กัลยพัชร รจิตโรจน์ อภิปรายเสนอร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ โดยชี้ให้เห็นความจำเป็นในการยกระดับอสม. ให้เป็นบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางผ่านการพัฒนาระบบจูงใจ ฝึกอบรม และกำหนดมาตรฐานสมรรถนะ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล ๒ ระดับเพื่อกระจายอำนาจและเพิ่มการมีส่วนร่วมของอสม. ในการออกแบบนโยบาย เพื่อสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิที่เข้มแข็งและทั่วถึง
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ขออภิปรายเสนอ ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของพรรคประชาชนค่ะ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน ที่ผ่านมาระบบสุขภาพยังไม่มีการเพิ่มพูน ความรู้ทักษะ อสม. อย่างเพียงพอ อสม. หลายพื้นที่ยังคงขาดการสนับสนุนงบประมาณ และเครื่องมือการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพอย่างทั่วถึง สิ่งสำคัญที่ร่างของ พรรคประชาชนแตกต่างจากร่างอื่นก็คือเราส่งเสริมพัฒนาบุคลากรดูแลสุขภาพในชุมชน ยกระดับให้เป็นแนวหน้าสุขภาพโดยจัดระบบจูงใจและระบบฝึกฝนอบรม อสม. ที่มีความ เชี่ยวชาญมากขึ้น ปฏิบัติหน้าที่สร้างเสริมสุขภาพอยู่กับชุมชนและสถานพยาบาลแบบ ปฐมภูมิที่ รพ.สต. เป็นหลัก เพื่อคัดกรองฟื้นฟูและดูแลสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ อย่างประสิทธิภาพทั่วถึงและเท่าเทียม วัตถุประสงค์ของร่างฉบับนี้ค่ะ มีความจำเป็นที่ต้อง เพิ่มส่วนแนวหน้าสุขภาพในงานอาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะว่าคนทำงานรุ่นใหม่ รักความเป็นธรรมควบคู่ไปกับการทำประโยชน์เพื่อชุมชน งานดูแลสุขภาพในปัจจุบัน มีความซับซ้อนขึ้นต้องการทักษะเฉพาะทางมากขึ้นการกำหนดค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับ การลงทุนพัฒนาทักษะจึงมีความจำเป็นค่ะ ระบบสุขภาพปฐมภูมิใกล้บ้านจะเกิดขึ้น อย่างมีประสิทธิภาพได้จริงก็ต่อเมื่อมีหน่วยแบบ อสม. ที่ทำงานประสานงานกับ หน่วยสุขภาพปฐมภูมิไม่ว่าจะเป็นหน่วยบริการสุขภาพ รพ.สต. ทุติยภูมิ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลชุมชนหน่วยบริการทางสังคม องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรวิชาชีพ ขณะเดียวกันก็ต้องการมาตรฐานการสนับสนุนทางวิชาการจากส่วนกลาง จากกระทรวงสาธารณสุขด้วยเช่นกันค่ะ แนวทางการแก้ไขของเราสรุปคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้ เราได้มีการเพิ่มเติมแนวหน้าสุขภาพคืออาสาสมัตรที่ผ่านการพัฒนาความรู้ทักษะฝีมือ ที่จำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพชุมชน เราจัดตั้งคณะกรรมการเป็น ๒ ระดับค่ะ ควบคุมกำกับกิจการ อสม และแนวหน้าสุขภาพ ตามหน้าที่ ประกอบด้วยที่ส่วนกลาง ๒ คณะ คือ คณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการ ควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน คณะที่ ๓ จะอยู่ที่จังหวัดและเขตปกครองพิเศษ เช่น กทม. เรากำหนดให้คณะกรรมการนโยบาย อสม. มีสัดส่วนใกล้เคียงกับคณะกรรมการระบบ สุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้การดำเนินงานของ อสม. และแนวหน้าสุขภาพ สนับสนุนส่งเสริมการ ดูแลสุขภาพในชุมชนเป็นหลัก สนับสนุนการกระจายอำนาจโดยองค์กรท้องถิ่น และเป็นครั้ง แรกที่จะมีตัวแทนของ อสม. เข้าไปร่วมในคณะกรรมการระดับประเทศเพื่อมีส่วนร่วมในการ ออกแบบนโยบาย มาตรฐานหลักสูตรการเรียนรู้ การประเมินการปฏิบัติงาน เพื่อให้พันธกิจ ของ อสม. ตอบโจทย์การสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น เพราะไม่มีใครหรอกค่ะที่จะ เข้าใจปัญหาพื้นที่ได้ดีกว่าบุคลากรหน้างาน เรามีการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานและ สมรรถนะของ อสม. ด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์คัดเลือก การสร้างหลักสูตรการเรียนรู้อีกทั้ง ยังจัดให้มีการประเมินสมรรถนะทุก ๓ ปี สำหรับแนวหน้าสุขภาพเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ ต่อเนื่อง เรากำหนดให้กระทรวงสาธารณสุขกำหนดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเป็นขวัญและ กำลังใจให้ อสม. ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ อสม. เป็นบุคลากรกว่า ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน ที่มีความสำคัญในฐานะบุคลากรเครือข่ายสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ตัวใกล้ใจ และเข้าถึงประชาชน มากที่สุด และด้วยสถานการณ์ปัจจุบันความสำคัญของแนวหน้าสุภาพจะยิ่งมีมากขึ้น อสม. จำเป็นต้องมีทักษะเพิ่มเติมตามสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นแนวหน้าผู้สูงอายุ แนวหน้าสุขภาพจิต แนวหน้ากายภาพบำบัด แนวหน้าการดูแลแบบประคับประคอง หรือระยะยาวที่เรียกว่า Long-term care และอื่น ๆ กลไกที่จะช่วยให้ อสม. และแนวหน้า ทำงานได้ดีขึ้นก็คือกลไกการอภิบาลระบบที่ออกแบบระดับประเทศ ๒ คณะ และระดับ จังหวัด/ท้องถิ่น ๑ คณะ คณะกรรมการต่าง ๆ มีกลไกทั้งการสนับสนุนส่งเสริม ประเมิน สมรรถนะและบริหารจัดการการปฏิบัติงานให้ อสม. ได้อย่างตรงจุด งบประมาณพัฒนา ศักยภาพ อสม. และแนวหน้าสุขภาพกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องมีงบเพียงพอในการดำเนินงาน แล้วก็มีเครื่องมือที่พร้อมเพื่อมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาทักษะฝีมือค่ะ นอกจากนั้น อสม. แนวหน้าสุขภาพจะมีส่วนร่วมในการพัฒนากิจการดูแลสุขภาพชุมชนร่วมกับคณะกรรมการ ต่าง ๆ พร้อมกับผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งเลือกตั้งมาจากประชาชนค่ะ เราจะให้นายก อบจ. เป็น ประธาน Board ของจังหวัดแทนสาธารณสุขจังหวัด สำหรับเพื่อน ๆ ที่จะมาอภิปรายต่อจากนี้ บางส่วนจะอภิปรายข้อจำกัดของระบบการบริหารแบบเดิม ซึ่งไม่ใช่ว่าแบบเดิมไม่ดีนะคะ แต่ว่าเป็นโอกาสที่จะปรับปรุงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป และจุดเด่นที่ร่างของเรามีต่างจากร่างอื่น หรือนโยบายที่จะแก้ไขข้อร้องเรียนที่พี่น้องส่งเสียงมามากมายไม่ว่าจะเป็นงบดำเนินงานที่มี ให้น้อย ภาระงานที่ไม่จำเป็นและมากเกินไป Application จำนวนมากที่ต้องกรอกหรือ ข้อกังวลต่าง ๆ ที่ อสม. ส่งเสียงสะท้อนจากหน้างานมาทั่วประเทศค่ะ วันนี้ดิฉันมีความยินดี เป็นอย่างยิ่งที่เกือบทุกพรรคร่วมยื่นร่าง พ.ร.บ. นี้เข้ามา แสดงว่าเราให้ความสำคัญกับ สุขภาพประชาชนในชุมชนไม่แตกต่างกันค่ะ และเป็นโอกาสอันดีที่ดิฉันและเพื่อน สส. พรรคประชาชนจะได้นำเสนอและรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ