สมศักดิ์ เทพสุทิน อภิปรายหลักการสำคัญของร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โดยเน้นการยกระดับสถานะ สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการของ อสม. ผ่านกลไกกำกับดูแล ๓ ระดับ พร้อมระบุสาระสำคัญเรื่องการกำหนดคุณสมบัติ บทบาทหน้าที่ การสร้างขวัญกำลังใจผ่านค่าป่วยการและการรักษาพยาบาล ตลอดจนการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และมีผลจากการรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศที่เห็นด้วยกว่า ๓๐๘,๐๐๐ คน รวมถึงข้อเสนอให้ อสม. สามารถเก็บรักษาเงินรายได้เพื่อใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบ ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๕ กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับ บริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง ซึ่งที่ผ่านมาระบบสาธารณสุขของ ประเทศไทยมีความเข้มแข็งเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับปฐมภูมิซึ่งมีหัวใจ สำคัญคืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนถึง ๑,๐๙๐,๑๖๓ คน ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ท่านเหล่านั้นได้อุทิศตนเป็นหมอ คนที่ ๑ ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด และเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน ด้วยจิตอาสามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-๑๙ ที่ผ่านมา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นกลไก ด่านหน้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการเฝ้าระวังและการป้องกันโรค รวมถึงการต่อสู้กับ โรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs ดีได้ด้วยกลไก อสม. ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ปีละกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ราย ทำให้เกิดต้นทุนแก่เศรษฐกิจไทยที่มีมูลค่าสูงถึง ๑.๖ ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น ร้อยละ ๙.๗ ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดยเริ่มจากการสร้างการรับรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินด้วยการนับคาร์บมากกว่า ๔๒,๕๒๓,๕๗๑ คน และประชาชนได้รับการคัดกรองสุขภาพจำนวนกว่า ๑๕,๘๙๗,๓๘๙ ล้านคน อันทำให้ สามารถค้นหากลุ่มเสี่ยงได้มากขึ้น ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง และสามารถลดการใช้ยา อันส่งผลให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในช่วงแรกได้ถึง ๘๒๓.๓๗ ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตามสถานะการดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน ในปัจจุบันยังคงอยู่ภายใต้ระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอาจขาดความยั่งยืนและ หลักประกันที่มั่นคง รัฐบาลจึงเห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องยกระดับกลไก ที่สำคัญนี้ให้มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นคง สร้างขวัญและกำลังใจ และพัฒนากลไกการทำงานของ อสม. ให้เป็นระบบและยั่งยืนสืบไป
หลักการสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นการเฉพาะ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
ประการแรก เพื่อยกระดับสถานะและสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ อสม. โดยกำหนดคุณสมบัติ บทบาทหน้าที่ รวมทั้งกำหนดประเภทของ อสม. ไว้ ๓ ประเภท ได้แก่ อสม. ระดับหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพฯ และอาสาสมัครประเภทอื่นที่จะ ประกาศเพิ่มเติมในอนาคต
ประการที่ ๒ เพื่อสร้างกลไกการกำกับดูแลและสนับสนุนเป็นระบบ โดยจัด ให้มีคณะกรรมการ ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ ระดับเขตสุขภาพและระดับจังหวัด ซึ่งรวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นเอกภาพ
ประการที่ ๓ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจโดยกำหนดสิทธิประโยชน์และ สวัสดิการที่จำเป็นไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน อาทิ ค่าป่วยการ สิทธิในการรักษาพยาบาล และการสนับสนุนอื่น ๆ อันเป็นการตอบแทนคุณความดีและความเสียสละของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านทุกคน
และประการสุดท้าย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของ อสม. อย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้ความสามารถที่ทันสมัยสามารถรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องโดยตรงกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน โดยร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า ๓๔๖,๐๐๐ คน และในจำนวนนี้มีผู้เห็นด้วย ถึงกว่า ๓๐๘,๐๐๐ คน สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมและการยอมรับในหลักการของ กฎหมายฉบับนี้อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ในประเด็นด้านการเงิน การคลัง กระทรวงการคลัง ได้เห็นชอบในหลักการให้กิจการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านสามารถเก็บรักษา รายได้ไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและ จัดสวัสดิการแก่ อสม. ได้อย่างเต็มที่ อาทิรายได้จากการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วย โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นต้น
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการมีกฎหมายฉบับนี้คือประชาชนจะได้รับ การดูแลสุขภาพในระดับชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ประเทศจะมีระบบสาธารณสุข ปฐมภูมิที่มั่นคง สามารถรับมือกับภาวะวิกฤติด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันพี่น้อง อสม. ก็จะมีสถานะทางกฎหมายที่มั่นคง มีขวัญและกำลังใจในการ ปฏิบัติหน้าที่จากหลักประกันด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม อสม. ไม่ควรมีข้อจำกัดเรื่องอายุ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก เป็น อสม. แล้ว ท่านจะเป็น อสม. ตลอดชีวิต สำหรับท่านที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ให้งด รับค่าป่วยการแต่ยังคงได้รับสิทธิในสวัสดิการด้านอื่น ๆ ครบถ้วน ดังนั้นการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมิใช่เป็นเพียงการสร้างกฎหมายใหม่ แต่คือ การวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับระบบความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศในระยะยาว และ เป็นการแสดงความขอบคุณอย่างเป็นรูปธรรมต่อความทุ่มเทของพี่น้อง อสม. ทุกท่าน ในนามของคณะรัฐมนตรีกระผมจึงใคร่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพได้โปรดพิจารณา ให้ความเห็นชอบรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ฉบับนี้ เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน และเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของ ประเทศชาติต่อไป ขอบคุณครับ