สิริลภัส อภิปรายร่าง พ.ร.บ.อาสาสมัครสาธารณสุข เน้นพัฒนาทักษะสุขภาพจิต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๘

สิริลภัส กองตระการ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ โดยเน้นการพัฒนาทักษะด้านสุขภาพจิต การให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม และประเมินสมรรถภาพแทนอายุ เพื่อลดปัญหาผู้ป่วยจิตเวชและยกระดับระบบสุขภาพ

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร บางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... ของพรรคประชาชน ประเด็นที่ดิฉันจะ อภิปรายในวันนี้ก็คือเรื่องของแนวหน้าสุขภาพค่ะ แนวหน้าสุขภาพคืออะไร ก็คือ อสม. หรือ อสส. ที่ผ่านการอบรมแล้วประเมินสมรรถนะขั้นเชี่ยวชาญ จนได้รับการขึ้น ทะเบียนเป็นแนวหน้าสุขภาพ ประเด็นที่ดิฉันอยากจะอภิปรายในวันนี้ คือเรื่องของการ พัฒนาทักษะแนวหน้าสุขภาพให้มีความรู้ความเข้าใจ มีความสามารถที่จะกระจายองค์ ความรู้และสามารถดูแลสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ จากที่ทราบกัน ดีว่าในปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยทางโรคจิตเวชเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคม ปัจจัยอาจจะมาจาก เศรษฐกิจ สังคม หรือว่าความสัมพันธ์จากคนรอบข้างที่ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม จำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าตอนนี้ เด็กอายุ ๖ ขวบเริ่มเป็นแล้ว นี่เป็นข้อมูลที่น่าตกใจมาก วัย เรียน วัยรุ่นที่มีอัตราการทำร้ายตัวเอง พยายามฆ่าตัวตายสูงสุด เด็ก ๆ เหล่านี้ ป่วยเป็นโรค ทางสุขภาพจิตและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงเรื่อย ๆ คนวัยทำงานที่เป็น Sandwich Generation ที่ต้องแบกรับภาระของตนเอง ภาระของครอบครัว รวมไปถึงผู้สูงอายุที่มีอัตราการฆ่าตัวตาย สำเร็จมากกว่าวัยอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการให้ความรอบรู้ทางด้านสุขภาพจิตนั้น ยังไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่ารัฐจะพยายามเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ในประเด็นสุขภาพจิต มากเท่าไรแต่ว่านั่นคือการแก้ปัญหาที่ปลายทาง ดังนั้น แนวทางในการป้องกันไม่ให้มีการเพิ่ม จำนวนผู้ป่วยนั่นก็คือการมีแนวหน้าสุขภาพจิต สิ่งที่แนวหน้าสุขภาพจิตทำได้คืออะไร คือการสร้างการตระหนักรู้ ให้ความรอบรู้ทางด้านสุขภาพจิต การประเมินเบื้องต้นสามารถ ให้คำแนะนำและให้คำปรึกษากับผู้ที่มีความเสี่ยงได้ กลุ่มคนเหล่านี้จะพัฒนามาเป็นแนวหน้า สุขภาพจิตที่จะช่วยคัดกรองแล้วก็ช้อนผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะป่วยให้เข้ารับการรักษาหรือว่า การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่คนเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ป่วย สิ่งเหล่านี้จะเป็นการลด จำนวนผู้ป่วยจิตเวช ไม่ให้เกิดภาวะคอขวดที่ไปกระจุกตัวอยู่ที่จิตแพทย์ ซึ่งดิฉันเคยอภิปราย ไปแล้วว่าประเทศของเราตอนนี้อยู่ในภาวะคนไข้ล้นมือหมอ รอคิวนาน เข้าถึงบริการไม่ได้ เพราะฉะนั้นแนวหน้าสุขภาพจิตนี้จะเป็นตัวกรองและเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการยกระดับ ระบบสุขภาพจิต การอบรมเพิ่มพูนทักษะนั้นจะทำให้การทำงานของ อสม. มีประสิทธิภาพ มากขึ้นแล้วก็มีแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเอง ดิฉันเห็น อสม. ที่เข้มแข็งในหลายชุมชน มีการรณรงค์เรื่องสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้นแล้วและเป็นการรับนโยบายมาปฏิบัติงาน แต่ท่านประธาน เราต้องคิดถึงคนที่อยู่หน้างานด้วยว่า เมื่อเขาได้รับภารกิจที่เพิ่มขึ้น ภาระงานที่เพิ่มขึ้น หลายท่าน อสม. อสส. ส่งเสียงมาว่าภาระงานเยอะขึ้นแต่ว่าค่าตอบแทน เท่าเดิม ดิฉันเข้าใจว่าการมาเป็น อสม. หรือ อสส. คืออาสา แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเขาทำงาน แล้วได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม การไปอบรมเพิ่มพูนทักษะควรจะตามมาด้วยค่าตอบแทน ที่จะเป็นแรงจูงใจให้กับเขาในการทำงานเหล่านั้น แนวหน้าสุขภาพจิตจะช่วยกระจายข้อมูล ข่าวสารความรู้ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ประชาชนควรจะได้รับ และข้อได้เปรียบ ของ อสม. นั่นก็คือความไว้เนื้อเชื่อใจ การเป็นเพื่อนบ้านเป็นคนในชุมชนนั้น ๆ ดูแลกัน เหมือนญาติพี่น้อง เพราะฉะนั้นเมื่อเขาทำงานที่ยากขึ้น มากขึ้น ค่าตอบแทนก็ควรจะได้รับ ในการทำงานให้เหมาะสมเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นพ่อ ๆ แม่ ๆ อสม. พี่ ๆ ทั้งหลายคน ที่ทำงานกันมามากกว่า ๒๐-๓๐ ปี เป็นอาสาตั้งแต่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนเลยด้วยซ้ำ ประเด็นนี้ดิฉันเห็นว่า อสม. อสส. ไม่ควรจำกัดอยู่ที่อายุ แต่เราควรประเมินกันที่สมรรถภาพ ว่ายังสามารถทำหน้าที่ได้อยู่หรือไม่ เพราะดิฉันเคยเจอแล้วในชุมชนป้าหนอม ชุมชนจันทราสุข ในเขตพื้นที่ของดิฉัน อายุ ๘๐ ปีกว่าแล้วแต่ยังแข็งแรงดีอยู่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อีกทั้ง เมื่อให้ผู้สูงวัยเหล่านี้ได้มาทำกิจกรรม พบปะคนในชุมชน ได้เจอกับคน ได้ให้เขาออกมา ติดสังคม ลดความเสี่ยงที่จะลดการติดบ้าน ติดเตียง ถึงแม้ว่าตอนนี้สาธารณสุขเอง ก็จะพยายามผลิตนักสื่อสารสุขภาพจิต หรือว่า MIT ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่คนที่จะพูดคุยกับ คนในพื้นที่นั้นรู้เรื่องก็ควรจะเป็นคนที่อยู่ในชุมชนนั้น ๆ มากกว่า ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพ อสม. อสส. ที่มีอยู่แล้วให้ Up Level Up Skill ขึ้นไปมากขึ้นจะเป็นแรงผลักสำคัญเลย ในการพัฒนาระบบสุขภาพจิตให้เดินหน้าไปได้ดีและไกลมากยิ่งขึ้น ดังนั้นดิฉันจึง ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ ที่พรรคประชาชนเสนอเข้ามาเพื่อให้ อสม. และ อสส. ทุกท่านได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ระบบสุขภาพจิตของประชาชนให้ทั่วถึงและครอบคลุม ขอบคุณค่ะ