อนุสรณ์ แก้ววิเชียร หารือบทบาทหน้าที่และสิทธิประโยชน์ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยชี้แจงรายละเอียดการกำหนดอายุการทำงานที่ ๖๐ ปี และเสนอให้พิจารณาข้อกังวลเรื่องการจัดระบบสวัสดิการสำหรับ อสม. ที่เกินอายุดังกล่าว
ขอบคุณครับ เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนนทบุรี อำเภอ บางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราพรรคการเมืองเกือบทั้งสภาที่ยื่นกฎหมายให้กับพ่อแม่ พี่น้องชาว อสม. รวมถึงท่านทางฝั่งคณะรัฐมนตรีด้วย เป็นนิมิตหมายที่ดีมากแล้วก็กฎหมาย ของพรรคการเมืองและคณะรัฐมนตรีทุกฉบับไปในทิศทางเดียวกัน ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้นะครับ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและ แนวหน้าสุขภาพของพรรคประชาชน วันนี้ผมได้ยินการอภิปรายตั้งแต่เช้าว่าเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้มีความประสงค์อยากจะฟังการอภิปรายพระราชบัญญัติ อสม. ของพวกเรา แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็น อาจจะฟังอยู่ในห้องอาหารหรือห้องส่วนตัว ถึงเวลาแล้วครับท่านลงมา เตรียมโหวตกันได้แล้ว ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ อย่างที่ผมเกริ่นไปแล้วว่าเรามีร่าง พ.ร.บ. ที่เห็นชอบร่วมกัน มีฐานมาจากระเบียบกระทรวงสาธารณสุขในปี ๒๕๕๔ ผมขออนุญาตสรุป เพื่อเป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รับชมรับฟังอยู่ทางบ้านนะครับ ในส่วนที่เรา เห็นพ้องต้องกันอันดับแรกเลยคือการรับรองสถานภาพของ อสม. ในร่างพระราชบัญญัติของ ทุกพรรคการเมืองรวมถึง ครม. เรามีการรับรองสถานภาพให้กับพ่อแม่พี่น้อง อสม. คำว่า รับรองสถานภาพอย่างนี้คืออะไรครับ การยกระดับจากระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ให้ขึ้นเป็นพระราชบัญญัติ เป็นตัว Guarantee ว่าความมั่นคงถาวรของพ่อแม่พี่น้อง ชาว อสม. ที่จะได้รับค่าป่วยการ ได้รับสวัสดิการต่าง ๆ บรรจุไว้ในกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่าย ประจำปีไม่ต้องอิงอยู่กับระเบียบสาธารณสุข ซึ่งจะต้องพิจารณาตามงบประมาณรายจ่าย ประจำปีเป็นรายปีไปนะครับ พอเรามีการยกระดับขึ้นมาเป็นพระราชบัญญัติแล้วจะสามารถ ทำให้การรับรองสถานภาพของพ่อแม่พี่น้อง อสม. มีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนั้นยังมี การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไว้ใกล้เคียงกันเกือบทุกร่างคือเริ่มต้นที่อายุ ๑๘ ปี บางร่างก็อาจจะมีอายุ ๖๐ ปีในส่วนท้าย แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้กำหนดอายุนะครับ
ส่วนถัดมามีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของ อสม. ทั้งในด้านการส่งเสริม สุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาเบื้องต้น การฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมในชุมชน เหล่านี้เป็นการกำหนดบทบาทหน้าที่ อสม. ให้สอดรับกันกับระเบียบ กระทรวงสาธารณสุขที่ผมกล่าวถึงไปในเบื้องต้น นอกจากนั้นยังมีการรับรองสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการต่าง ๆ บรรจุเรื่องของค่าป่วยการ เรื่องสวัสดิการ เรื่องการรักษาพยาบาล อันนี้ ทุกร่างมีเหมือนกันหมดนะครับ
สุดท้ายครับ การพ้นจากตำแหน่งก็อาจจะมีบางร่างที่ผมนำเรียนไว้ว่ามีการ กำหนดอายุ ๖๐ ปี ซึ่งส่วนในของพรรคประชาชนเราไม่ได้ระบุอายุสุดท้ายของการปฏิบัติ หน้าที่ อสม. ไว้ ก่อนที่ผมจะไปในส่วนของข้อดีข้อเสีย ผมชวนท่านประธานคิดอย่างนี้ครับ ว่าพ่อแม่พี่น้อง อสม. จำนวน ๑,๐๙๐,๐๐๐ กว่าคนในประเทศเรา เป็นพ่อแม่พี่น้อง อสม. ที่อายุมากกว่า ๖๐ ปีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ปัจจุบันนี้ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ร่างกฎหมายที่จำกัดอายุ อสม. ไว้ที่ ๖๐ ปีท่านจะทำอย่างไร ถึงแม้ท่านจะมีบทเฉพาะกาล แต่ในส่วนของ อสม. เข้าใหม่ อสม. ที่อยู่มาเดิมท่านจะจัดระบบสวัสดิการให้เขาอย่างไร เดี๋ยวผมชวนท่านประธานมาดูในคำตอบของร่างของพรรคประชาชน
สุดท้ายผมขอนำข้อวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคประชาชนถึงร่างพระราชบัญญัติ ต่าง ๆ ที่นำเสนอออกไปแล้วมีข้อกังวลอยู่ ๓ ด้านครับ ด้านแรกคือ อสม. เดิมสังกัดอยู่กับ กระทรวงสาธารณสุข แต่ในส่วน รพ.สต. ที่ท่านปฏิบัติงานควบคู่กันมาถ่ายโอนไปอยู่กับ อปท. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว การมี สังกัดที่แตกต่างกันจะทำให้การทำงานหรือการกำหนดนโยบายด้านสาธารณสุขไปในทิศทาง เดียวกันหรือไม่ ร่างที่ผมอยากจะนำเสนอกับท่านประธานคือร่างของพรรคประชาชนครับ ผมเข้าใจว่ามีเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนอภิปรายไปหลายท่าน โดยเฉพาะท่านอิทธิพล จากพรรคประชาชน ท่านอธิบายได้ดีมากในเรื่องของบอร์ด ๓ บอร์ด บอร์ดในร่างกฎหมาย ของพรรคประชาชน บอร์ดนโยบายเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน นอกจากนั้นผมได้ยินเพื่อนสมาชิกอภิปรายว่าทำไมไม่มีตัวแทนของ อสม. เข้าไปนั่งในบอร์ด ระดับนโยบายหรือหลาย ๆ ท่านเรียกว่าบอร์ดชาติ ในร่างของพรรคประชาชนเรามีทั้ง ตัวแทน อสม. มีทั้งประธานองค์กรกลุ่มต่าง ๆ สมาคม มูลนิธิที่จับกลุ่มรวมตัวกันของ อสม. เข้าไปนั่ง เพราะฉะนั้นในส่วนของบอร์ดระดับประเทศเรามีรัฐมนตรีที่รับผิดรับผิดชอบกับ ประชาชนในการกำหนดนโยบาย
บอร์ดถัดไปครับคือบอร์ดควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน อันนี้เพื่อนสมาชิก ผมอภิปรายไปแล้ว สิ่งที่ผมต้องเน้นย้ำเพราะว่าร่างของพรรคการเมืองอื่นไม่มีในส่วนนี้ครับ การกำหนดผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพมากำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานให้กับ อสม. การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ประเมินนะครับ มีการตัดแยกออจากการ ประเมิน การประเมินเป็นบอร์ดที่ ๓ ครับ เป็นบอร์ดในระดับจังหวัดหรือในระดับพื้นที่ ซึ่งเรา ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธานบอร์ด สอดรับกับการบริหารจัดการในเชิง การกระจายอำนาจ แล้วก็พิจารณาในลักษณะของพื้นที่เป็นสำคัญ นอกจากนั้นในร่างของ พรรคประชาชนเหมือนที่ท่านณัฐวุฒิได้อภิปรายไปในส่วนของแนวหน้าสุขภาพ ท่านณัฐวุฒิ ได้อภิปรายเปิดได้ดีมากในร่างแนวคิดของในส่วนของร่างพรรคประชาชนเรื่องแนวหน้า สุขภาพ นอกจากนั้นท่านภูริวรรธก์ก็อภิปรายในเรื่องของผู้ป่วยแบบประคับประคอง ผู้ป่วย แบบพึ่งพิง ท่านสิริลภัสอภิปรายถึงแนวหน้าสุขภาพจิต ในส่วนของอายุ ๖๐ ปีกับ อสม. ในร่างของพรรคประชาชนเราไม่ได้จำกัดอายุไว้ มีเพื่อนสมาชิกตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงเริ่มต้นที่ อายุ ๑๘ ปี อันนี้ผมขออนุญาตนำคำอภิปรายของท่านชลธานีแห่งพรรคประชาชน ท่านอภิปรายไว้ได้ดีมากครับว่าเป็นการเริ่มต้นในการดูแลสุขภาพ ถึงแม้อายุ ๑๘ ปี อาจจะ ยังไม่ได้มีประสบการณ์ในชีวิตมาก แต่ใน ๑ ครอบครัว ผมมั่นใจว่าเรามีคนป่วย เรามีคนเจ็บ เรามีคนชราอยู่ในครอบครัวเราอยู่ แล้วการเป็น อสม. คือการได้รับการสนับสนุนในภายใต้พื้นที่ในรอบครัวเรือน ในหมู่บ้าน ของตนเอง เพราะฉะนั้นท่านอาจจะทำงานประจำ ท่านอาจจะอายุ ๑๘ ปี ท่านอาจจะมี คนป่วย คนเจ็บ คนแก่ คนชราในบ้านของท่าน ท่านก็ดูแลได้ ท่านก็สมัครเป็น อสม. ได้ เพราะฉะนั้นการที่ใช้คำว่า อสม. รุ่นใหม่กับคน ๑๘ ปี นี่คือการเปิดโอกาส และไม่ปิดโอกาส ให้กับบุคลากรที่ยังสามารถทำงานได้ด้วยเหตุแห่งอายุ
สุดท้ายผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในร่างของพระราชบัญญัติ อสม. ทุกร่าง โดยเฉพาะร่างของพรรคประชาชน ผมยังมีความเห็นว่าร่างของพรรคประชาชน เปิดกว้าง แล้วก็มีบัญญัติที่ให้ในเรื่องของการกระจายอำนาจ ในเรื่องของบอร์ดต่าง ๆ ที่แตกต่างจากร่างอื่น นอกจากนั้นยังมีเรื่องของแนวหน้าสุขภาพ ผมจึงขออนุญาตสนับสนุน ร่างของพรรคประชาชนที่เสนอโดยท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ และเพื่อนสมาชิกพรรค ประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน