ปทิดา ตันติรัตนานนท์ หารือสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โดยตั้งคำถามถึงข้อจำกัดอายุ 60 ปีของอาสาสมัครที่อาจกีดกันผู้ที่มีใจอาสาและความสามารถ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน พ.ศ. .... ซึ่งต่อไปจะใช้ย่อ ๆ ว่า อสม. ก่อนอื่นขอชื่นชม อสม. ทั้งประเทศเลย ที่ทำงานจนเป็นที่ยอมรับของทุกหน่วยงาน ทำงานด้วยความเป็นจิตอาสาโดยแท้จริงตั้งแต่ ปี ๒๕๒๑ ทั้งที่ไม่มีค่าป่วยการใด ๆ เลย อสม. มีทั้งความมุ่งมั่นพัฒนาตนเองแล้วก็พร้อมที่จะ เรียนรู้งานใหม่ ๆ อยู่เสมอ เช่น เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-๑๙ อสม. ก็ทำให้คนทั้งโลกรู้จัก ประเทศไทยว่าเราสามารถทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยสามารถที่จะควบคุมการ ระบาดของโควิด-๑๙ ได้เป็นอย่างดีค่ะ และ ๑ ในผู้ที่ปิดทองหลังพระก็คือ อสม. ของเรา หลังจากนั้น อสม. ได้รับค่าป่วยการครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ อยู่ที่ ๖๐๐ บาท ท่านคิดดูว่า อสม. ทำงานมา ๓๑ ปี โดยไม่มีค่าตอบแทน และ ธันวาคม ๒๕๖๑ ได้รับ ค่าป่วยการเป็น ๑,๐๐๐ บาท และเมื่อครั้งที่ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการปรับเพิ่มค่าป่วยการให้ อสม. เป็น ๒,๐๐๐ บาท ได้รับ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ ๒,๐๐๐ บาท ก็อยู่จนถึงทุกวันนี้ท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ น่าจะเพียงพอเป็นการ Guarantee ว่าทำให้พวกเราได้รู้ว่า อสม. เป็นผู้ที่ทำงานด้วยความ เสียสละมากมายเพียงใด วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อสม. ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เปิดกว้างในเรื่องของอายุ อสม. ไม่ปิดกั้นให้ อสม. ทำงานได้จนถึงช่วงเวลาที่คิด ว่าทำไม่ไหวแล้ว แล้วก็อีก ๕ ร่างที่ยังมีความคิดที่คล้ายคลึงกัน แต่มี ๑ ร่างของ พ.ร.บ. อสม. ของคณะรัฐมนตรีที่มีการกำหนดอายุการสิ้นสุดของ อสม. คือ ๖๐ ปี ท่านประธานคะ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเปลี่ยนสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเรากำลัง ก้าวไปสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอดอีกด้วย หลายประเทศหลายหน่วยงานต่างเตรียมพร้อม รับมือกับสภาพสังคมเช่นนี้ คิดนโยบายล่วงหน้าเป็นหลายปี เตรียมให้ผู้สูงอายุมีงานทำ แต่การร่าง พ.ร.บ. ของ ค.ร.ม. ฉบับนี้กลับรู้สึกขัดขวางกับการเตรียมความพร้อมของ ประเทศไทย พาเราถอยหลังกลับไปยังสมัยที่มีชุดความคิดที่ว่าผู้สูงอายุไม่มีค่า ไม่มี ความสามารถ ในมาตรา ๒๘ ที่มีการกำหนด ๑๐ คุณสมบัติใหม่ของ อสม. แค่ข้อแรกก็ทำให้ ดิฉันต้องเกิดการตั้งคำถามขึ้นมาแล้วคือ อสม. มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี แต่ไม่เกิน ๖๐ ปี ผู้ที่มี อายุเกิน ๖๐ ปี ในไทยตอนนี้มีกว่า ๑๓ ล้านคน หรือร้อยละ ๒๑ ของประชากรประเทศไทย ทั้งหมด ดิฉันคิดว่าข้อจำกัดนี้สวนทางกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบันที่เราเป็นอยู่ เป็นการ กีดกั้นผู้ที่มีใจอาสา ผู้ที่มีแค่อายุเกิน ๖๐ ปี แต่ยังมีเรี่ยวแรง มีความสามารถ มีประสบการณ์ มากมาย และที่สำคัญก็มีใจเป็นสาธารณะด้วยความตั้งใจผลักพวกเขาออกไปจากสังคมนี้ ได้อย่างไรคะท่านประธาน เราจะให้พวกเขาเหล่านี้ที่ยังมีกำลังอยู่บ้านเฉย ๆ ค่อย ๆ หมดพลังไป หมดความสามารถ หรือจะให้พวกเขาได้ทำงาน ได้ทำกิจกรรมของสังคม ที่เอื้อประโยชน์ต่อครอบครัว ต่อชุมชน แล้วก็ต่อสังคมของพวกเราต่อไป ดิฉันคิดว่าข้อนี้ตอบได้ไม่ยากเลยค่ะท่านประธาน นี่ยังไม่นับรวมค่าตอบแทน ค่าป่วยการ อสม. เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ที่พวกเขาจะได้รับ หากมีการกำหนดอายุขึ้นเรากำลัง เสียทรัพยากรหนุ่มสาววัยทำงานที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว กำลังพัฒนารายได้และขับเคลื่อน ให้มาทำตำแหน่งนี้ที่ยังมีอาสาสมัครที่มีใจพร้อมอีกมาก แล้วก็ในมาตรา ๒๘ ข้อ ๘ ข้อกำหนดคุณสมบัติของ อสม. ก็คือไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้บริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ ในพรรคการเมือง ปัจจุบันนี้มี อสม. มากมายที่สวมหมวกหลายใบแล้วดิฉันก็เชื่อว่าในหมวก หลายใบเขาสามารถทำหน้าที่ได้ครบทุก ๆ กระบวนการของหมวกที่เขาสวมใส่อยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ อสม. เราสามารถที่จะทำงานได้เพราะความเป็นจิตอาสาอยู่แล้ว แล้วก็ ข้อสุดท้ายในมาตรา ๓๗ ของร่างพระราชบัญญัติ ครม. ข้อ ๕ วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ในการปฏิบัติหน้าที่ ดิฉันก็มีข้อสงสัยว่า อสม. เราได้รับค่าป่วยการ ไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่าตอบแทน เพราะฉะนั้นสิทธิในการที่เขาจะเลือกคนที่เขามองว่าสามารถดูแลพวกเขาได้ มันเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยของพวกเรา ก็ขออนุญาตฝากว่า ในร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขทั้ง ๗ ร่าง ดิฉันสนับสนุนในร่างของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กราบขอบพระคุณค่ะ