะวัดจากอะไรนอกจากอายุที่ถูกลดลงมาเพียงอย่างเดียว คือผมจะพูดอย่างนี้ท่านประธาน เราได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชน ก็มาสะท้อนให้ฟังในระบบสารสนเทศ ผมจะอ่านให้ฟัง นี่ผมไม่ได้พูดเองประชาชนพูด เขาบอกว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการลดอายุ โดยให้เหตุผลว่าวัย ๒๕ ปี ยังขาดประสบการณ์ ทำงาน ขาดวุฒิภาวะทางควบคุมอารมณ์ และขาดภาวะผู้นำที่จะรับผิดชอบงานที่กดดัน และซับซ้อนในระดับจังหวัด ผมพูดตรงนี้คนที่เคยทำงานอยู่บอกก็จริงมันทับซ้อนกัน เยอะมาก ข้อเสนอประชาชนจำนวนมากเลยท่านประธาน หากปรับจริง ๆ ก็ควรกำหนดไว้ที่ ๓๐ ปีขึ้นไป ซึ่งยังเป็นวัยหนุ่มสาวแต่มีโอกาสทำงานและเรียนรู้ชีวิตมามากพอสมควร ดังนั้น การแก้ไขอายุผู้สมัครครั้งนี้ผมคิดว่าอาจจะยังไม่ได้คำตอบซึ่งต้องไปถกในกรรมาธิการก่อน เพราะว่ามันยังไม่ได้สอดคล้องกับความคาดหวังพี่น้องประชาชนที่มาสะท้อนให้ฟังในร่างนี้ อย่างที่ ๒ ท่านประธาน อันนี้เดือดเลยคือการยกเลิกเพดานวาระไม่จำกัดจำนวนสมัย พี่น้องประชาชนถามอะไรคือยกเลิกเพดาน ปัจจุบันคือกำหนดไว้ ๒ วาระครบการดำรงตำแหน่ง แต่อันนี้บอกว่าไม่จำกัดจำนวนสมัยคือ Infinity เป็นได้เรื่อย ๆ เลย ถ้าประชาชนยอมรับ ก็เป็นไปจนถึง ๓๐ ๕๐ ๗๐ ๙๐ ๑๒๐ ได้ ถ้าอายุถึงก็เป็นไปเลยไม่ต้องแบ่งให้ใครแล้ว จังหวัดนี้ของฉันไม่ต้องยกให้ใครแล้ว อย่านะ อย่าแหยมนะ ท่านประธานคิดดูสมมุติว่า ผมเป็นตั้งแต่อายุ ๓๐-๙๐ ปี ผมบอกเลยในจังหวัดนี้ผมเขี้ยวรากดินเลยนะ เหมือนกัน ท่านประธานคือร่างกฎหมายนี้พี่น้องประชาชนเขาก็มาแสดงความคิดเห็นเหมือนกัน เขาบอกว่า ๑. ถ้าทำแบบนี้จะทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจและสืบทอดเครือข่ายการเมือง ท้องถิ่นจริงหรือไม่จริง ผมคิดว่าคนในนี้ก็คงตอบได้ ๒. คือเปิดช่องให้เกิดระบบอุปถัมภ์ ฮันแน่ใครไม่รู้จักระบบอุปถัมภ์ วันนี้ผมอยู่ใน Realpolitik และเห็นต่อหน้าต่อตา ระบบอุปถัมภ์มันจะฝังรากลึกผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนานขึ้น นานขึ้น ก็จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ ญาติพี่น้องได้ จริงไม่จริงไม่รู้ไปว่ากันดู ๓. คือส่งผลให้การเมืองท้องถิ่นถูกครอบงำ โดยตระกูลการเมืองหรือกลุ่มอิทธิพลเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ๔. คือยิ่งอยู่นานยิ่งทำให้กลไก ตรวจสอบอ่อนแอแล้วก็เสี่ยงต่อการทุจริตและใช้อำนาจโดยมิชอบ พูดแล้วก็เหนื่อย ท่านประธาน บอกว่าไม่ต้องมีวาระจะเป็นเท่าไรก็เป็น ความหมายก็คือนี่ไม่ใช่การกระจาย อำนาจ แต่นี่คือการรวมศูนย์การสืบทอดอำนาจในคราบของท้องถิ่น และที่สำคัญที่สุดคือ มันจะสร้างระบบอุปถัมภ์ที่จะกีดกันคนดี คนมีความรู้ความสามารถ แต่ไม่มีเครือข่ายอำนาจ ให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองได้เลย เพราะฉะนั้นท่านประธานผมยืนยันว่า กฎหมายปัจจุบันที่กำหนดจะกำหนด ๓๕ ปี หรือกำหนด ๓๐ ปี กรรมาธิการต้องถกให้ดีว่า จะเอาอะไรมาชี้วัดและวาระไม่เกิน ๒ สมัย ผมคิดว่ามันก็เหมาะสมอยู่แล้ว จะเป็นถึง ๑๒๐ ปีเลยใช่ไหมครับผมถามหน่อย แข็งแรงกันนักหรือ และการแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่เพียง แก้ปัญหาแต่จะสร้างปัญหาให้มากขึ้น ทั้งเรื่องการผูกขาดอำนาจ สืบทอดอำนาจ และสร้าง ระบบอุปถัมภ์ในท้องถิ่นซ้ำเติมเข้าไปอีก แล้วมันจะทำอย่างไรท่านประธาน มันก็ขาดคนเก่ง ๆ คนรุ่นใหม่ ทุกอย่างสกัดไม่ให้เขาขึ้นมาหมด ดังนั้นผมตั้งคำถามตรงนี้ให้พี่น้องประชาชน ช่วยฟังหน่อยและตอบไปพร้อมกับผมว่าประชาชนได้อะไรจากร่างกฎหมายฉบับนี้ และคำตอบที่ปรากฏชัดเจนก็คือประชาชนไม่ได้อะไรเลย ขอบคุณมากครับ