พัฒนา เสนอแก้ พ.ร.บ.ระเบียบฯท้องถิ่น แก้คำสั่งคสช. 8/60

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘

พัฒนา สัพโส เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ และกำหนดอำนาจหน้าที่ในการจัดสอบและโอนข้าราชการท้องถิ่น โดยอ้างอิงประสบการณ์จากการศึกษาปัญหาในอดีต พัฒนา สัพโส ชี้ปัญหาการจัดสอบที่ส่วนกลางทำให้ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องไปทำงานต่างถิ่นและร้องขอกลับถิ่นฐานเดิม พัฒนา สัพโส อภิปรายปัญหาความล่าช้าในการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นและเรียกร้องให้สภาพิจารณา 4 ร่างกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยเน้นการแก้ไขมาตรา 17 เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับข้าราชการ

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ผม พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... โดยจะเสนอหลักการและเหตุผล ต้องขออนุญาตท่านประธานอ่าน หลักการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้ ๑. ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๒. กำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการองค์การ บริหารส่วนจังหวัด แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ (๖) ๓. กำหนดให้คณะกรรมการกลาง ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาและมีมติให้ข้าราชการองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอื่นได้ เพิ่มความเป็นวรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้าของมาตรา ๑๗ เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๒ เพื่อแก้ไขปัญหาการรวมศูนย์ อำนาจการบริหารบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคล ท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงควรกำหนดให้คณะกรรมการ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการพนักงานเทศบาล คณะกรรมการ พนักงานส่วนตำบล และคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยา มีหน้าที่และอำนาจจัด และดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล พนักงานส่วนตำบลและพนักงานเมืองพัทยา แล้วแต่กรณีได้ โดยยังคงอยู่ภายใต้มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ส่วนการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงาน เทศบาลหรือพนักงานส่วนตำบลก็ให้คงเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั้น ๆ ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่เดิมก่อนมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ นอกจากนี้สมควรแก้ไขปัญหาการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นกรณีที่มีเหตุผล ความจำเป็น เพื่อให้การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการปฏิบัติราชการ ของพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพหรือเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และไม่สามารถดำเนินการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นตามหลักความสมัครใจได้ ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลางพนักงาน เทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล พิจารณาและมีมติให้พนักงานส่วนท้องถิ่น โอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีเรื่องแล้วก็เหตุด้วยที่จะสนับสนุนทำไมจะต้องมีตราร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมย้อนไปนิดหนึ่ง พอดีเมื่อสมัยผู้แทนสมัยที่แล้วผมเอง เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการท้องถิ่นศึกษาเรื่องการจัดสอบท้องถิ่น ตอนที่ยุค คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมาธิการสามัญ โดยผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการในการศึกษาการจัดสอบ ซึ่งมีผู้ที่มาร้องเรียนกันทั่วประเทศมากมายเป็นร้อย ๆ ราย ซึ่งในการศึกษาครั้งนั้นเราไม่ได้ ถึงขั้นเป็นข้อสรุป ไม่ได้ถึงขั้นเป็นรายงาน ไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติ คำสั่งเรียกมันยังไม่เกิดผล ณ สมัยนั้น เราขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยที่จัดสอบ ก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ อาศัยเป็นครั้งคราวในการใช้คำสั่งทางปกครองให้ความร่วมมือ กับมหาวิทยาลัยที่จัดสอบ การจัดสอบจะแยกอยู่เป็น ๒ ระดับในอดีต ก็คือสอบเลื่อนระดับ จัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็เป็นคณะกรรมาธิการสามัญโดยคณะคณะอนุกรรมาธิการ ท้องถิ่นนี้ที่สามารถจับกบกระโดดได้ จากที่บอกว่าสอบตอนแรกได้ไม่ถึง ๒,๐๐๐ แต่พอเรา ศึกษาแล้วให้มาชี้แจงในกรรมาธิการกลายเป็น ๓,๐๐๐ โดยไม่มีเหตุผลอันนั้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่สอบบรรจุใหม่ ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยบูรพาแม้แต่ขอเอกสารไม่ได้รับความร่วมมือ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกแม้แต่ท่านประธานเองคงได้ยินในอดีต ๔๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผมตั้งกระทู้สดท่านเองมาตอบผมวันนั้น ท่านเองโกรธผมจนถึงทุกวันนี้อันนั้นคือที่มา เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่ารายงานศึกษาของเรา ไม่ได้สรุปเป็นเล่มเพราะว่าติดปัญหาในเรื่องการเรียกเอกสารต่าง ๆ ตามที่ผมได้กล่าวกับ ท่านประธานตั้งแต่แรกว่า พ.ร.บ. คำสั่งเรียก มันยังไม่มีความขลังเหมือนวันนี้ ถ้าเป็นวันนี้ ผมว่าจะยิ่งเห็นอะไรหลายอย่างอันนั้นคือที่มา หลังจากศึกษาแล้วเราได้ทราบปัญหาอุปสรรค ในเรื่องของท้องถิ่นหลายประเด็น

ประเด็นแรก ในการจัดสอบมันเป็นปัญหาว่าถ้าส่วนกลางจัดสอบตามคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ ที่เอาอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่นมายังส่วนกลาง ปัญหาอันแรกเลยคือคนอยู่ ภาคใต้มาสอบที่ส่วนกลางแต่ไปบรรจุที่จังหวัดเลย คนจังหวัดเลยไปบรรจุที่จังหวัดเชียงราย คนที่จังหวัดเชียงรายไปบรรจุที่จังหวัดสกลนคร เกิดปัญหาอะไร ไปทำงานได้สักพักก็ร้องขอ กลับถิ่นฐานตัวเองอันนั้นล่ะคือปัญหาใหญ่เลย อันนี้คือปัญหาอันแรก

ปัญหาอันที่ ๒ ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งยังมีคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ อยู่ อัตราว่าง ท่านประธานทราบหรือไม่ว่าหลาย ๑๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ผมไม่ทราบว่าเกิดปัญหาอะไรถึงเกิด ความล่าช้า อันนี้คือปัญหาอันที่ ๒ ความไม่โปร่งใส ผมยืนยันได้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้สอบ ข้อเท็จจริงแล้วก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ แต่ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกแม้แต่ตัวท่านประธานเอง ก็เห็นความไม่โปร่งใส นั่นคือสิ่งที่เป็นสาเหตุหลักที่ผมเองพร้อมคณะกับพรรคเพื่อไทย ถึงจำเป็นต้องยื่นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้เข้ามายังสภา ผมเองกราบเรียนท่านประธาน หลายคนถามผมในเมื่อทราบ เป็นผู้แทน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๖ ทำไมไม่ทำ ผมจะไปทำได้อย่างไรท่านประธาน หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี คณะ คสช. เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล้ำกลืนฝืนทน ผมเองพร้อมคณะพรรคเพื่อไทย พอผู้แทนคณะนี้ ชุดนี้ ผมยื่นเมื่อครั้งที่แล้ว พอเปิด สมัยประชุมมาผมยื่นเรื่องแรกเลยคือเรื่องนี้ และยื่นเรื่องเดียวในสภาผู้แทน มีความเป็น ผู้แทนราษฎรมา ๑๐ กว่าปี ผมยื่นร่างพระราชบัญญัติอยู่ฉบับเดียวคือฉบับนี้ แต่ยื่นไปเมื่อ ปี ๒๕๖๖ มาตกที่วาระที่สาม ซึ่งก็ไม่ได้โทษเพื่อนสมาชิกเพราะหลายคนก็อดเป็นห่วงบอกว่า หลักการนี่ ท่านพัฒนาซึ่งเป็นประธานกับคณะกรรมาธิการท่านทำเกินหลักการ แต่วันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยว่าวันนี้มีอยู่ ๔ ร่าง ท่านรับทั้ง ๔ ร่างเข้าไป แต่มันจะต้องมี ร่างหลัก วันนี้ผมไม่ปฏิเสธเลยของท่านวรภพ ผมยินดีให้ท่านวรภพเป็นร่างหลักเลย แต่ว่า ในอีก ๓ ร่างที่เหลือถ้าเรานำไปพิจารณา สุดท้ายย้อนกลับมาในเมื่อเรารับ ๓ ร่างแล้วบอกว่า เกินหลักการอีก ถ้านอกเหนือจากของท่านวรภพแล้วถือว่าสภาไม่รับต้องพูดกันให้ชัดเจน ก่อนจะลงมติวาระที่หนึ่ง ไม่เช่นนั้นแล้ววันนี้เราคงได้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปใช้แล้ว ผมเองเป็นประธานในวันนั้นวันนี้ยังเสียใจอยู่ว่าสิ่งที่ท้องถิ่นเขาร้องขอ ประเด็นสุดท้ายที่เราศึกษาแล้วสิ่งที่ท้องถิ่นต้องการมากที่สุดคืออะไร การทะเลาะเบาะแว้ง ฝ่ายบริหารกับข้าราชการประจำทะเลาะเบาะแว้ง ร่วมกันทำงานไม่ได้ ฝ่ายบริหารเลือกตั้ง เข้ามาโดยพี่น้องประชาชนสั่งข้าราชการบอกให้ไปทำแผน ให้ไปบรรจุแผน ทำคำขอ งบประมาณมายังส่วนกลาง ไม่ทำท่านประธาน ทำแต่ทำช้า เกิดปัญหาบริหารงานไม่ได้ ท้องถิ่นไม่สามารถมีคำของบประมาณทันตามเวลาที่สำนักงบประมาณระบุ อันนี้ล่ะคือปัญหา เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๗ ที่อยู่ในร่างฉบับนี้เราจะแก้ปัญหาตรงนั้นด้วย ไม่ใช่แก้ปัญหาเรื่อง จัดสอบอย่างเดียว จัดสอบก็อย่างที่ท่านวรภพได้อภิปรายไปแล้ว พูดภาษาง่าย ๆ ก็คือ สอบคัดเลือก เลื่อนระดับ ก็ให้อำนาจนายกไป แต่ถ้าสอบบรรจุใหม่ก็ให้ระดับจังหวัดก็คือ ก. จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ก. เทศบาล ก. อบต. แต่ ก. อบจ. อย่างไรเสียจะต้องอยู่ที่ ก. กลาง เพราะมันเป็นระดับจังหวัด อันนั้นคือหลักการง่าย ๆ เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อว่าร่างฉบับนี้ จะเกิดประโยชน์กับคนท้องถิ่นแล้วก็แก้ปัญหาเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งร่างเดิมมีอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าวันนี้ถ้าเพื่อนสมาชิกรับหลักการในวาระที่หนึ่งนี้เข้าไป ผมเชื่อว่าประชุมกัน ไม่กี่นัดหรอก ไม่เกิน ๒ นัดจบ เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันตกผลึกแล้วกับเพื่อนสมาชิก เห็นตรงกันหมด แต่เพียงด้วยความเป็นห่วงเรื่องหลักการในครั้งที่แล้วมันถึงต้องตก ในวาระที่สาม อันนี้คือสิ่งต่าง ๆ ที่มาว่าทำไม ผมเอง พัฒนา สัพโส พร้อมคณะพรรคเพื่อไทย เราให้ความสำคัญมาตั้งแต่ ๒ ปีที่แล้ว แต่ปี ๒๕๖๖ ถึงแม้ว่าจะไปตกในวาระที่สาม แต่วันนี้ ที่จำเป็นต้องใช้เวลาของสภาแห่งนี้ในการอภิปราย เพราะว่ากลัวจะมีปัญหาในวาระที่สามอีก เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่เป็นห่วงขอให้พูดกันในวาระที่หนึ่งอันนี้ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ อย่างไรผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท้ายที่สุดท่านประธาน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกท่านเองจะรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารงานบุคคลฉบับนี้ ทั้ง ๔ ร่าง ผมว่าเหตุและผลตรงกันหมด ดีทุกร่าง เพราะฉะนั้น ผมเองยินดีที่จะใช้ร่างของท่านวรภพเป็นร่างหลัก ก็กราบเรียนท่านประธานและเพื่อน สมาชิกก็ขอให้เป็นทุกเสียง ผมอยากจะเห็นว่าท่านรับหลักการในวาระที่หนึ่งของร่างฉบับนี้ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน