จาตุรนต์ อภิปรายร่างกฎหมายท้องถิ่น เสนอลดบทบาทผู้ว่าฯ-รมว.มหาดไทย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘

จาตุรนต์ ฉายแสง อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยเสนอให้แก้ไขระบบถ่วงดุลอำนาจเพื่อลดบทบาทผู้ว่าราชการจังหวัดและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ พร้อมระบุปัญหาบุคลากรและขาดอิสระในการตัดสินใจของท้องถิ่น และเสนอให้พิจารณาเปรียบเทียบร่างกฎหมายสองรูปแบบเพื่อแก้ไขคำสั่ง คสช. และปรับปรุงระบบระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นอย่างรอบคอบ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ท่านประธาน ความจริงเราควรจะออกกฎหมายนี้มานานแล้ว แต่ว่าครั้งก่อนได้มีการพยายามออกกฎหมาย ลักษณะเดียวกันนี้ เนื้อหาก็อาจจะเรียกว่าเกือบเหมือนกันเลย ใช้เวลาไปเกือบปี แล้วก็เวลา หลังจากถูกคว่ำไปในสภาล่วงเลยมาอีกหลายเดือนจึงจะมาพิจารณา ปัญหาที่ท้องถิ่นประสบอยู่ จึงสะสมคั่งค้างอย่างมาก ดังที่สมาชิกหลายท่าน รวมทั้งท่านที่เพิ่งอภิปรายจบไปก็ได้ พูดได้ ให้ข้อเท็จจริงแก่สภาแห่งนี้แล้ว ข้าราชการตำแหน่งต่าง ๆ บุคลากรขาดแคลน เพราะไม่สามารถสอบได้ ไม่สามารถบรรจุได้ ผู้บริหารท้องถิ่นไม่สามารถบังคับบัญชา สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาได้ เพราะว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยองค์กรเองหรือ โดยคณะกรรมการก็ตามก็ไม่มีอำนาจ อำนาจไปอยู่ที่ส่วนกลาง นอกจากนั้นก็มีปัญหาเรื่อง การทุจริต ขาดความโปร่งใสของระบบ ซึ่งก็เหมือนกับว่าตอนท้องถิ่นทำเองก็บอกว่ามีปัญหา แบบหนึ่งพอส่วนกลางทำก็มีปัญหาอีกแบบหนึ่งอยู่ดี บุคลากรท้องถิ่นไม่สามารถโยกย้าย ไปปฏิบัติงานใกล้ภูมิลำเนาอยากจะย้ายก็ยากมาก เนื่องจากว่าตอนสอบก็มาสอบส่วนกลาง แต่ต้องไปบรรจุไกล ๆ ไปทำงานไกล ๆ เขาก็อยากย้ายกัน พอจะย้ายก็ย้ายยากอีก ก็เกิดภาวะ ที่ข้าราชการท้องถิ่นหมดไฟในการทำงาน แล้วก็ไม่สามารถดึงคนรุ่นใหม่เข้ามา อันนี้เป็นปัญหาที่เจอมาหลายปีแล้ว หลายปีมากแล้ว ตั้งแต่ออกคำสั่งกันมาก็ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ทีนี้เราพยายามกันไปแล้วและไม่สำเร็จคือกฎหมาย ถูกคว่ำไป สาเหตุสำคัญก็คือสภามองว่าได้ไปแก้มาเกินกว่าหลักการที่สภาเห็นชอบไป ก็น่าเสียดายเวลาที่ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ คราวนี้ ไม่ควรพลาดอีกแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปก็คือว่ามันต้องมีความสมดุลเหมือนกัน ตอนที่ ท้องถิ่นทำเขาก็บอกว่ามีระบบอุปถัมภ์ มีระบบเส้นสาย อยากได้ลูกหลานตัวเองเข้าไปทำ ก็ไปทำการสอบไม่ได้มาตรฐานทุจริตกันได้ เป็นต้น แล้วก็ถ้าทุกอย่างขึ้นกับท้องถิ่นไปหมด ท้องถิ่นไหนจะเลือกใคร จะรับใคร ไม่รับใครขึ้นกับท้องถิ่นนั้นแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปเลย ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเขาก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมเหมือนกัน เขาต้องการความก้าวหน้า เส้นทางความก้าวหน้า เขาต้องการย้ายบ้างก็จะไม่ได้ย้ายถ้าหากผู้บริหารท้องถิ่นไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นโดยระบบก็ต้องมีการถ่วงดุลกัน ทำอย่างไรเราจะให้มีมาตรฐาน มีความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ ผู้บังคับบัญชาก็สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาได้ แต่ไม่ใช่สั่งตามอำเภอใจ ไม่ใช่สั่งให้เขา ทำผิดกฎหมายไม่พอใจก็ย้ายเขาไปไหนก็ไม่รู้ หรือว่าคนดี ๆ ก็ไม่ยอมรับเข้ามา องค์กรที่ ในระดับเดียวกัน ต่างระดับกัน ข้าราชการท้องถิ่นเขาจะมีเส้นทางความก้าวหน้าทางอาชีพ จากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่งได้ไหม ซึ่งในความเห็นผมที่เคยทำเรื่องการกระจายอำนาจมา ความจริงต้องให้เขามีเส้นทางก้าวหน้า เช่น ทำงาน อบจ. อยู่อยากจะย้ายไป กทม. ถ้าหากว่า พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นชอบก็ควรจะย้ายได้ วันหนึ่งเราอาจจะเห็นปลัด อบจ. เติบโตขึ้นมา แล้วก็กลายไปเป็นปลัด กทม. เป็นต้น แต่ว่าเรื่องการถ่วงดุลกันนี้ในร่างที่เขียนมาก็เขียน มาแล้วเน้นเป็นว่าถ้าไม่ทำตามคณะกรรมการกลางหรือกรรมการระดับจังหวัดก็ให้เสนอผู้ว่า ไปที่กระทรวงมหาดไทย สมาชิกบางท่านก็อภิปรายไป อันนี้ยังเป็นความหลงเหลือของการที่ พยายามให้ผู้ว่าและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปตัดสิน เหมือนกับว่าถ้าแก้กันไม่ได้ ก็ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตัดสิน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ ความจริงควรจะสร้างระบบที่คณะกรรมการของท้องถิ่นจะมีจุดเชื่อมกับส่วนภูมิภาคหรือ ส่วนกลางบ้างก็ได้ แต่ว่าคณะกรรมการต้องมีองค์ประกอบหลักเป็นส่วนท้องถิ่นและให้ คณะกรรมการนี้มีอำนาจให้คุณให้โทษตัดสินไปได้เลย ไม่ต้องขึ้นมาที่ผู้ว่าหรือขึ้นมาที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอย่างที่เขียนในร่างนี้

ประเด็นเรื่องบุคลากรเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ แต่ผมขอใช้โอกาสนี้ก็คือว่า จริง ๆ แล้วเรื่องบุคลากรเป็นปัญหาสำคัญหนึ่งที่ทำให้ท้องถิ่นประสบปัญหามาก แต่ท้องถิ่น ก็ยังมีปัญหาในเรื่องไม่มีอิสระในการตัดสินใจ คำสั่งต่าง ๆ ยังไปกด ไปควบคุมท้องถิ่นไว้ ไม่มีอิสระทางการเงิน งบประมาณรายได้ก็มีน้อยมาก หรือที่มีแบ่งไปให้ก็เอางานของรัฐบาล ไปให้ด้วยไม่ใช่งานที่เกิดขึ้นจากท้องถิ่นเอง ไม่ใช่งานที่ประชาชนในท้องถิ่นเรียกร้องต้องการ ยังติดปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งเราสามารถทำได้ทั้งการแก้กฎหมายและการผลักดันผ่าน คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ซึ่งที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีประชุมกันน้อยมาก มีความคืบหน้า ในการกระจายอำนาจน้อยมาก รวมทั้งอาจจะต้องช่วยกันติดตามตรวจสอบการทำงาน ของกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของการที่ทำให้อำนาจกระจุกตัวหรือทำให้เกิด การควบคุมสั่งการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกินจำเป็น ท่านประธานมีประเด็นสุดท้าย นิดเดียว เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกบางท่านก็คือคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ไม่ได้เสียหาย ท่านเสนอประเด็นว่าการเสนอกฎหมาย ซึ่งในวันนี้มีเสนอเป็น ๒ แบบ แบบหนึ่งคือยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้อง ก็คือเรื่องขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น และอีกแบบหนึ่งคือร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการเสนอ ๒ แบบ คำสั่ง คสช. นั้นมีผลไปกระทบต่อ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล พอไปกระทบก็เท่ากับไปแก้กฎหมายนี้ไปแล้ว ยกเลิกคำสั่งอย่างเดียวมันก็ไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงาน บุคคลได้ เขาก็ไปทำมาเป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล และในนั้นให้มีแก้ คำสั่ง คสช. ด้วย อันนี้คล้าย ๆ กับที่เพิ่งทำไปในเรื่องบุคลากรทางการศึกษาเมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว เรื่องนี้ท่านตั้งประเด็นว่าทำได้จริงหรือไม่ที่จะเขียนเป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น แล้วข้างในมียกเลิกคำสั่ง คสช. ด้วย เรื่องนี้ความจริง ถ้าทางฝ่ายกฎหมายของสภาจะหารือกับทางกฤษฎีกาเสียให้ชัดเจนก็จะเป็นประโยชน์ต่อไป คราวที่แล้วเรารับหลักการไปทั้งร่างตัวแม่ แก้ร่างตัวแม่ข้างในยกเลิกคำสั่ง คสช. ด้วย แล้วก็ รับหลักการไปทั้งร่างอีกแบบหนึ่งคือยกเลิกคำสั่ง คสช. อย่างเดียว แล้วก็เป็นฉบับ ๆ ไปอยู่ ด้วยกัน เสร็จแล้วเขาจะไปรวมกันอย่างไร ไปปรับกันอย่างไรก็ยังไม่ทราบชัดเจน ในครั้งนี้ เวลาจะพิจารณาจะพิจารณารับหลักการแยกเป็นฉบับแล้วมีคณะกรรมาธิการไปพิจารณา ไปต่างฉบับเลยหรือจะเอาไปรวมกัน จะทำแบบไหนกันแน่ อันนี้ก็คิดว่าคงจะต้องฝาก ที่ประชุมนี้ช่วยกันพิจารณาในตอนที่จะรับหลักการว่าจะรับหลักการกันอย่างไร แต่ว่าผมก็ เข้าใจความจำเป็นของการที่เขียนมาเป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น เขาเขียนมาแบบนี้แล้วข้างในยกเลิกคำสั่งเพราะเห็นว่าคำสั่ง คสช. นั้นมีผล ไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานส่วนบุคคล เขาก็เลยถือว่ากฎหมาย มันศักดิ์เท่ากันก็ไปยกเลิก แต่เจตนาก็คือว่าการยกเลิกคำสั่ง คสช. อย่างเดียวมันไม่เพียงพอ เนื่องจากว่ามันต้องมีการออกแบบระบบระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การสอบ แข่งขันบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เขาเลยเสนอมาเป็นแบบนี้ ขณะนี้ก็เลยเป็น ๒ แบบ ไม่เหมือนกับคราวที่แล้วที่พิจารณา ในสภาแล้วก็ใช้เวลากันตั้งน่าจะเกือบปีแล้วตกไปในคราวนั้น ครั้งนี้ก็หวังว่าเราจะช่วยกัน พิจารณาอย่างรอบคอบ รวมทั้งฝากไปทางท่านกรรมาธิการด้วยว่าควรจะต้องพิจารณากัน อย่างรอบคอบ ไม่อย่างนั้นมาตกในสภาอีกก็เสียโอกาสขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เขาจะได้รับการแก้ไขปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลาหลายปี นับถึงวันนี้จากปี ๒๕๖๖ มา ก็เท่ากับเป็นปีที่ ๘ แล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน