ณัฐวุฒิ เสนอยกระดับอสม. จากระเบียบสู่กฎหมาย เน้นดูแลสุขภาวะองค์รวม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายร่าง พ.ร.บ.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ๗ ร่าง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการยกระดับจากระเบียบสู่กฎหมาย และชี้ให้เห็นถึง ๔ บทบาทหลักของ อสม. ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพ เฝ้าระวังโรค การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วย เพื่อจัดระบบใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ณัฐวุฒิ บัวประทุม เสนอแนวคิดยกระดับบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จากเรื่องสุขภาพกายไปสู่การดูแลสุขภาวะองค์รวม ครอบคลุมทั้งสุขภาพจิต สังคม และจิตวิญญาณ เพื่อสร้างระบบชุมชนที่เข้มแข็ง ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือเรื่องระบบ Mapping Resource เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขกับโรงพยาบาลและหลักประกันสุขภาพ ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายเรื่องการยกระดับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้มีสถานะผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงสวัสดิการ ค่าตอบแทน และระบบการรักษาพยาบาล

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ถ้าเวลาเกิน เล็กน้อยก็ต้องขอประทานโทษท่านประธานนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งแน่นอนครับว่ามีถึง ๗ ร่างด้วยกัน แล้วก็ในร่างของ พรรคประชาชนนั้นมีคำสำคัญที่เป็นหนึ่งใน Key word ที่เพิ่มขึ้นมาก็คือคำว่า และแนวหน้า สุขภาพ ท่านประธานครับ ถ้าเราย้อนไปดูท่านสมาชิกที่ไม่เข้าใจท่านอาจจะงงว่าเอ๊ะ กฎหมายฉบับนี้เป็นการแก้ไขหรืออย่างไร จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มี ในลักษณะของความเป็นกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ เรื่องของ อสม. นั้นอยู่ในระเบียบ เป็นระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ล่าสุด ก็คือปี ๒๕๕๔ แต่ถ้าย้อนความย้อนกลับไปไกลกว่านั้นเราจะพบว่าการก่อกำเนิดของ อสม. ในประเทศไทยนั้นมีรากฐานที่ยาวนาน ว่ากันโดยทฤษฎีกล่าวกันโดยสรุปทั่วโลกเห็นตรงกันว่า ถ้าจะพิจารณาแล้วว่า อสม. นั้นควรมีบทบาทอย่างไร เพราะเขาอยู่หน้างานที่สุด เป็นระบบ สุขภาพขั้นปฐมภูมิที่สุดนั้นเขาก็บอกกันว่าจะต้องมีอย่างน้อยถึง ๔ บทบาทด้วยกัน บทบาท ประการที่ ๑ คือในการส่งเสริมสุขภาพครับ บทบาทประการที่ ๒ คือการเฝ้าระวัง การป้องกัน การควบคุมโรค บทบาทประการที่ ๓ คือสร้างระบบการรักษาพยาบาลอย่างง่าย และก็บทบาทประการที่ ๔ คือ เรื่องของการมีส่วนในการฟื้นฟูสุขภาพ หรือสภาพของผู้ป่วย ที่อยู่ในพื้นที่ของทั้งชุมชนและสังคมในระบบบริบทของพื้นที่ที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น เรามีการลงรายละเอียดหลักเกณฑ์ว่า อสม. ต้องมีบทบาท หน้าที่อย่างไร แต่เราพบว่าการยกระดับในรอบนี้นั้นจะเป็นการจัดระบบใหม่ ซึ่งผมคิดว่า มีอยู่ ๓ ระบบด้วยกันครับที่จำเป็นต้องนำเรียนต่อท่านประธานให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ ควรจะต้องเอาไปปรับใช้

ระบบประการที่ ๑ ผมอยากเห็น อสม. ผมอยู่ในจังหวัดอ่างทองมีเพื่อน สมาชิกเป็น อสม. เยอะแยะไปหมด ท่านสกลอยู่ปทุมธานี ท่านการณิก จันทดา ผมเอง มีโอกาสไปเยี่ยมในพื้นที่ อสม. ในจังหวัดเชียงใหม่ ท่านอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น ก็มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเช่นเดียวกัน จัดระบบอย่างไรครับ ก็คือการ จัดระบบยกระดับว่างาน อสม. ปัจจุบันนั้นไม่ใช่งานสุขภาพอย่างเดียวอีกแล้ว แต่ยกระดับ จากเรื่องของสุขภาพที่เรียกว่า Good Health ขึ้นมาเป็นระบบของการดูแลสุขภาวะ หรือ Well-being ในเชิงทฤษฎีกา สุขภาวะแบ่งออกเป็น ๔ ส่วนด้วยกัน ผมเชื่อมั่นว่า พี่น้อง อสม. ทั้งประเทศวันนี้ท่านทราบดีท่านดูอยู่แล้วด้วย ด้านที่ ๑ คือการดูแลเรื่อง สุขภาพกาย Physical ด้านที่ ๒ คือการดูแลเรื่องสุขภาพจิตหรือสุขภาวะทางจิตที่เรียกว่า Mental เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกผมมาอธิบายในรายละเอียดว่าบทบาท อสม. ในการประเมิน การคัดกรอง หรือแม้กระทั่งการให้คำปรึกษาเบื้องต้นในประเด็นสุขภาพจิตนั้นสำคัญอย่างไร บทบาทประการที่ ๓ ที่เราไม่ค่อยพูดกันนักคือระบบ Social ครับ ผมลงพื้นที่กับพี่น้อง อาสาสมัครหลายจังหวัด ก่อนมาเป็น สส. ก็ทำงานองค์กร NGO ทำงานกับ UNICEF เขาเอา ระบบการคัดกรองสุขภาวะเด็กไปให้กับพี่น้อง อสม. ใช้ในพื้นที่ แล้วรู้หมดเลยครับว่า เด็กแต่ละคนมีปัญหาสุขภาพอย่างไร ๓ ขวบอยู่กับใคร ๕ ขวบ อยู่กับใคร ๗ ขวบ มีผู้ปกครองดูแลหรือไม่ เริ่มเล่นเกมใช้โทรศัพท์มือถือหรือยัง ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่า ในบางครั้งพี่ ๆ น้อง ๆ อสม. เราไปเจอว่าเด็กไม่มีหนังสือรับรองการเกิด ย้อนไปค้น สมุดสีชมพู ประสานงานพาเด็กไปตรวจเข้าสู่ระบบการลงรายการทะเบียนราษฎร์ ท่านเห็นไหมครับว่าเรื่อง Social สำคัญอย่างยิ่ง แล้วถ้าพูดถึง Well-Being ในระดับที่ ๔ มันยกระดับเป็น Spiritual ครับ ร่างของพรรคประชาชนถึงบอกว่าการจัดระบบของ อสม. ไม่ใช่แค่ตัว อสม. แต่พูดถึงระบบของชุมชน พูดถึงการจัดเป็นสมาคม การจัดเป็นองค์กร มูลนิธิ ที่ต้องมียกระดับการให้ความช่วยเหลือกันในระดับการฟอกไตที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาทำไปในระดับของศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยที่กายภาพบำบัด การทำเป็น Group บำบัด หรือ Group Therapy หลายครั้งสำคัญกว่า แล้วมันไปถึงระบบที่เรียกว่า Spiritual นั่นคือระบบประการที่ ๑ ครับ

ระบบประการที่ ๒ ที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน เนื่องจากผมตั้งไว้ ๗ นาที แต่ท่านประธานตัดผมเป็นคนแรก พยายามกระชับที่สุดครับ ก็คือเรื่องของ Mapping Resource ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องเชื่อมโยงครับว่าพี่น้อง อสม. ทำงานกับผู้ป่วย ในพื้นที่อย่างเดียวไม่ได้ เพราะว่าผู้ป่วยนั้นจำเป็นต้องถูกการส่งต่อ ผู้ป่วยนั้นจำเป็นต้อง เข้าถึงหลักประกันทั้งทางสุขภาพและทางสังคมต่อ ฉะนั้นมันจำเป็นต้องเขียนเรื่องตัวเชื่อม ในระบบกฎหมายครับว่าเมื่อเคสหรือกรณีของการเข้าถึง อสม. นั้น อสม. จะทำเรื่อง Mapping Resource หรือการลงรายละเอียดรู้จักเครือข่ายของการประสานงานด้านสุขภาพ ได้อย่างไร ไม่มีใครรู้จักโรงพยาบาล รพ.สต. ไม่มีใครรู้จักโรงพยาบาลอำเภอ ไม่มีใครรู้จัก โรงพยาบาลศูนย์ แม้กระทั่งโรงพยาบาลในระบบตติยภูมิที่อยู่กระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ หรือกรุงเทพมหานครได้ดีกว่าพี่น้อง อสม. ที่ต้องเชื่อมโยงกับระบบสาธารณสุข

ส่วนที่ ๓ ที่ผมขออนุญาตใช้เวลาอีกนิดเดียวครับ และจำเป็นต้องพูดถึงว่า วันนี้เรากำลังพูดถึงการยกระดับ อสม. และแนวหน้าสุขภาพในระดับผู้เชี่ยวชาญ แน่นอนครับ ผมเองตะหงิดและติดใจอย่างยิ่งเวลาที่เราพูดถึงเรื่องสวัสดิการหรือค่าตอบแทน อสม. ในคำว่าค่าป่วยการ ผมคิดว่าการทำงานเขามีคุณค่ามากกว่าการจะตอบว่าเป็นค่าป่วยการ เหมือนแค่เงินที่บอกว่าผมให้คุณนะ แต่มันต้องยกระดับว่าเขาทำงานแบบผู้เชี่ยวชาญ แนวหน้าที่มีสิทธิ มีสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นฌาปนกิจ ไม่ว่าจะเป็นการรักษา ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประสานส่งต่อต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าวันนี้ร่างพระราชบัญญัติ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นของพรรคประชาชนหรือของหลายพรรคนั้น อย่างน้อยที่สุดหลักการใกล้เคียงครับ คือหลักการให้มีกฎหมายฉบับนี้ และเมื่อเข้าสู่ระบบ เนื้อหารายละเอียดต่าง ๆ นั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการอภิปรายของผม การผลักดันของ เพื่อนสมาชิกและพรรคประชาชนนั้นเราจะยกระดับทั้งคนทำงาน เราจะยกระดับ การประสานงาน และเราจะยกระดับระบบสาธารณสุขให้เป็นระบบสาธารณสุขที่ตอบสนอง ต่อพี่น้องประชาชน นำไปสู่สุขภาวะที่ดีอย่างแท้จริงในประเทศแห่งนี้ครับ กราบขอบคุณครับ