อนุสรณ์ แก้ววิเชียร อภิปรายคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ๕ ฉบับ โดยชี้ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมส่วนใหญ่ในอดีตมักใช้เพื่อปกป้องคณะรัฐประหารมากกว่าประชาชน และตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของช่วงระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดในร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรคต่างๆ ซึ่งอาจทำให้มีผู้เสียหายตกหล่นจากการนิรโทษกรรม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วมกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมทั้ง ๕ ฉบับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้วันนี้ผมลุกขึ้นอภิปรายด้วยความตื้นตันใจ ตื่นเต้น ผมอยากเรียน กับท่านประธานอย่างนี้ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมนับตั้งแต่ ๒๔๗๕ มีมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๓ ครั้ง ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้กฎหมายนิรโทษกรรมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ของประเทศเราไม่ได้เพิ่งมีครั้งแรก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒๓ การนิรโทษกรรมส่วนใหญ่เป็นการ นิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหารที่ใช้อำนาจทางทหารยึดอำนาจโดยการปกครอง มีเพียงแค่ ๓ ครั้งเท่านั้นที่เป็นการนิรโทษกรรมให้กับประชาชนในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ ผมย้ำอีกครั้ง มีแค่เพียง ๓ ครั้งเท่านั้นที่มีการนิรโทษกรรมให้กับประชาชน แต่เรามี ๒๐ ครั้งที่นิรโทษกรรม ให้กับผู้กระทำการรัฐประหาร ผมขออนุญาตอ่านชื่อกฎหมายที่นิรโทษกรรมให้กับประชาชน เพื่อเป็นเกียรติแห่งสภาแห่งนี้ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาและ ประชาชน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวนเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ พ.ศ. ๒๕๑๖ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ พ.ศ. ๒๕๒๑ พระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมกันระหว่างวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๓๕ ฉบับสุดท้ายออกเป็น พระราชกำหนด ผมอยากเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าการรัฐประหารกับการนิรโทษกรรม มันเป็นของคู่กัน เราจะเห็นจากสิ่งที่ผมอภิปรายไปแล้ว ย้อนกลับมาผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ในปี ๒๕๓๕ ผมอายุ ๑๑ ขวบ สิ่งที่ผมเรียนรู้ ณ เวลานั้นคือหยุดโรงเรียนครับ ในวันที่ผมอายุ ๑๑ ขวบมีพระราชกำหนดนิรโทษกรรม ให้กับประชาชนในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ย้อนกลับมาในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีการรัฐประหารเฉกเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มี พระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนดนิรโทษกรรมให้กับประชาชนเลย นี่คือเหตุผลที่ผม บอกว่าผมมีความภาคภูมิใจที่ได้อภิปรายในวันนี้ แต่ผมเชิญชวนท่านประธานครับ ดูในห้อง ประชุมของพวกเรา ณ เวลานี้ มีเพื่อนสมาชิกอยู่ในห้องมากหรือน้อยเพียงใด จริงอยู่ครับ ท่านอาจจะติดประชุมกรรมาธิการ ท่านอาจจะฟังการอภิปรายอยู่ในห้องส่วนตัว แต่ผมอยาก ให้ทุกท่านสังเกต โดยเฉพาะพ่อแม่ พี่น้องประชาชนว่าผู้แทนราษฎรของเราให้ความสำคัญ กับปัญหานี้ในการนิรโทษกรรมมากหรือน้อยเพียงใด สังเกตได้จากห้องนี้เลยครับ เสนอกฎหมาย กันมา ๕ ฉบับ ท่านใส่ใจมากหรือน้อยแค่ไหน สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไป คือระยะเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุดในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับที่เราเสนอกันมา ผมตั้งข้อสังเกตว่าการนิรโทษกรรม ในกฎหมาย ๕ ฉบับนี้มีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แตกต่างกัน ในร่างกฎหมายของ พรรคภูมิใจไทยซึ่งยื่นเมื่อเช้านี้ และร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติท่านเสนอว่าให้เริ่มตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ถัดมาเป็นร่างของพรรคก้าวไกลปัจจุบันคือพรรคประชาชนให้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ โดยร่างของพรรคก้าวไกลให้เหตุผลว่า วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เป็นวันเริ่มต้นการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการกดดันจากการ ขายหุ้นชินคอร์ป วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นวันเริ่มต้นของร่างกฎหมายของ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และร่างกฎหมายของภาคประชาชน ผมชวนท่านประธาน ตั้งคำถามอย่างนี้ว่าในปี ๒๕๔๘ นี่ทำไมร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติและร่างของ พรรคภูมิใจไทยถึงได้เริ่มในปี ๒๕๔๘ ทั้ง ๆ ที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาชน เริ่มเมื่อ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ อันนี้คือในส่วนข้อสังเกตของการเริ่มต้น ในส่วนของ กรอบระยะเวลาสิ้นสุด ร่างกฎหมายของภาคประชาชนและพรรคก้าวไกลปัจจุบันคือ พรรคประชาชน เราบอกว่าให้สิ้นสุดเมื่อกฎหมายนิรโทษกรรมมีผลใช้บังคับ ร่างของ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน สิ้นสุดเมื่อ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคภูมิใจไทยสิ้นสุดเมื่อปี ๒๕๖๕ ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ถ้าท่านปิดที่เหตุการณ์ ในปี ๒๕๖๕ ผมอ้างอิงข้อความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิชุมชน เหตุการณ์ในคดีต่าง ๆ นับจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๘ มีคดีความทางการเมือง อย่างน้อย ๒๔ คดี มีจำเลยในคดีอย่างน้อย ๙๒ คน ที่ท่านตกหล่นไป ผมไม่ขอ วิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างหนึ่งร่างใดดีกว่าร่างหนึ่งร่างใด ผมอยากชวนท่านประธานคิดอย่างนี้ว่า ร่างที่เปิดก่อนเขาคือเริ่มต้นระยะเวลาก่อนเขา แต่ท่านปิดเหตุการณ์ก่อนเขาและมีผู้ตกหล่น ใครได้ ใครเสีย แน่นอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมมันเป็นการนิรโทษให้กับบุคคลหรือ กลุ่มบุคคล แต่ผมชวนท่านประธานคิดอย่างนี้เหมือนที่ผมอภิปรายไปว่าการนิรโทษกรรม ย่อมคู่กับการรัฐประหาร สิ่งที่ผู้ชุมนุมหรือประชาชนที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ประเด็น ของเขาคือแรงจูงใจทางการเมืองครับท่านประธาน ถ้าท่านจะไปนิรโทษกรรมให้กับคดีจราจร โดยไม่อาศัยแรงจูงใจทางการเมืองมันถูกต้องหรือไม่ ถ้ามีการทำร้ายทำลายชีวิตหรือก่อให้เกิด ความเสียหายกับทรัพย์สินราชการที่ไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองท่านไปนิรโทษกรรม ให้เขาถูกต้องหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนอย่างนี้ นอกจากนั้นในบัญชีท้ายของ ร่างพระราชบัญญัติจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านยังรวมถึงคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง สส. คดีตามกฎหมายเลือกตั้ง สว. คดีที่เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง ผมไม่แน่ใจ ไม่เข้าใจว่า ความหมายของท่านคือต้องการนิรโทษกรรมให้กับใคร เพราะเหตุใด สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าส่วนตัวผมมีความสุข มีความยินดีกับร่างทั้ง ๕ ร่าง เราเห็น ตรงกันว่าจำเป็นต้องมีการนิรโทษกรรมให้กับประชาชน ผมอยากให้ทุกท่านที่เป็นผู้แทนของราษฎรเปิดใจของท่านให้กว้าง คดีแต่ละคดีมีมูลเหตุ ความจูงใจในการกระทำผิดที่แตกต่างกัน ขออนุญาตพาดพิงท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านบอกว่าคดีมาตรา ๑๑๒ ไม่เคยมีการนิรโทษกรรม ผมขออนุญาตอ้างอิงคดีหมายเลขดำ ที่ ๒๕๓ก/๒๕๒๐ เป็นคดีของศาลทหารกรุงเทพมหานคร ศาลทหารมีการฟ้องนายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย สนนท. กับพวก รวม ๑๘ คน คดีนี้อยู่ในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ด้วยมาตรา ๑๑๒ และได้รับการนิรโทษกรรม เพราะฉะนั้นผมเรียนอย่างนี้ นอกเหนือจากความผิดตามมาตรา ๑๑๒ แล้ว ความผิดที่มีโทษ หนักกว่ามาตรา ๑๑๒ ก็เคยได้รับการนิรโทษกรรมมาแล้ว เพราะฉะนั้นการเปิดกว้างจะเป็น โอกาสให้ทุกท่านได้เข้าไปพิจารณาเนื้อหาภายในและแรงจูงใจทางการเมือง การไม่ตัดสิน คือการตั้งคณะกรรมการที่เป็นธรรมขึ้นมาจากทุกภาคส่วน การไม่ตกหล่นคือทำให้ทุกคน ได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์และกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างเท่าเทียมกัน การให้โอกาสคือ เปิดช่องให้ผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรมกลับคืนสู่สังคมและโอบรับเขาด้วยความมีความสุข เหมือนที่ท่านร่างกฎหมายมาว่าเสริมสร้างสังคมสันติสุข ขอบคุณครับท่านประธาน