สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๘

นพพล เหลืองทองนารา เสนอร่างพระราชบัญญัติ อาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของอาสาสมัครสาธารณสุข และเรียกร้องให้เพิ่มสัดส่วนของอาสาสมัครสาธารณสุขในการพัฒนาและส่งเสริม นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องสภาพการทำงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ของรพสต. ที่ไม่ดูแลและไม่สนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขให้เหมาะสม

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ผมเองในฐานะที่ก็เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขเก่า เคยเป็นประธาน อสม. อำเภอ แล้วก็คลุกคลีอยู่กับการทำงานของ อสม. มาร่วม ๒๐ กว่าปีแล้ว วันนี้ผมดีใจมาก ที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เข้าสู่ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร แล้วที่สำคัญโดยเฉพาะ ร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล แล้วก็ของทางพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยท่านสรวงศ์ เทียนทอง ส่วนของรัฐบาล ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านเองพยายามผลักดันเหลือเกิน ท่านดันสุดชีวิต ละครับ ถ้าใช้คำบ้าน ๆ นะครับ คือผมเองผมรู้ ผมแน่ใจว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดจาก ความที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย ในอดีตท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมา ๓ รอบ ทั้งปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นด้วยจิตวิญญาณของความเป็นรัฐมนตรี ที่จะพัฒนาในเรื่องของ อสม. ซึ่งบ้านท่านก็อยู่ต่างจังหวัด ท่านเองก็คงเห็น อสม. ว่ามีภารกิจ อย่างไร แล้วก็มีความสำคัญอย่างไรบ้างกับการที่จะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ฉบับนี้ถึงได้ออกมา ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูง ในร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้เสนอมาทั้งหมดผมเองอ่านโดยรวมแล้ว ทั้งหมดผมก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ทั้งฉบับของ ทางรัฐบาล แล้วก็ฉบับของทางท่านสรวงศ์ เพียงแต่ว่ามีอยู่นิดหนึ่งที่ผมอยากที่จะพูด ก็คือในส่วนของคณะกรรมการ ในการพัฒนาและส่งเสริมของ อสม. ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ ระดับภาค ระดับเขต แล้วก็ระดับจังหวัด ในสัดส่วนที่เป็นของตัว อสม. ของบุคลากร อสม. จริง ๆ ผมว่ายังมีน้อยไปหน่อย ในโครงสร้างทั้งหลายถ้าระดับประเทศก็มีทั้งอธิบดีกรมโน้น กรมนี้เยอะแยะมากมาย แล้วบางอย่างในความรู้สึกผมผมมีความรู้สึกว่าเป็นหน่วยงาน เพียงแค่รับคำสั่งไปปฏิบัติเท่านั้น ผมอยากที่จะให้เปลี่ยนแปลงได้ ใครเข้าไปเป็นกรรมาธิการ ผมอยากให้มีการเพิ่มสัดส่วน ในจำนวนของ อสม. ได้เข้ามาเป็นคณะกรรมการ ไม่ว่าจะในระดับชาติ ระดับเขตหรือระดับ จังหวัด เพราะอย่าลืมว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรามุ่งเน้นที่จะอำนวยประโยชน์ ให้สิทธิ ประโยชน์ แล้วก็สร้างแรงจูงใจให้กับทาง อสม. เขา เพราะฉะนั้น เขาเหล่านั้นควรที่จะต้อง เป็นพระเอก ไม่ใช่เป็นพระรอง ปล่อยให้คนอื่นเป็นคนกำหนด ผมว่าไม่ถูกต้องนัก แต่ว่าด้วย สิ่งที่เขียนอยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้งของรัฐบาลแล้วก็ของท่านสรวงศ์ มุ่งเน้นที่จะแก้ไข ปัญหา สิ่งที่ไม่ได้เป็นแรงจูงใจหรือสิ่งที่ทำให้ไม่ได้เกิดการพัฒนา เพราะอย่าลืมนะครับว่า อาสาสมัครสาธารณสุข เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ตามแผน โดยที่กระทรวงสาธารณสุขอยาก ที่จะพัฒนาเรื่องสาธารณสุขมูลฐาน จึงนำเอาอันนี้ ไปเขียนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๒๐ หรือ ๒๕๒๔ แล้วก็โดยนำร่อง ๒๐ จังหวัด แล้วทุกอย่าง ก็เก็บ เกี่ยวประสบการณ์ขึ้นมา จนกระทั่งวันนี้ เราเห็นแล้วว่า อสม. ต้องเป็นพระเอก เป็นนางเอก ไม่ให้เป็นพระรอง จึงได้เกิด พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา แล้วตลอดจน ท่านเสนาบดีกระทรวง คือ ท่านสมศักดิ์ ท่านใกล้ชิดอยู่กับ อสม. ตลอด ผมเองก็เห็นในแนวทางการทำงานของท่าน เพราะฉะนั้นผมเลยแน่ใจในส่วนของที่เป็นผลประโยชน์ในสิ่งที่ทำให้เกิดแรงจูงใจแก่ อสม. ทั้งหลาย ผมไม่ติดใจนะครับ ก็จะมานิดเดียวก็คือในสัดส่วนของคณะกรรมการทั้งหลาย

แต่ว่ามีอีกสิ่งหนึ่งครับ ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่อง อสม. แล้ว ขอฝากไป เพราะวันนี้ ก็มีในส่วนของข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข มานั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ปัจจุบันนี้ อสม. ในทุก ๆ รพสต. ในทุก ๆ จังหวัด ทุ่มเทกายและใจในการที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด แต่ตรงที่ว่ามีบาง รพสต. ที่คุณหมอใน รพสต. เจ้าหน้าที่ รพสต. นั้น จิตใจไม่ค่อยดีเท่าไร นั่นหมายความว่าเขาไม่รู้ว่า อสม. คือเป็นส่วนคนที่ช่วยเสริม ช่วยมาผ่อนแรง ไม่ใช่เป็นทาส ต้องบอกอย่างนั้นนะครับ ผมขอใช้คำแรง ๆ เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่บางคนที่อยู่ตาม อสม. ไม่เลย คือทุกอย่าง อสม. ไปจัดการ มันไม่ถูกนะครับอย่างนี้ แล้วเวลาที่มีปัญหากับ อสม. แล้วก็จะให้เขยิบขยับทั้งหลาย คนที่มีปัญหาออกไปก็ยากแสนยาก ผมฝากท่านด้วยนะครับ ผมสงสารพี่น้อง อสม. เขาทุ่มเททั้งกายใจ แต่ว่าเวลาอย่างนี้แล้ว ทางกระทรวงไม่ดูแลเขา ไม่ถูกต้องนะครับ

สุดท้ายผมต้องกราบขอบคุณท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน แล้วก็ ท่านสรวงศ์ เทียนทอง ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาในสภา เราหวังว่าคงจะผ่านโดยเร็ว เพื่อสิ่งที่ดีให้กับพระเอก นางเอกของพวกเรา อสม. เหล่านี้ กราบขอบพระคุณครับ