สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๘

สกล สุนทรวาณิชย์กิจ เสนอร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้า เพื่อส่งเสริมสุขภาพปฐมภูมิ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีผู้แทนจากท้องถิ่นในการกำหนดนโยบาย เพื่อให้นโยบายสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. .... ซึ่ง นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ และคณะ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับวันนี้เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่จะเป็นการยกระดับ พี่น้อง อสม. กว่า ๑ ล้านคนทั่วประเทศ ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะนำเสนอต่อร่างกฎหมายนี้ อยู่ที่กลไกการกำกับดูแลของคณะกรรมการครับ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เมื่อเปรียบเทียบโครงสร้าง คณะกรรมการระดับประเทศในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๖ ฉบับ จะเห็นได้ถึงความแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญ แล้วผมจะชี้ให้เห็นว่าเหตุใดโครงสร้างที่เสนอโดยพรรคประชาชนจึงเป็น รูปแบบที่ก้าวหน้าและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยในอนาคตมากที่สุด เมื่อเรา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๖ ฉบับ จะพบว่าทุกฉบับเห็นพ้องต้องกันในหลักการที่ว่า จำเป็นต้องมีองค์กรกำกับดูแลในระดับชาติ แต่เมื่อวิเคราะห์ลงลึกในรายละเอียดจะพบว่า ร่างกฎหมายทั้ง ๗ ฉบับ แยกออกเป็น ๒ แนวทางในการกำกับดูแลที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือ

แนวทางแรกโครงสร้างที่คณะกรรมการจากฝั่งข้าราชการกระทรวง สาธารณสุขเป็นหลัก ได้แก่ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เลขาธิการ อย. อธิบดีกรม การแพทย์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบดีกรมอนามัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานอนามัยกรุงเทพมหานครและกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. ยังมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหน่วยงานด้านการเงิน ได้แก่ กรมบัญชีกลางและ สปสช. และตัวแทน อสม. ทั้งระดับประเทศและระดับจังหวัดหรือระดับ ภาค ซึ่งเป็นแนวทางที่ พ.ร.บ. ทั้ง ๖ ฉบับ มีร่วมกัน

แนวทางที่ ๒ ก็คือแนวทางของพรรคประชาชน เป็นโครงสร้างที่ให้ผู้แทนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. เทศบาลและหน่วยงานที่เป็น ผู้รับบริการ เช่น ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา ตัวแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ตัวแทนในแพทย์สาธารณสุขอำเภอ ตัวแทน อสม. ตัวแทน อสส. กทม. ผู้แทนผู้ดำเนินการของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วย สถานพยาบาลที่เป็นหน่วยงานปฐมภูมิได้กำหนดนโยบายตั้งแต่ระดับประเทศได้โดยตรง แล้วก็ยังคงมีหน่วยงานทางด้านการเงิน เช่น กรมบัญชีกลาง สปสช. และผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณนั่งอยู่ในคณะกรรมการนี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับจุดเด่นที่สุดของ โครงสร้างนี้คือองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายที่เราออกแบบให้เสียงของหน่วยงาน หน้างานปฐมภูมิที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการหรือฝั่ง Demand-side เป็น ผู้กำหนดนโยบาย ไม่ใช่ฝั่ง Supply-side จากหน่วยงานที่เป็นผู้ให้บริการระดับทุติยภูมิขึ้นไป มากำหนดนโยบายสุขภาพปฐมภูมิเหมือนโครงสร้างตามแนวทางที่ ๑ ทำไมตัวแทนผู้บริหาร ซึ่งมาจากท้องถิ่นจึงมีความสำคัญ เพราะวันนี้บริบทของระบบสุขภาพปฐมภูมิได้เปลี่ยนแปลง ไปแล้วครับ มีการกระจายอำนาจถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การ บริหารส่วนจังหวัด นั่นหมายความว่า อบจ. และ อปท. อื่น ๆ คือเจ้าภาพตัวจริงของระบบ บริการสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่ การให้ผู้บริหารท้องถิ่นเหล่านี้เข้ามานั่งในบอร์ดนโยบาย ระดับชาติจึงไม่ใช่แค่เรื่องของประชาธิปไตย แต่เป็นเรื่องของประสิทธิภาพและ การตอบสนองต่อปัญหาจริง นโยบายที่ออกมาจะไม่ใช่นโยบายที่คิดมาจากห้องแอร์ ในกรุงเทพฯ แต่จะเป็นนโยบายที่กลั่นกรองออกมาจากปัญหาหน้างานและความต้องการ ที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ เมื่อนโยบายถูกกำหนดโดยผู้ปฏิบัติงานจริงคือท้องถิ่นและ ผู้เป็นหัวใจของงานคือพี่น้อง อสม. ที่เราให้มีตัวแทนมาจากการเลือกตั้งกันเอง นโยบาย ที่ออกมาจึงจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างมีความเข้าใจ ยั่งยืน และที่สำคัญที่สุดคือ สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งเป็นหัวใจของความสำเร็จตามเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ส่วนโครงสร้างที่เป็นส่วนประกอบที่มีข้าราชการฝั่งกระทรวง สาธารณสุขก็จะเป็นโครงสร้างสำหรับควบคุมคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งผู้อภิปรายก่อนหน้า ได้นำเสนอไปแล้ว

ด้วยเหตุผลที่ได้อภิปรายมาทั้งหมดผมจึงขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้โปรดมีมติรับร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้า สุขภาพ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยพรรคประชาชนเป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระต่อไป เพื่อที่เราจะสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ระบบสุขภาพปฐมภูมิ อันจะช่วย ส่งเสริมให้พี่น้อง อสม. ทุกคนสามารถเผชิญกับความท้าทายทางด้านสาธารณสุขได้อย่าง ตรงเป้าหมายและเต็มภาคภูมิ พร้อมด้วยทักษะการสนับสนุนและการยอมรับที่พวกเขา สมควรได้รับอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ