ปรเมษฐ์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุข เสนอ กมธ.ที่เป็นกลาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ปรเมษฐ์ จินา อภิปรายร่าง พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุข โดยเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการที่เป็นกลางเพื่อพิจารณาประเด็นการชุมนุมและการนิรโทษกรรม พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเรียกร้องให้กฎหมายต้องรอบคอบเพื่อป้องกันการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ปรเมษฐ์ จินา อภิปรายเรื่องความผิดฐานสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยยกกรณีศึกษาเหตุการณ์ป๊อปคอร์นและกรณีสไนเปอร์ เพื่อชี้ว่าไม่สามารถนิรโทษกรรมได้

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี เขต ๕ วันนี้ก็ขอร่วมอภิปราย พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างสันติสุข เพราะเหตุว่าเดิมทีก็มีหลักตรรกะง่าย ๆ จริง ๆ แล้ว ก็อาจจะไม่ต้องศึกษาตำรับตำราเยอะแยะมากเกินไป เพียงแต่ดูความน่าจะเป็นแล้วก็ หลักสำคัญหนึ่งที่เราพูดคุยถึงก็คือในเรื่องต้องการที่จะแก้ปัญหาให้การชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเราก็ยอมรับว่าที่ผ่านมาในส่วนของการก่อ Mop ในเรื่องของการชุมนุมก็เกิดจากสาเหตุที่ มีเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ยกตัวอย่างในเรื่องของการฉ้อโกง ปัจจุบันก็สมมุติว่าสังคมโดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. Entertainment Complex หรือว่าในส่วนของการที่มีข้อพิพาทชายแดน อันนี้ถ้าคน ส่วนใหญ่เห็นว่าน่าจะมีแนวทางเขาก็รวมตัวกัน โดยเฉพาะในส่วนที่ผ่านมา ผมเป็นตัวแทน พี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนหน้านี้ก็มีพี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เข้ามาชุมนุม ประท้วงในส่วนกลางที่กรุงเทพมหานครเยอะแยะมากมาย บางคนถึงกับต้องทุ่มเททั้ง กำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ เข้ามาเพื่อที่จะทำให้ประเทศชาติ ให้บ้านเมืองดีขึ้น ทีนี้ พอเกิดเหตุขึ้นมาแบบนี้ก็อาจจะมีส่วนที่เรียกว่าการควบคุมในเรื่องของอารมณ์พาไปอาจจะ มีบ้าง ยกตัวอย่างเช่นพอมาชุมนุมแล้วก็เกิดแรงกดดัน ฝ่ายรัฐเขาก็อาจจะใช้แก๊สน้ำตา ทีนี้มนุษย์เราถ้าโดนกดดันเยอะแยะแล้วก็หลายด้าน แล้วก็อยู่กับสังคมที่เขามีมวลชนที่ ปลุกระดมอยู่ตลอดเวลาก็อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายไปได้ สิ่งนี้ก็คือสิ่งสำคัญ ถ้าเป็นกรณีแบบนี้ ผมก็มองว่าให้คณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นไม่ว่าจะเป็นของ พรรครวมไทยสร้างชาติเอง หรือว่าในส่วนของร่างของพรรคภูมิใจไทยที่จะต้องมี คณะกรรมาธิการขึ้นมาชุดหนึ่ง อาจจะเป็น ๙ คน หรือว่า ๕ คน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องฝาก คณะกรรมาธิการที่จะเข้าไปดูตรงนี้ว่าให้เหมาะสมและให้เป็นกลาง จะต้องไม่ซ้ำรอยกับ องค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นในปัจจุบันที่เป็นเครื่องมือทางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้น เราก็ต้องพิจารณาตรงนี้ให้ละเอียดรอบคอบ หาคนที่เป็นกลาง หาคนที่ไว้ใจได้มากที่สุด เพราะว่าในร่าง พ.ร.บ. มาตรา ๔ กำหนดว่ามีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี มี สส. มี สว. แต่ทั้งนี้อาจจะเป็นอดีตก็ได้ เพราะว่านายกรัฐมนตรีถ้าเราระบุว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยปัจจุบันมันก็จะเป็นข้อขัดแย้ง เพราะว่าก็จะมีขั้วอยู่ แต่ว่าถ้าใช้คำว่าอดีตเข้าไปด้วย เราก็จะมีนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาที่ยังแข็งแรงอยู่หลาย ๆ ท่าน ที่มีความเชื่อถือ สังคมเชื่อถือ ก็สามารถที่จะทำได้เช่นกัน อันนั้นก็เป็นส่วนของมาตราที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ในส่วนของภาคผนวกแนบท้ายผมก็กังวลทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็สำหรับร่างฉบับอื่นด้วย เพราะว่าเราไปพ่วงคำว่า ความทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. สว. ยกตัวอย่างวันนี้ อาจจะเป็นเรื่องที่สังคมกำลังติดตามอยู่ในเรื่องของการเลือกตั้ง สว. ซึ่งก็กำลังเป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็กำลังพิจารณาอยู่ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้เราก็ต้องดูให้มันรอบคอบด้วย อยากจะ ให้ย้อนหลังไปในส่วนที่ดำเนินการมาแล้ว แล้วก็ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือที่เรากังวลในเรื่อง ของมาตรา ๑๑๒ อันนี้ก็ต้องยอมรับเพราะว่าเข้าใจในทุกส่วน เมื่อก่อนเราอาจจะมีผู้นำ ทางจิตวิญญาณที่เขาเข้าไปเล่นการเมือง แล้วก็อาจจะใช้จุดอ่อนของคนไทย เช่นเมื่อก่อนก็ อาจจะเป็นภาคนิยม ใครไปตรึงคนในพื้นที่ที่มี สส. เยอะก็จะได้เปรียบได้จำนวน สส. ขึ้นมามาก แล้วก็เข้าสู่อำนาจ ในยุคหลังก็จะเป็นเรื่องของยุคนิยม ก็คือแบ่งชั้นระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ อันนี้ก็เป็นจุดอ่อนอีกจุดหนึ่งเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ มาตรา ๑๑๒ ว่าจะเอากันอย่างไร แต่ที่สำคัญผมมองว่าเอาประเด็นที่รัฐเสียหาย เหมือนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชาติก็อาจจะไม่มีใครมาโต้ตอบ ศาสนาถ้าเป็นภาพรวมไม่ระบุ เฉพาะเจาะจงก็จะไม่มีใครมาโต้ตอบ แต่ในเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ผมมองว่า ยกตัวอย่างผมกล่าวร้ายท่านประธาน ต้องขออภัยด้วย ยกตัวอย่างให้ประชาชนได้เห็นภาพ ผมกล่าวร้ายท่านประธาน เสร็จแล้วคนอื่นมาบอกว่ายกนิรโทษกรรมให้ผมซึ่งกล่าวร้าย ท่านประธาน แต่ท่านประธานยังไม่ได้ชี้แจง ท่านประธานเสียหายยังไม่ได้รับรู้เลย ผมมองว่า ก็มีจุดอ่อนเช่นกัน จุดนี้ถ้าเรามองว่าอยากจะนิรโทษกรรม หรือว่าสร้างสังคมสันติสุขส่วนนี้ เราก็ต้องให้คนที่มีส่วนเสียหายได้รับความเสียหายเขาต้องยอมรับตรงนี้ด้วย ซึ่งก็มีช่องทาง อยู่แล้วอาจจะเป็นการถวายฎีกา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ PDPA ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่เป็นการก้าวล่วงก็ยังสามารถฟ้องได้เลย แต่นี่มันเป็นคนอื่นที่ไปนิรโทษกรรม จุดนั้น ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะเราสอนเด็กว่าสิ่งนี้ไม่ดี สิ่งนี้มันร้อน สิ่งนี้มันไฟอย่าเข้าไปเล่น แต่ถ้าคุณเข้าไปเล่นแล้วมันเกิดอันตราย อันนี้ก็ต้องยอมรับสภาพเช่นกัน อันนี้ก็เป็นส่วนที่ อยากนำเรียน แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ อันนี้ก็เป็นเรื่อง จำเป็นที่สังคมไทยกำลังเอือมระอา ไม่ว่าจะเป็นวงการไหน พอหยิบเข้าไปปั๊บ พอเจาะเข้าไป พอโฟกัสเข้าไปมันก็ต้องมีเรื่องใต้โต๊ะ เทาบ้าง ดำบ้าง การรับใต้โต๊ะบ้าง อันนี้ก็คงจะต้อง ยืนไว้เพื่อเป็นหลักการให้กับประเทศไทยได้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็ เกิดประโยชน์กับสังคมอย่างจริงจัง

แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งก็คงจะเป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ๒ คน ยกตัวอย่างว่าเราทำให้คนอื่นเสียหายหรือว่าคนอื่นเดือดร้อน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็กรณี ป๊อปคอร์น กรณีสไนเปอร์ แบบนี้ก็นิรโทษกรรมไม่ได้ เพราะว่ามันเกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของบุคคล แล้วก็ครอบครัวเขาก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน อันนี้ก็คือประเด็นหลัก ๆ ที่อยากจะร่วมอภิปรายด้วย ขอบคุณมากครับ