อดิศร เพียงเกษ อภิปรายเรื่องนิรโทษกรรมทางการเมือง โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของวันให้อภัยซึ่งกันและกัน และเรียกร้องให้สมาชิกสภาผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อลดความขัดแย้งในอดีต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภูมิลำเนาอยู่ จังหวัดขอนแก่น วันนี้เป็นวันนิรโทษกรรม เป็นวันให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นวันยกโทษ เป็นวันที่ทุกคนต้องใจถึง เป็นวันที่จะต้องลืม ลืม และลืม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์เป็น สัตว์การเมือง เกิดมามี ๒ ขา ๒ ตา เท่ากัน แต่ละคนเกิดมาตามบริบทของตนเอง ในทาง การเมืองแต่ละยุคแต่ละสมัยคิดเห็นต่างกันมาโดยตลอด ชีวิตความคิดเห็นทางการเมือง ที่ต่างกันทำให้มีการต่อสู้แย่งชิงกัน ก็อาจจะร้ายแรงถึงขั้นใช้กำลังอาวุธหรือไม่ใช้กำลังอาวุธ ก็อยู่ในรัฐสภา ผมว่าวันนี้เป็นวันที่จะต้องถามท่านสมาชิก แต่ละคนก็มีประสบการณ์ในทาง การเมืองมาไม่เหมือนกัน ผมได้รับอานิสงส์จากคำว่านิรโทษกรรมจากประสบการณ์ในทาง การเมืองในยุคหนึ่ง คือยุคหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หลัง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ประเทศไทยนี้นอกจากจะสันติในเมืองแล้วถึงขั้นเกิดสงครามกลางเมือง อยู่ในป่าได้รับเกียรติ เรียกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย อยู่ข้างในก็เป็นปราบปรามซึ่งกันและกัน อยู่ในป่าฝังทุกวัน อยู่ใน เมืองก็เผาทุกวัน พระราชทานเพลิงศพทุกวัน คนไทยฆ่าคนไทยกันเอง กล่าวหาว่าเป็น คอมมิวนิสต์ เพราะสังคมไม่เป็นธรรม เข่นฆ่า ข่มขืน ลากไปแขวนคออยู่ต้นมะขาม สนามหลวง ๖ ตุลาคม ใช้ความรุนแรงกับลูกหลานเยาวชนคนหนุ่มสาวก็เข้าป่าจับปืน ได้รับ ผลอานิสงส์จากคำว่านิรโทษกรรมนี่ไม่ต้องผ่านสภา ไม่ต้องมาโต้มาเถียงกันแบบที่เราทำ ในขณะนี้ ใช้กฎหมายบริหารราชการแผ่นดินธรรมดา โดยออกเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี คำสั่งที่ ๖๖/๒๕๒๓ ต้องพูดชื่อผู้ที่ทำงาน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เสนอชงแก่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี คนที่อยู่ในป่าก็กลับเข้ามาในเมือง อยู่ในป่าพรรคคอมมิวนิสต์ ชู Slogan ศักดินานิยม จักรพรรดินิยมและทุนนิยมขุนนาง เยาวชนคนหนุ่มสาว รวมทั้ง พวกผมไม่รู้หรอกศักดินานิยมคืออะไร ก็ไม่แพ้เยาวชนคนหนุ่มสาวในปัจจุบันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รู้เท่าไม่ถึงกาลเวลา ก็ไปคึกคะนองพูดจาลามไปถึงการดูถูกดูหมิ่นในสิ่งที่ไม่บังควร ท่านครับ บางคนล้มเสียหายตายเสียจาก พิษภัยจากความเห็นต่างมันร้ายแรง วันนี้ผมลุกขึ้นอภิปราย โดยที่ผมไม่ต้องอ่านร่างพระราชบัญญัติ ๕ ฉบับ ซึ่งมี ๔ พรรคการเมืองและประชาชน เพราะว่าการนิรโทษกรรมนี่มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าคิดว่าคุณจะยกโทษให้เขา คุณจะอภัย ให้เขามันเป็นเรื่องง่าย แต่ทำไมต้องทำเรื่องง่าย ๆ ที่ผมพูดนี้ให้เป็นเรื่องยาก คิดไม่เหมือน ก็อภัยทานกัน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นสูญเสียกันมากมายเขายังให้อภัยกัน สมัยพุทธกาล องคุลีมาลฆ่าคน ๔๙๙ จะฆ่าอีก ๕๐๐ เจอพระพุทธองค์ไปบอกให้หยุดเสีย แล้วก็กลับมาบวช ตรัสรู้เป็นอรหันต์ วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่เพราะเราจะเข้าพรรษากันในวันพรุ่งนี้ ผมอยากเรียกว่ากฎหมายนิรโทษกรรม ไม่อยากเอาฉบับใดเป็นหลัก อยากเรียกร้องสมาชิกว่าวันนี้เป็นวันทอดกฐิน ทอดเทียน ทางการเมือง บุญกุศลเกิดขึ้นทุกคน ไม่ว่าความผิดใด ๆ ที่มาจากมูลเหตุทางการเมืองยกให้ เขาไป ผมจะถูกตราหน้าด่าว่าสมัยพวกคุณเป็นเยาวชนเขายกเลิก เขาอภัยให้คุณ เขานิรโทษกรรม ให้คุณ พอคุณมาต่อสู้ในสภาอายุขนาดนี้ลูกหลานทำแบบที่คุณต่อสู้มาอยู่ในคุกในตะราง ด้วยข้อหาต่าง ๆ ที่ท่านอภิปรายกัน พอถึงเวลาแล้วคุณเอาผิดลูกหลานซึ่งเป็นผ้าขาว ถ้าผม ไม่ได้รับอภัยโทษหรือนิรโทษกรรมป่านนี้ผมจะอยู่ที่ไหนไม่ทราบ ลูกหลานที่อยู่ในคุกตะราง ในข้อหาต่าง ๆ รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนพวกเรา พวกเราก็ต่อสู้กันมา ผมขอบคุณทุกพรรคการเมือง อาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่มันเป็นนิมิตหมายที่อยากให้ทุกคนลืม ถ้าไม่ลืมเดินต่อไม่ได้ ผมอภิปรายในการประชุมพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็เห็นว่าคุณประโยชน์จากการนิรโทษกรรม ครั้งนี้มันมหาศาล ผมเรียกร้องอยากให้บ้านเมืองนี้ไปได้จริง ๆ ถ้ามาคิดเล็กคิดน้อย คุณเป็นนั่น คุณเป็นนี่ บ้านเมืองอยู่ต่อไปไม่ได้ บ้านเมืองไม่สามัคคี ปัจจัยภายในไม่สามัคคีกัน จะไป พัฒนาด้านต่าง ๆ ได้อย่างไร บุคลากรยิ่งใหญ่ที่สุด ผมลุกขึ้นด้วยเวลาสั้น ๆ ผมเจ็บปวด เข้าไปต่อสู้ความเห็นต่าง น้องที่ติดผม ผมเคยอภิปรายเป็นครั้งที่ ๒ นายอดิศร เพียงเกษ เสียสละชีวิตที่จังหวัดน่าน อำเภอปัว เพราะสงครามความคิดเห็นไม่ตรงกัน ลูกหลานอยู่ ในคุกตะรางกี่คน ถ้าเป็นลูกหลาน ลูกของคุณบ้าง พี่ของคุณ พ่อของคุณบ้าง แล้วจะอยู่ อย่างไร ผู้ปกครองจะมีความสุขหรือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหรือว่าใครต่อใครที่อยู่ ในบ้านเมืองที่ตนเองว่ามีอำนาจจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าลูกหลานคิดต่างแล้วติดคุก ติดตะราง ไม่ได้รับการอภัยโทษหรือไม่ได้รับการนิรโทษกรรมครั้งนี้ ผมจึงขอบิณฑบาตครับ นอกจากเราจะไปทอดเทียนพรรษา นอกจากเราจะไปทำบุญกฐินตามหลักความเชื่อของ พระพุทธศาสนา วันนี้เรามาทำบุญกันแบบยิ่งใหญ่ดีไหม ทำบุญทางการเมือง ทำบุญให้แก่ ลูกหลานหรือคนที่เห็นต่างกันได้มีอิสรภาพเพื่อมาพัฒนาชาติบ้านเมือง ชาติบ้านเมือง อย่าคิดตรงกัน สภาแห่งนี้อย่าคิดตรงกัน ให้คิดตรงกันข้ามแล้วก็ผลักดันเอาเสียงที่ดีที่สุด เอาความเห็นที่ดีที่สุดไปทำพัฒนาชาติบ้านเมือง ผมต้อนรับทุกฝ่าย กรรมาธิการวิสามัญ ต้องใจกว้าง ปล่อยลูกหลานหรือทำให้ชาติบ้านเมืองนี้เดินต่อไปได้ Forget of the past start of the new ถ้าไม่ลืมไปไม่ได้ ทางปักษ์ใต้บ้านท่านก็เหมือนกันต้องลืมทุกอย่าง ถ้าตรงนั้นระเบิดตูม ตรงนี้ระเบิดตูม เละ เข่นฆ่ากันโดยความเห็นต่างไปไม่ได้ จึงขออภิปราย ด้วยจิตใจที่ไม่มีอคติกับใคร ฝากกลอนสั้น ๆ ๔ บรรทัด ในวาระสุดท้ายในการอภิปราย ผมเขียนกลอนไว้ว่า นิรโทษ ไม่ถือโทษ ยกโทษให้ สร้างปรองดอง คล้องใจ ให้สุขศานต์ ที่ผ่านมา หลายหลากจินตนาการ ประสานงาน ประสานใจ ไทยก้าวเดิน สันติสุขเกิดขึ้น แน่นอนถ้าทุกท่านทำบุญทอดเทียน ทอดกฐินทางการเมืองคราวนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ