เชตวัน เตือประโคน อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม โดยชี้ว่าการนิรโทษกรรมไม่ใช่การแสดงความไม่จงรักภักดี แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการคืนเสรีภาพและอนาคตให้ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง รวมถึงเรียกร้องให้ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา ๑๑๒ เพื่อยุติการใช้กฎหมายกลั่นแกล้ง
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ในครั้งนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเริ่มต้นด้วยประโยคของเพื่อนสมาชิกท่านผู้อาวุโสที่เคารพ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งได้อภิปรายไว้ในการพิจารณารายงานของกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตรากฎหมายนิรโทษกรรม เมื่อตุลาคมที่ผ่านมาว่าวาระนี้ไม่ใช่ โอกาสให้ใครมาแข่งกันแสดงความจงรักภักดี ว่าถ้าเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมแสดงว่า ไม่จงรักภักดี ถ้าไม่เห็นด้วยจึงจะแสดงว่าจงรักภักดี ผมจำได้แม่นแล้วก็คิดว่าการพิจารณา ร่างกฎหมายในวันนี้ก็เช่นกัน นี่เป็นการพิจารณากฎหมายที่จะช่วยคืนเสรีภาพ คืนพ่อแม่ ให้กับลูก คืนลูกให้กับพ่อแม่ และคืนความปกติให้กับสังคม ไม่ควรมีใครที่จะต้องมาติดคุก ติดตะรางเพียงเพราะว่าเขาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอย้อนความหลังเรื่องนิรโทษกรรมให้ฟังสักเล็กน้อย ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ของประเทศไทยซึ่งกินระยะเวลายาวนานเกือบ ๒ ทศวรรษ ผ่าน Mop สารพัด นักโทษ ทางความคิดขึ้นศาลเข้าออกเรือนจำกันเป็นว่าเล่น มีผู้เสียชีวิตในที่ชุมนุม มีผู้เสียชีวิตในคุก ในตะราง และความขัดแย้งนี้ที่มันได้ทำให้ประเทศไทยจมปลักเป็นประเทศกำลังพัฒนา ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้สักที ยิ่งระลอกล่าสุดกับการชุมนุมของ พี่น้องประชาชน เยาวชน นักเรียนนักศึกษา ในปี ๒๕๖๓ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน การเอา เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ไปจับกุมคุมขังก็เหมือนกับเอาอนาคตของประเทศไทยไปขัง นั่นล่ะ สถานการณ์อย่างนี้มองอย่างไรก็ไม่เห็นอนาคต หดหู่ สิ้นหวัง ถ้าเยาวชนคืออนาคต ของชาติ ถ้าเล่นเอาเยาวชนที่มีความคิดความอ่าน มีความตื่นรู้ตื่นตัวทางการเมืองไปจับกุม คุมขัง ชาติจะมีอนาคตได้อย่างไร ดังนั้นจึงมีการคิดเรื่องนี้ข้อเสนอเรื่องนิรโทษกรรมให้กับ ประชาชนเกิดขึ้นมาในสภาผู้แทนราษฎรของเรา เสนอเข้ามาทั้งร่างของพรรคก้าวไกล ในเวลานั้น ร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่างของพรรคครูไทยเพื่อประชาชน รวมถึงร่าง ของภาคประชาชน แต่พลันที่มีข่าวการเสนอร่างกฎหมายเหล่านี้เข้ามาสู่สภาแทนที่เราจะได้ เดินหน้าตอนนั้นได้พิจารณากันทันที และหากมีการเสนอมาจาก ครม. ด้วย มันก็จะพิจารณา เร็วขึ้นก็จะทำให้มีกฎหมายเลื่อนพิจารณาเร็วขึ้น แต่การณ์ก็กลับกลายเป็นว่าเสรีภาพของ ประชาชนก็ต้องล่าช้าออกไปอีกครับ เพราะต้องมาตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาขึ้นมาก่อน นานถึง ๖ เดือนก่อนที่จะคลอดออกมาแล้วก็มีการพิจารณารายงานจนเกิดเหตุการณ์ จนเกิด ประโยคของท่านสมาชิกผู้อาวุโสในวันนั้นซึ่งผมชอบมากแล้วก็เอามาเปิดอภิปรายในวันนี้ เพราะการอภิปรายครั้งนั้นมีการอ้างความจงรักภักดี แล้วอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการให้มี การนิรโทษกรรมคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง อย่างคดีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๑๒ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายมาตรานี้ถูกใช้เพราะมูลเหตุทางการเมือง ท่านประธาน สำหรับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เป็นร่างกฎหมายครับ เป็นการพิจารณา ในวาระแรกขั้นรับหลักการอยากให้พิจารณา นี่คือกฎหมายที่พิจารณาในเรื่องของอิสรภาพ ของประชาชน นี่คือความเป็นความตายของประชาชน เปิดใจครับ ทำความเข้าใจสักนิด ท่านจะพบว่าคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่เกิดขึ้นโดยมาก นับตั้งแต่มีความขัดแย้งในสังคมเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย มีการใช้ มาตรานี้กลั่นแกล้งกันและทำลายกันอย่างชัดแจ้ง ยกตัวอย่างบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ โพสต์แสดงความคิดเห็นทางการเมืองใน Social Media ถูกคนในกรุงเทพฯ ไปฟ้องร้อง คดีอาญา มาตรา ๑๒ ที่ปัตตานี อย่างนี้ไม่เรียกว่ากลั่นแกล้งกัน ไม่เรียกว่าแรงจูงใจ ทางการเมือง แล้วก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้วครับ และที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากจะเน้นย้ำ ในการอภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่รวมคดีอาญา มาตรา ๑๒ ด้วยในวันนี้ และวอนไปถึงเพื่อนสมาชิกดังนี้ว่านิรโทษกรรมให้กับประชาชนในความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่มีเหตุจูงใจทางการเมืองไม่ได้เท่ากับแก้ไขมาตรา ๑๑๒ นิรโทษกรรมให้กับประชาชนในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ที่มีเหตุจูงใจทางการเมืองไม่ได้เท่ากับยกเลิกมาตรา ๑๑๒ กฎหมายฉบับนี้ยังคงอยู่ การเสนอ ร่างกฎหมายครั้งนี้คือต้องการนิรโทษกรรมประชาชนที่ถูกดำเนินคดีที่ต้องติดคุกติดตะราง เพียงเพราะเขาเห็นต่างทางการเมือง ท่านเพื่อนสมาชิกได้โปรดพิจารณา พิสูจน์ให้เห็นว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภาของเราเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนได้ คืนเสรีภาพให้ประชาชน คืนความปกติให้สังคมครับ ผมขอสนับสนุน การนิรโทษคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองทุกกรณี ขอบคุณครับ