สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อภิปรายร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โดยชี้ให้เห็นปัญหาโครงสร้างและจำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมเสนอแนะว่าต้องมีการอบรม ให้ความรู้ จัดหาเครื่องมือ และจัดสรรงบประมาณเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ อสม. ในการดูแลประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เรื่องร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ทั้ง ๗ ฉบับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้ร่วมอภิปรายในส่วนของ อสม. แล้วก็สภาพปัญหาโครงสร้าง ต่าง ๆ นะครับ ประเด็นที่ ๑ กราบเรียนท่านประธานนะครับ อสม. เราทั่วประเทศ ในขณะนี้ ประมาณ ๑,๐๙๐,๐๐๐ คน ก็เท่ากับว่าประชาชนร่วม ๆ ๗๐ ล้านคน ๑ คนต่อประมาณสัก ๖๘ คน ในการดูแล ๑ อสม. ดูแลประมาณ ๑๐ ครัวเรือน หรือ ๑๕ ครัวเรือน การที่เราจะ ทำให้ อสม. มีความเข้มแข็งในตัวเองเพื่อที่จะไปดูแลครอบครัวแล้วก็พี่น้องประชาชนนั้น เราต้องมีองค์ประกอบหลายเรื่องด้วยกัน เช่น ในเรื่องของการอบรม ในเรื่องขององค์ความรู้ ในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ แล้วก็ในเรื่องของงบประมาณ อุปกรณ์ในเรื่องของการใช้ด้วย
ในส่วนของสวัสดิการและความมั่นคงในส่วนของรายรับภายใต้กฎหมายที่ รองรับได้อย่างชัดเจน ก็ต้องขอขอบคุณนะครับในอดีตเป็นผลงานของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ ในการที่จะ ตั้งเงินค่าตอบแทน อสม. ๒,๐๐๐ บาท ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ผมยังมีมุมมองในส่วน ของ อสม. ที่เป็นปัญหาที่จะต้องฝากให้กับทางกระทรวงสาธารณสุขก็ดี ในรัฐบาล แล้วก็ ในส่วนของคณะกรรมการในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ เรื่องสำคัญที่สุดคือเรามี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๕๐ มาตรา ๒๕๐ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ และอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะและกิจการสาธารณะ และ พ.ร.บ. ขั้นตอน แผนกระจายอำนาจ ฉบับปี ๒๕๔๒ เพื่อที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแล แต่ในขณะนี้ อสม. ยังสังกัดอยู่กับ สสจ. สสจ. เป็นผู้ดูแล เรามี อสม. ประมาณทั่วประเทศ ๔,๓๐๐ กว่าแห่ง วันนี้ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด อปท. ประมาณสัก ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เมื่อก่อน อสม. จะทำงานร่วมกับ รพ.สต. แต่ในขณะนี้ รพ.สต. ได้ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบริหารงานแล้วก็การประชาสัมพันธ์ระหว่าง อสม. กับ รพ.สต. กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีความขัดแย้งกันหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบางจังหวัดที่มี การโอน รพ.สต. เต็มทั้งจังหวัด ก็มีหลายจังหวัดไม่ว่าสุพรรณบุรี ไม่ว่าจะเป็นปราจีนบุรี อีกหลายจังหวัดด้วยกัน การที่จะทำงานร่วมกันกับ อสม. ก็ค่อนข้างที่จะมีปัญหาในเรื่องของ การสั่งการหรือการทำงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าในร่างก็ควรที่จะต้องไปแก้ไข ว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. พัทยา และ กทม. นั้นจะต้องให้ตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปเป็นคณะกรรมการ ในระดับจังหวัด ในระดับเขต และระดับส่วนกลางด้วย เพื่อที่จะให้ได้รับทราบปัญหาว่า อสม. กับในส่วนของการกำกับดูแลในเรื่องของสวัสดิการในการจ่ายเงินนั้นหน่วยไหนเป็นผู้ดูแล ก็น่าสงสารนะครับ ผมคิดว่าวันนี้การถ่ายโอน รพ.สต. ไป อบจ. หลายจังหวัดทำหน้าที่ได้ดี ดูแลในเรื่องของโครงสร้าง ดูแลในเรื่องของตัวอาคาร ดูแลในเรื่องของเครื่องมือแล้วก็ สวัสดิการ ก็เป็นที่พอใจแล้วก็ทำให้ รพ.สต. มีความเข้มแข็งมาก ผมเห็นด้วยกับในเรื่องของ การออกกฎหมายมารองรับที่จะมาดูแลสวัสดิการในส่วนของ อสม. ทั้งล้านกว่าคน ไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของการจัดอบรม ให้เครื่องไม้เครื่องมือ พาหนะก็จำเป็น แม้กระทั่งในเรื่องของ ตู้แดงที่หลายประเทศเขาทำ เราเรียกว่าเป็นตู้จ่ายยาในหมู่บ้าน เป็นตู้จ่ายยาที่เขาเรียกว่า Telemedicine ในเรื่องของการที่ชาวเขา ชาวบ้านในชนบทที่เขาป่วยกลางคืนไม่สามารถ ที่มาโรงพยาบาลได้ เราจะมีตู้อย่างนี้เข้าไปในชนบทแล้วก็ให้ อสม. ได้ดูแล มีการตรวจ สุขภาพกับหมอผ่านตู้ มีการ Video Call กัน แล้วก็มียาในตู้ด้วย สามารถที่จะไปกดแล้วก็ บริการเรื่องยาได้ในเวลาฉุกเฉินได้ ในส่วนของพาหนะไม่ว่าจะเป็นรถจักรยาน ไม่ว่าจะเป็น รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ลำบาก ผมคิดว่าส่วนนี้ถ้าเรามีการกระจายอำนาจไปให้องค์การ บริหารส่วนจังหวัดหรือเทศบาล เพื่อที่จะให้มีพาหนะ เพื่อที่จะให้ อสม. ได้ใช้เป็นส่วนของ กองกลาง ผมคิดว่าจะเชื่อมประสานกับ รพ.สต. ได้ดี เพราะฉะนั้นผมเสียดายโครงสร้างของ ทางราชการ เมื่อก่อนเป็นโครงสร้างเดียวกัน อสม. รพ.สต. สสจ. แต่ ณ วันนี้ก็มีการถ่ายโอน เพราะฉะนั้นข้อเสนออย่างนี้จังหวัดใดก็ตามที่ รพ.สต. โอนไปสมมุติว่า ๓๐ แห่ง ใน ๓๐ แห่งนั้น อสม. ที่อยู่ภายใต้สังกัด รพ.สต. นั้นก็ควรที่จะโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย มันก็จะไม่เหลื่อมล้ำในการบริหารจัดการกันที่ค่อนข้างที่จะลำบาก แต่สำหรับในส่วนของ อื่น ๆ นั้น ในเรื่องของ อสม. ที่ยังสังกัดขึ้นต่อ สสจ. ก็ให้คงไว้เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโครงสร้างส่วนนี้ในร่างกฎหมายทั้ง ๗ ฉบับยังไม่มี เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ ด้วยว่าในการแก้ไขหรือขอสงวนในเรื่องของการเพิ่มเติมกฎหมายก็ฝากส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่คิดว่าเป็นปัญหาปัจจุบันที่ อสม. สสจ. และ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นยังมี ความห่วงใย ผมคิดว่าถ้าเราทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ มีกฎหมายรองรับ ผมคิดว่าเป็นการพัฒนา ที่จะทำให้ อสม. ซึ่งเราถือว่าเป็นหมอคนแรก แล้วก็มีผลงานในสมัยโควิด ถือว่ามีชื่อเสียงดัง ไปทั่วโลก ผมสนับสนุนในเรื่องของร่างทั้ง ๗ ฉบับ โดยเฉพาะร่างของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ เป็นผู้เสนอ ในรายละเอียดส่วนนี้ที่ยังขาดก็ขอให้เพิ่มเติมตามสภาพปัญหาที่มีอยู่ ในปัจจุบันด้วย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ