รอมฎอน ชี้กฎหมายนิรโทษกรรมครอบคลุมทุกกลุ่ม ป้องกันความขัดแย้งบานปลาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘

รอมฎอน ปันจอร์ อภิปรายเรื่องการนิรโทษกรรมเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง โดยชี้ว่าการออกกฎหมายที่ครอบคลุมทุกกลุ่มความคิดจะป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลายและสร้างสังคมใหม่ที่ยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ผมจะขออนุญาต ร่วมอภิปรายในวาระนี้ด้วย แต่ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนสนทนากับท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ แม้ว่าผมจะเป็นมุสลิมเหมือนท่านประธาน แต่ผมก็เห็นด้วยกับท่านว่าในวาระและโอกาส แบบนี้ นี่คือโอกาสที่สภาของเราจะมีโอกาสในการทำบุญในทางการเมือง ตามที่ท่านอดิศร ได้กล่าวเอาไว้ ถนนที่เปิดกว้างต้องกว้างที่สุดเราถึงจะสามารถคลี่คลาย ผ่อนคลาย ความตึงเครียดและคลี่คลายความขัดแย้งได้ และยังต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ และเพื่อนสมาชิกทั้งสภาด้วยว่านี่คือโอกาสที่คนในรุ่นผม ในรุ่นหลังจากผมจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์และบทเรียนของพี่ ๆ ของเพื่อน ๆ สมาชิก ที่ผ่านประสบการณ์ในทางการเมือง ผ่านความขัดแย้งในทางการเมือง และผ่านความ พยายามในการแสวงหากลไกการออกแบบสถาบันต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสังคมไทย เพื่อที่ จะโอบกอด โอบรับความแตกต่างเหล่านั้น และกอดคอกันเดินก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน ในฐานะเพื่อนรวมชาติ ท่านประธานครับ นี่คือโอกาสของพวกเราที่จะให้ความหมายที่ เป็นจริงของสิ่งที่เราเรียกกันว่าเพื่อนร่วมชาติ คนที่มีชีวิต ใช้ชีวิต มีความฝัน มีความเจ็บปวด แต่อยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่างหลากหลาย และนี่คือสมาชิกที่อยู่ในองค์กรทางการเมือง อยู่ในชุมชนในทางการเมืองที่เราเรียกว่าชาติ นี่คือโอกาสที่เราจะขยับความหมายของมัน ให้มันมีความหมายครอบคลุมชีวิตของผู้คน ๒๐ กว่าปีมานี้ นี่คือช่วงเวลาที่จริง ๆ ยาวนานมาก เปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนรุ่นกัน เด็กบางคนเติบโตขึ้นมาก็นึกไม่ออก ไม่เคยมีประสบการณ์ว่า เมื่อตอนในช่วงวัยเด็กของเขาความขัดแย้งทางการเมืองเป็นอย่างไร แต่พวกเขาก็ต้อง แบกรับภาระความขัดแย้งเหล่านั้นจนกระทั่งมาถึงรุ่นของเขาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และนี่คือ โอกาสที่เราพยายามจะเสนอเครื่องมือที่จะคลี่คลายความขัดแย้งคือการนิรโทษกรรม ประเด็นอยู่ที่เราถกเถียงกันในเวลานี้ว่าเราจะมีหนทาง มีถนนที่กว้างแค่ไหน ผมเข้าใจดี ความกังวลของเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ที่เห็นว่าการนิรโทษกรรม ถ้าเกิดครอบคลุมบางประเด็น บางกฎหมาย บางฐานความผิด พูดกันตรง ๆ อย่างเช่น ฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๑๒ ก็มีความกังวลที่ท่านเห็นว่าจะสร้างปัญหาใหม่ จะก่อให้เกิดความแตกแยกใหม่ จะเป็นทุ่นระเบิดที่จะทำให้ความขัดแย้งไม่จบไม่สิ้นเสียที แต่ผมอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิก ถ้าเรามองการนิรโทษกรรมในฐานะ ที่เป็นเครื่องมือ ในฐานะที่เป็นกลไกที่สังคมของเราสร้างขึ้นมา ถ้ามันแคบเกินไปโดยตัวมันเอง ก็อาจจะเป็นทุ่นระเบิดได้ด้วยเหมือนกัน เพื่อนสมาชิกของผมได้ท้วงติง ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ ก่อนหน้านี้ว่าถ้าเราไม่โอบกอดความขัดแย้งทุกเรื่องที่เราผ่านมาและผ่อนคลายมันด้วย กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับใหม่นี้ ใช้กลไกที่สภาแห่งนี้เห็นพ้องต้องกัน ถ้าไม่เปลี่ยนผ่าน ความขัดแย้งนี้ไปด้วยกัน เราเกรงว่าจะมีผู้คนที่ถูกกันออก ถูกปิดกั้น และแน่นอนมันจะเป็น แรงกดดันที่จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นนี่คือห้วงขณะที่สำคัญ ที่สุดที่เราจะใช้โอกาสนี้ในการแก้ปัญหาของเรา แก้ปัญหาปมที่ว่าเราจะปกครอง จะอยู่ ร่วมกันในประเทศนี้อย่างไร ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกอย่าได้ทิ้งโอกาสนี้ ตอนนี้เรามีร่างกฎหมาย ๕ ฉบับ รวมของท่านอนุทินที่เสนอเข้ามาเมื่อเช้านี้ด้วย ทั้ง ๕ ฉบับนี้ ผมคิดว่าเราเห็นพ้องกันหลายเรื่อง และทั้ง ๕ ฉบับนี้ถ้าดูในรายละเอียดดี ๆ เราจะเห็นเลย ว่ามันโอบกอดทุกความคิด มันโอบรับทุกกลุ่มคน ถ้าเราผ่านจุดนี้ไปได้แม้ว่าจะอึดอัดใจบ้าง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านอดิศรบทเรียนในอดีตสอนเรา เราผ่านสงครามกลางเมืองที่ ความขัดแย้งมันคลี่คลายออกไป บานปลายออกไปเป็นการใช้กำลังอยู่ช่วงหนึ่งที่คนในสังคมนี้ ในประเทศนี้ใช้กำลังห้ำหั่นกัน ผมเองก็เห็นสิ่งนั้นจากปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสถาบันทางการเมือง เมื่อกลไกในทางการเมืองมันไม่มีที่มีทางให้ความคิดเห็นที่แตกต่าง ได้ปรากฏ ทางเลือกของผู้คนก็ถูกบีบไปสู่การใช้กำลัง ความสูญเสียจะยิ่งบานปลายไป มากกว่าที่เราคิดไว้ และนี่คือโอกาสที่เราจะป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งมันบานปลายขยายตัวไป ผมอยากให้เพื่อน ๆ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรใคร่ครวญถึงทางเลือกนี้ ถึงโอกาสนี้ ในอนาคตเราอาจจะหันกลับมามองใน Moment นี้ ในจังหวะโอกาสนี้ว่าถ้าเราตัดสินใจถูก เราจะสร้างสังคมใหม่ เราจะสร้างความหมายของความเป็นเพื่อนร่วมชาติใหม่ที่ยอมรับกัน และกันได้ และคลี่คลายความขัดแย้งนี้ไปได้ ผมไม่อยากเห็นความขัดแย้งที่บานปลาย ผมไม่อยากเห็นโอกาสที่เราทิ้งไป ผมไม่อยากเห็นทางเลือกที่ถูกตัดขาดออกไป เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่าร่างกฎหมายของเพื่อนสมาชิกที่เสนอกันมาหลายพรรคการเมือง และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งจากร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนได้เข้าชื่อเสนอกฎหมายมาเราต้องไม่ทิ้งโอกาสนี้ ผมอยากให้ท่านประธานสื่อสารไปถึงเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคเพื่อไทย ของท่านอดิศร ผมยังเชื่อว่านี่คือโอกาสที่ท่านจะใช้เพื่อสร้างสังคมใหม่ร่วมกันไปกับเรา ส่วนท่านที่ในหลายพรรคการเมือง ที่มีความกังวลใจอยู่ผมอยากให้เห็นทุ่นระเบิดที่รออยู่ อีกด้านหนึ่งด้วยเช่นกัน เรามาปลดทุ่นระเบิดนี้ด้วยกันกับการปลดปล่อยประชาชนออกจาก การคุมขัง ออกจากกลไกที่กดทับ บีบคั้นความคิดทางการเมืองของพวกเขา เปิดที่เปิดทาง ให้พวกเราให้เดินไปด้วยกัน สร้างสังคมไทยไปด้วยกันครับท่านประธาน ขอบคุณครับ