ณัฐพงษ์ อภิปรายชี้ชัด ๕ ข้อหลัก ยืนยันโหวตคุณอนุทิน เป็นนายกฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๘

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อภิปรายประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองเกี่ยวกับการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยและการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยอ้อม โดยตั้งคำถามถึงท่าทีของสมาชิกสภาที่เปลี่ยนใจเมื่อพรรคประชาชนเสนอข้อตกลง MOA และชี้ให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนในหลักการทางการเมือง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อภิปรายบทบาทฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลและเสนอให้ยุบสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อสร้างรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่เข้มแข็ง และยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวมุ่งสู่กระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่การสนับสนุนฝั่งอนุรักษ์นิยม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อภิปรายความชัดเจนในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำว่าพรรคประชาชนตกลงกับคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ยุบสภาภายใน ๔ เดือน หลังแถลงนโยบาย เพื่อเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและแก้ไขปัญหาประเทศ รวมถึงกรณีที่ต้องจัดทำประชามติ ๓ ครั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ณัฐพงษ์ เรืองปัญ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาช่วงต้นในการตอบข้อห่วงใยที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปราย ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นท่านจาตุรนต์ฉายแสง ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านอดิศักดิ์ รวมถึงท่านอื่น ๆ ขออนุญาตไม่เอ่ยนามทั้งหมดนะครับ ผมรวบรวมประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ อยู่ประมาณ ๓ ข้อด้วยกัน

ข้อแรก ในเรื่องของข้อห่วงใยถึงการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยว่าจะเป็นการ ขัดต่อระบบเมืองในระบบรัฐสภาหรือไม่ ที่เรามีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยทางอ้อม วัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ หรือมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมขอย้ำอีกครั้งหลังจากที่ผมได้อภิปรายในประเด็นดังกล่าวในญัตติ ก่อนหน้านี้ที่ขอการเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา ภายหลังจากที่พรรคประชาชนได้มีการประกาศ ข้อตกลงหรือ MOA ทั้ง ๕ ข้อ ซึ่งในนั้นก็มีในเรื่องของการคงสภาพการเป็นรัฐบาล เสียงข้างน้อยอยู่ การแสดงออกของพรรคเพื่อไทยได้แสดงออกมาบอกว่า พร้อมรับ ทุกข้อเสนอและลดแลกแจกแถมหากเลือกคุณชัยเกษมเป็นนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะยุบสภา ทันที คำถามของผมครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครู่ที่บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับการให้มีรัฐบาลเสียงข้างน้อยเพราะจะขัดต่อการเมืองในระบบรัฐสภา วันนั้น ท่านออกมาแสดงความเห็นคัดค้านต่อท่าทีของพรรคของท่านหรือเปล่าครับ หรือจริง ๆ แล้ว ท่านคิดอยู่ในใจว่าท่านไม่เคยเชื่อในการคงสภาพการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเลย หรือท่านคิดอยู่แล้วถ้าวันนี้พรรคประชาชนยกมือสนับสนุนให้กับคุณชัยเกษม เดี๋ยวท่านจะ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก จนถึงวินาทีนี้การอภิปรายของท่านยังไม่สามารถทำให้พวกผม เชื่อได้เลยครับว่าตกลงหลักการของท่านคืออะไร

ประการที่ ๒ ในเรื่องของข้อห่วงใยที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าจะเชื่อได้อย่างไรว่า การทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านของพรรคประชาชนจะสามารถถ่วงดุลตรวจสอบรัฐบาลได้ อย่างตรงไปตรงมา พรรคประชาชนจะต้องคอยอุ้ม คอยแบก คอยเป็นองค์ประชุมให้กับการ พิจารณากฎหมายของรัฐบาลหรือไม่ ผมขอถามเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานไปแบบนี้ครับ ท่านไม่คิดหรือครับว่าในช่วงระยะเวลา ๔-๖ เดือนต่อจากนี้ สภาชุดนี้จะเป็นอีก ๑ ชุดใน ประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ฝ่ายค้านมีความเข้มแข็งมากที่สุด ตราบใดที่พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยยืนยันจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้บวกเลขเรามีกัน ๒๘๐ กว่าเสียง ทำไมจะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยครับ เรามีกัน ๒๘๐ กว่าเสียง ทำไมจะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยครับ ทำไมเราจะเดินหน้าสู่ทางออกของ ประเทศในการยุบสภาและแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ผมเชิญชวนครับ ให้ เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคเพื่อไทยที่หลาย ๆ คนจะรู้สึก ผมเองก็รู้สึกว่าเรามี อุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ทำฝ่ายค้านให้เข้มแข็งสิครับ เดินหน้าให้เป็นไปตามข้อตกลงที่พรรค ประชาชนได้เซ็นสัญญาเอาไว้ นอกจากยุบสภาเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เดินหน้า กระบวนการประชาธิปไตยในประเทศใหม่ ดีไหมครับท่านประธาน ประการสุดท้ายครับท่าน ประธาน ในเรื่องของการตัดสินใจของพรรคประชาชนในวันนี้มีเพื่อนสมาชิกบางส่วนมีข้อ ห่วงใยครับว่าพวกเรากำลังจะไปสนับสนุนฝั่งอนุรักษ์นิยม ทำลายกระบวนการทำลายระบอบ ประชาธิปไตยเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ ผมไม่ขอพูดอะไรไปมากกว่านี้ แต่ขอ ระยะเวลา ๔-๖ เดือนต่อจากนี้ที่ผมและท่านทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านร่วมกันพิสูจน์สิครับ ว่าอันนี้เราตัดสินใจและเราต้องการเดินหน้ากระบวนการประชาธิปไตยจริง ๆ ไม่ใช่วันหนึ่งที่ พรรคภูมิใจไทยแยกออกจากรัฐบาลแล้วดูสิครับกฎหมายนิรโทษกรรม กระบวนการการ เดินหน้าประชาธิปไตยอื่น ๆ ท่านผลักดันจริงหรือเปล่า วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานครับ พวกเราไม่ต้องการมาชวนทะเลาะหรือย้อนแย้งหาอดีตแต่วันนี้เราตัดสินใจเพื่อที่จะเดินหน้า สู่การเลือกตั้งและเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญพวกผม มีแค่ ๑๔๓ เสียง ทำเองไม่ได้ผม ต้องทำร่วมกับท่านครับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อพรรคก็คือพรรคเพื่อไทยที่เราต้องมาร่วมกันทำจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมขอเน้นย้ำอีก ๑ ครั้ง วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราต้องพิจารณา ญัตติโหวตนายกเป็นครั้งที่ ๔ ตั้งแต่โหวตคุณพิธา โหวตคุณเศรษฐา โหวตแพทองธาร และ วันนี้กำลังจะโหวตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ชุดนี้ชุดเดียวครับกำลังจะมาโหวตนายกครั้งที่ ๔ ต้นสายปลายเหตุคืออะไรครับท่านประธาน สุดท้ายผมได้ตอบเดียวก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนว่าตกลงประเทศนี้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยจริงหรือไม่ ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนของหลักการแบ่งแยกอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ท่านเองก็ ได้รับผลกระทบครับ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นของความซื่อสัตย์สุจริตและ มาตรฐานทางจริยธรรมที่ทำให้คุณเศรษฐา และคุณแพทองธารต้องพ้นออกจากตำแหน่ง ยัง มีปัญหาอีกเยอะแยะเต็มไปหมดครับที่พวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้ล้วนได้รับผลกระทบจาก กลไกของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ใช่เวลาที่เราจะมานั่งถกเถียงกันว่าอะไรคือปัญหาของ ประเทศ วันนี้ผมยืนยันอีก ๑ ครั้งว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชนเพื่อต้องการหาทาง ออกให้กับการเมืองไทยเดินหน้าสู่การเลือกตั้งและเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาการอภิปรายต่ออีกเล็กน้อยเพื่อสร้างความชัดเจนต่อ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ความชัดเจนต่อจากนี้ด้วยความเคารพ บางอย่าง อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณอนุทินอาจจะไม่สบายใจบ้างแต่ผมยืนยันนะครับว่าพวกเราให้ความ เคารพกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมแห่งนี้เท่าเทียมกันและผมเชื่อว่ามันเป็น ข้อเท็จจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ

ความชัดเจนข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน วันนี้เราไม่ได้เลือกคุณอนุทินมา บริหารประเทศ เราเลือกคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มายุบสภาผู้แทนราษฎรภายใต้กรอบเวลาที่ ตกลงกันและเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความชัดเจนที่ ๒ ครับ วันนี้พรรคประชาชน ตัดสินใจที่จะเลือกคุณอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะเราได้เซ็นข้อตกลงกัน ๕ ข้อ เปิดเผยต่อ สาธารณะ MOA ก็เปิดให้ทุกคนในประเทศนี้ได้อ่านครับ นั่นก็คือข้อแรกจะต้องมีการยุบสภา ภายใต้กรอบระยะเวลา ๔ เดือน หลังจากการมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และไม่ควรใช้ ข้ออ้างอื่นใดให้ละเมิดกรอบเวลาดังกล่าว เพราะพวกเราเชื่อครับปัญหาใหญ่ ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย-กัมพูชา และปัญหาอื่น ๆ ควรจะต้องให้รัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรม เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศผ่านการเลือกตั้งใหม่

ข้อที่ ๒ ครับ เรามีการระบุไปในข้อตกลงในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าต้องทำการจัดทำประชามติ ๓ ครั้ง เราก็มีการระบุไปว่าให้คณะรัฐมนตรี จะต้องมีมติให้มีการจัดทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า และหากมีการทำ ประชามติ ๓ ครั้งจริงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ถึง ๔ เดือน ซึ่งเรื่องนี้ผมก็คาดหวังว่ารัฐบาลที่จะเข้ามาทำหน้าที่เพื่อเปิดประตูสู่การเลือกตั้งใหม่ ก็พิจารณาตามความเหมาะสมที่จะต้องมีการยุบสภาโดยเร็ว

ข้อที่ ๓ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เกิดการทำประชามติ ๒ ครั้ง นี่ละคือโอกาสที่ดีที่สุดภายใต้ ๔ เดือนนี้ที่รัฐสภาของพวกเราจะเปิดช่องในการแก้ไขมาตรา ๒๕๖ ให้ทัน ให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วไปทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง ครั้งหน้า นี่ละครับเริ่มกระบวนการการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ๆ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด ของประเทศนี้ในการเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านใดไม่เห็นด้วย ถ้าประชาชน ๖๐ กว่าล้านคนในประเทศนี้ไม่เห็นด้วย มีใครขึ้นมาให้คำตอบให้กับพวกเราได้หรือไม่ มีโอกาสไหนของประเทศนี้อีกที่จะดีไปกว่าตอนนี้ในการเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ต้องตอบผมชั่วโมงนี้ถ้าท่านยังคิดไม่ออก ผมให้นอนคิดไปอีก ๑ เดือน ๒ เดือน ต่อจากนี้ ท่านคิดออกท่านมาบอกผม พวกเราคิดข้อเสนอนี้ตั้งแต่ ๒ เดือนที่แล้ว และไตร่ตรองกันทุก ๆ วินาทีจนถึงวันนี้ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการเดินหน้าสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ

ข้อที่ ๔ การคงสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่เราได้ระบุไปแล้วใน MOA ผมย้ำอีก ๑ ครั้ง ผมและพรรคประชาชนพรรคเดียวไม่สามารถที่จะคงสภาพฝ่ายค้าน เสียงข้างมากได้ ผมต้องร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยที่จะทำให้มีการ ปฏิบัติตาม MOA และเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกเรา ๒ พรรค ยืนยันกันได้อย่าง เต็มปากหรือไม่ ผมตอบแทนเพื่อนสมาชิกของผม ๑๔๓ คนได้ไม่มีใครเป็นงูเห่า ท่านตอบได้ หรือไม่ ท่านตอบได้เดินหน้าสู่ทางนี้แน่นอนไม่มีทางอื่น

ประการสุดท้าย เงื่อนไขข้อที่ ๕ หลังโหวตนายกรัฐมนตรี พวกเรายืนยันการ เป็นฝ่ายค้าน ไม่ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิกบางท่านลุกขึ้นแสดงข้อห่วงใย บอกว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมชวนให้ไปอ่านมาตรา ๑๐๖ ของรัฐธรรมนูญ ผู้นำ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคือหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดและไม่ดำรงตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรี ไม่เป็นประธานสภาและไม่เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมยืนยันว่าผม ทำหน้าที่ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านได้ต่อไปโดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

สิ่งที่ผมอยากทำให้เกิดความชัดเจนต่อไปในเรื่องที่ ๓ ก็คือหลักการที่พวกผม ยึดถือมาโดยตลอด นั่นก็คือหลักการที่บอกว่าพรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ผมเข้าใจดีครับเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ข้างหน้าข้างหลังผมตรงนี้หลายคนมีความอึดอัดใจมาก ที่จะลงมติโหวตกันในวันนี้ แต่เมื่อเรามีมติพรรคออกมาแล้ว มีกระบวนการในการรับฟัง สมาชิกพรรคอย่างรอบด้านแล้วคนที่เป็นเจ้าของพรรคตัวจริงอย่างรอบด้านแล้ว ไม่มีใคร ที่จะบิดพลิ้วต่อมติพรรคครั้งนี้ได้ ผมยืนยันในฐานะหัวหน้าพรรคและถ้ามี สส. ของ พรรคประชาชนคนไหนที่วันนี้ขัดต่อมติพรรค คุณขัดต่อคุณค่าพื้นฐานของพรรคที่บอกว่า พรรคใหญ่กว่าคน วันนี้เราหนักแน่นในมติของพรรคต่อการตัดสินใจของเราและเราเดินหน้า อย่างไม่ลังเลไม่วอกแวก

ต่อไปครับท่านประธาน เราชัดเจนว่าวันนี้ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ผมทราบดี ๑๔ ล้านคนที่เลือกพรรคก้าวไกลมา ไม่ใช่สมาชิกพรรคประชาชนทั้งหมด เขาไม่ได้มีส่วนร่วม ในการเข้ามาโหวตหรือการตัดสินใจการเลือกคุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ ผมเชื่อครับ ๑๔ ล้านคน ที่กาพรรคก้าวไกลในวันนั้นไม่มีใครเลือกคุณอนุทินเป็น นายกรัฐมนตรี ผมเชื่อครับ ๑๔ ล้านคน ในวันนั้นไม่มีใครเลือกเพราะอยากเห็นรัฐบาลที่เข้า มาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผมเชื่อครับ ๑๔ ล้านคนในวันนั้นไม่มีใครหวังที่อยากจะ เห็นอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตย และผมก็เชื่อเช่นเดียวกัน ว่า ๑๔ ล้านคนในวันนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนเห็นด้วยทั้งหมดกับการตัดสินใจของพรรคในวันนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าการตัดสินใจของเราในวันนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน เราตัดสินใจเพราะเราตัดสินใจเพื่อคน ๖๐ กว่าล้านคน ในการผ่าทางตันให้กับประเทศ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่และแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือหลักว่าประชาชนใหญ่กว่าพรรค ตัดสินใจเพื่อประเทศ ไม่ได้ตัดสินใจเพื่อคะแนนความนิยมของพรรคประชาชนเฉพาะหน้า ประการสุดท้ายครับท่านประธาน

ความชัดเจนข้อสุดท้าย ถ้าเรากำลังจะมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ภายใต้กรอบ เวลา ๔-๖ เดือน ต่อจากนี้ ผมเชื่อครับ ทุกพรรคการเมืองวันนี้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งแล้วครับ ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งแล้วครับ ทุกพรรคต้องมุ่งหน้าในการสร้างคะแนนความ นิยมให้กับตัวเอง เพื่อให้ทุกพรรคมี สส. ในสภามากที่สุด ในการต่อรอง ในการได้เก้าอี้ รัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดหน้าหลังการเลือกตั้ง และมันชัดเจนครับที่วันนี้ ถ้าทุกพรรคอยากได้ คะแนนนิยมมากขึ้นคุณจะต้องรักษาสัญญา นี่คือความชัดเจนทั้ง ๕ ข้อหลัก ๆ ที่พรรค ประชาชนใช้ในการตัดสินใจการโหวตคุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะมีทางออกได้หากพวกเราเปิดประตูสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับท่านประธาน