สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับสภาครู และเรียกร้องให้สภาลงมติแยกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกลงมติรับหลักการระเบียบบริหารราชการท้องถิ่น ๓ ฉบับ และกลุ่มที่ ๒ ลงมติยกเลิกคำสั่ง คสช.

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในประเด็นนี้ต้องขออนุญาต ท่านประธานลุกขึ้นมานำเรียนต่อท่านประธาน จริง ๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเองได้เสนอ คำแปรญัตติไปแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกมาตรา ๓ ของทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งร่างพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ว่าด้วยเรื่องของสภาครู คณะกรรมการ สกสค. อะไรต่าง ๆ แล้วก็ระเบียบบริหารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขียนคล้ายกันเลย ในมาตรา ๓ ยกเลิกคำสั่งที่เกี่ยวข้อง คำสั่งที่ ๗ คำสั่งที่ ๑๖ คำสั่งที่ ๑๑ ผมดูแล้วท่านประธาน สภาแห่งนี้ มติให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมเป็นร่างหลักด้วย ความหมายคืออะไร พอกรรมาธิการไปรวมพิจารณา แล้วจะกลับมาแค่ร่างเดียวก็คือร่างระเบียบบริหารงานบุคคล ร่างทางการศึกษา ๑ ร่างและ ร่างสภาครูอีก ๑ ร่าง บรรดาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่รับรวมไปจะถูก ไปยำรวมอยู่ในร่างหลักที่เรามีมติรับหลักการเป็นร่างหลัก กฎหมายจะกลับมา ๒ ฉบับ พอกลับมา ๒ ฉบับ สิ่งที่ผมเป็นห่วงไปเขียนการยกเลิกไว้ในกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม ไปยกเลิก คำสั่ง คสช. สภาพบังคับภาษาอังกฤษใช้คำว่า Overrule ไปครอบงำ ไปใช้บังคับกฎหมายอื่น กฎหมายตัวนี้ไม่มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับคำสั่ง คสช. เลย มีแต่เนื้อหา เท่านั้นเอง เนื้อหาคือคำสั่ง คสช. ไปยกเลิกการบังคับใช้บทบัญญัติบางประการในกฎหมาย หลักของเขา เช่น กฎหมายระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ไม่มีผล บังคับใช้ ให้ไปใช้ตามคำสั่ง คสช. ตราบใดที่มีคำสั่ง คสช. อยู่กฎหมายหลักตรงนั้นยังอยู่ บทบัญญัติยังอยู่แต่ใช้บังคับไม่ได้ ถ้ายกเลิกคำสั่งได้เมื่อไรสภาพบังคับมันจะกลับคืนมา เขาเลยบอกว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟัง ถ้าเราไม่ถือ ปฏิบัติกันเราจะทำแบบคลาดเคลื่อนแล้วมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๒๗๙ บรรดาการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศหรือ คำสั่งดังกล่าวให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ การกระทำเป็นพระราชบัญญัติคือการตรา พระราชบัญญัติไปยกเลิก ไม่ได้หมายความว่าเอากฎหมายที่มีอยู่แล้วไปแก้ไขเพิ่มเติม มันคนละประเด็นกัน กระทำเป็นพระราชบัญญัติกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่ กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมก็แก้ไขเพิ่มเติมในสารบัญญัติ เนื้อหาบัญญัติที่บัญญัติไว้ในกฎหมายนั้น ได้เท่านั้น จะตัดออก จะเพิ่มเข้าไป ก็อยู่ในกฎหมายฉบับนั้น แต่ไม่สามารถไปก้าวล่วง กฎหมายฉบับอื่นได้อันนี้คือสิ่งที่ผมยังยืนยัน แล้วก็สัปดาห์ที่แล้วมีปัญหาจริง ผมตามไป แปรญัตติตัดมาตรา ๓ ออก ทั้งมาตรา ทั้ง ๒ ฉบับ กรรมาธิการก็ไปพิจารณาใหม่ ถ้ากรรมาธิการเห็นชอบตามผมการแยกพิจารณาในชั้นกรรมาธิการก็จะเกิดขึ้น ๑. พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มา ๑ ฉบับ เป็นร่างกรรมาธิการ ๒. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มาอีก ๑ ฉบับ ๓. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๑ ที่ ๗ ที่ ๑๖ ได้มาอีก ๓ ฉบับ กฎหมายจะคืนมาที่สภาทั้งหมด ๕ ฉบับ แทนที่จะเหลือ ๒ ฉบับ มันต้องเป็นอย่างนั้นท่านประธาน คราวนี้ก็เหมือนกันเราส่งขึ้นไปถ้าไปยำรวมกฎหมาย จะคืนมาแค่ ๑ ฉบับ จาก ๕ ฉบับ จะคืนมาเฉพาะระเบียบบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น เท่านั้นเองเพราะท่านเอาไปยำใส่ไว้ ตัดเอากฎหมายที่ว่าด้วยยกเลิกคำสั่งออกทั้งหมดเลย ซึ่งอันนี้ผมไม่เห็นด้วยเพราะศักดิ์ของคำสั่ง คสช. คือกฎหมาย ๑ ฉบับ ถ้าท่านจะยกเลิกมัน ท่านต้องตรากฎหมายขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ ไปยกเลิกมัน เราเลยเรียกว่าพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่ง ชื่อมันคือพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ../๒๕๖๘ ที่ .. /๒๕๖๐ เรื่องการปฏิรูป การศึกษา พ.ศ. .... อันนี้คือชื่อมัน และ พ.ศ. ต่อที่จะออกคือ พ.ศ. ๒๕๖๘ มันเป็นกฎหมายเฉพาะ ท่านประธาน ผมยังยืนยันว่าวันนี้ขอให้สภาลงพิจารณาแยกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกลงมติ รับหลักการระเบียบบริหารราชการท้องถิ่น ๓ ฉบับ รับรวมได้เพราะหลักการทำนองเดียวกัน เอาร่างใดเป็นหลักไม่ได้ติดใจ กลุ่มที่ ๒ มาลงมติคำสั่ง คสช. ตั้งกรรมาธิการจะใช้ชุดแรก มาพิจารณาชุดที่ ๒ ก็ได้ไม่ได้เสียหายอะไรเพราะมันเกี่ยวเนื่องกัน มันเกี่ยวเนื่องเนื้อหา แต่ตัวกฎหมายคนละอย่างกัน นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ