สหัสวัต คุ้มคง อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรม โดยชี้ว่าความสิ้นหวังทางการเมืองและเศรษฐกิจทำให้สังคมขาดความไว้วางใจรัฐ และเสนอว่าการผ่านกฎหมายดังกล่าวจะช่วยบรรเทาวิกฤตที่สะสมมานาน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการและเหตุผลคล้ายกันทั้ง ๕ ฉบับ ที่ผมขอเรียกให้ เข้าใจง่าย ๆ ว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ท่านประธานครับ ตั้งแต่มีสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ หรือชุดปัจจุบันนี้ขึ้นมากว่า ๒ ปี เราก็มีการพูดถึงการนิรโทษกรรมมาแล้วหลายครั้ง จนมาถึง วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เราต้องพูดถึงเรื่องนี้กันอีก วันนี้ผมอยากชวนทุกท่านคุยเรื่องของ บรรยากาศทางการเมืองกับการนิรโทษกรรม ประเทศของเราในห้วงระยะเวลาเพียง ๑๐ ปี ที่ผ่านมา เราอยู่ในภาวะวิกฤติหนักถึง ๒ ด้าน ด้านแรก คือวิกฤติด้านการเมืองที่ลากยาวกัน มานานกว่า ๒๐ ปี จนเป็นเหตุให้เราต้องมาคุยกันเรื่องนี้ในวันนี้ เรื่องที่ ๒ คือวิกฤติ เศรษฐกิจที่กำลังถูกซ้ำจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐที่เราดำเนินการอย่างล่าช้า นี่เรายัง ไม่นับวิกฤติอื่น ๆ ที่มาเป็นระยะ เช่น ภัยพิบัติ ทั้งจากฝุ่น น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหวที่ก็ล้วน ส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองทั้งสิ้น หากใครศึกษาด้านสังคมวิทยาหรือรัฐศาสตร์ก็คงจะ พอทราบกันดีว่าในวิกฤติการเมืองที่ผ่านมานั้น สังคมถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์โกรธกันเป็น ส่วนมาก เราเคยโกรธ เคยเดือดดาลกันถึงขั้นที่ออกมาต่อสู้กับผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะอำนาจ เผด็จการ แล้วเราก็ถูกกดปราบจนเกิดความสูญเสียขึ้นมากมายทั้งร่างกาย จิตใจ รวมไปถึง ชีวิตและอิสรภาพแบบที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไป บรรยากาศเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะ โศกเศร้า หลังจากความโศกเศร้านั้นเราจะเข้าสู่ภาวะสิ้นหวัง หมดหวัง หมดอาลัยตายยาก สาเหตุที่บรรยากาศในสังคมของเราเป็นแบบนี้นั้นส่วนหนึ่งก็มาจากวิกฤติที่ผมได้กล่าวไป ในมิติการเมืองแม้เราจะได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนจำนวนมากก็ยังสิ้นหวัง ต่อนโยบายด้านการเมืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการปฏิรูปกองทัพ กระบวนการ ยุติธรรม รวมไปถึงด้านสิทธิเสรีภาพ รวมถึงเรื่องที่องค์กรอิสระเองก็คอยขัดแข้งขัดขา ทั้งฝ่ายบริหารอย่างรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติอย่างสภาแห่งนี้ นี่ยังไม่นับว่าการเมืองของเรา ก็กำลังปั่นป่วน เปลี่ยนพรรค เปลี่ยนคนเข้าออกรัฐบาลเป็นว่าเล่น รัฐบาลขาดเสถียรภาพ เปลี่ยนอำนาจขัดแข้งขัดขากันตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา จนประเทศเข้าใกล้ ทางตันขึ้นไปทุกที ประชาชนสับสน ระบบราชการสะดุด ข้าราชการเกียร์ว่าง ไพ่ในมือของ ทุกคน ทุกพรรคก็ใกล้หมดเต็มที ไม่รู้จะเล่นอะไรกันจะออกหน้าไหน ในมิติเศรษฐกิจเอง ประชาชนก็สิ้นหวังอย่างมากกับเศรษฐกิจของประเทศ ผมคงไม่ต้องอ้างตัวเลขใด ๆ แล้ว ท่านเดินไปถามพี่น้องประชาชนตอนนี้ดูกันได้เลยว่ามีใครรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีบ้าง โรงงานที่ เปิดอยู่ก็ลดวันทำงาน ตัวเลขคนถูกเลิกจ้างเพิ่มสูงขึ้น รายได้พี่น้องประชาชนลดลง จับจ่ายได้ น้อยลง นี่ยังไม่นับว่าเดี๋ยวเจอทุนจีนสีเทา สีดำหรือกำแพงภาษีจากสหรัฐอีก สิ่งเหล่านี้ทำให้ คนสิ้นหวังทั้งนั้น แล้วในทางวิชาการมีการศึกษาว่าความสิ้นหวังจะส่งผลอะไรต่อการ พัฒนาบ้าง ในทางสังคมนั้นความสิ้นหวังจะทำให้คนไม่ให้ความสำคัญกับรัฐบาลส่วนกลาง เพราะคิดว่ารัฐบาลนั้นไม่มีประสิทธิภาพทำอะไรไม่ได้ เกิดความไม่ไว้ใจรัฐมากขึ้น เพราะคิดว่า รัฐพึ่งพาไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการพึ่งตัวเองในทางที่ไม่ดี เช่น การเลี่ยงภาษี ทุจริตคอร์รัปชัน การจ่ายสินบน เพื่อแค่ให้รัฐไม่ต้องมายุ่งกับตัวเอง ในทางเศรษฐกิจก็ไม่ต่างกัน มีการวิจัยว่าความสิ้นหวังทำให้ผลิตภาพด้านแรงงานลดลง ผลิตภาพมวลรวมต่ำลง และหันไปสู่ธุรกิจสีเทา สีดำมากขึ้น สาเหตุก็เพราะบรรยากาศ ความสิ้นหวังนั้นทำให้คนคิดว่าเป้าหมายเดียวของฉันนั้นคือการเอาตัวรอดไปวัน ๆ ไม่ว่า ฉันจะต้องทำผิดกฎกติกาหรือเอารัดเอาเปรียบใครก็พร้อมจะทำ ที่ผมพูดนี้ผมไม่ได้พูดถึง การเมืองคนดี แต่ผมพูดถึงความสิ้นหวังทำลายความไว้วางใจของคนในชาติ ซึ่งนี่คือพื้นฐาน ของการอยู่ร่วมกัน เราอยู่ในวิกฤติการเมืองนี้มามากกว่า ๒๐ ปี และผมเชื่อว่าหลายท่านที่ อายุเยอะกว่าผมในสภาแห่งนี้ และอยู่ในรัฐบาลก็ล้วนแต่ผ่านเหตุการณ์ความสูญเสียมา เช่นกัน ไม่ได้มาก ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน สิ่งที่ผมอยากจะถามท่านคือเมื่อเรามองย้อนกลับไป เรามองไปยังคนที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา คนที่ต้องติดคุก คนที่ต้องลี้ภัยเรามองเขาได้อย่างเต็มตาไหม เรากล้าเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างตรงไปตรงมาหรือเปล่า บรรยากาศที่สิ้นหวังนี้ล่ะครับ เกาะกินประเทศเรามาอย่างยาวนาน เราถูกทำลายมันด้วยการรัฐประหาร ด้วยอำนาจ นอกระบบ ความสิ้นหวังนี้เกาะกินพี่น้องประชาชน กัดกินการเมือง เกาะกินพรรคการเมือง ให้เราไม่กล้าฝัน ไม่กล้าตัดสินใจ เรากลัวอำนาจนอกระบบ กลัวการโดนแทรกแซงทำให้เรา ไม่กล้าตัดสินใจกระทำการผ่าทางตัน อย่างเช่นการแก้รัฐธรรมนูญจนถึงการนิรโทษกรรม ในวันนี้ผมขอ Highlight ร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับเป็นพิเศษ คือ พ.ร.บ. ของอดีตพรรคก้าวไกล และภาคประชาชน ในความเห็นผมร่างทั้ง ๒ ฉบับนี้เป็นร่างที่เปิดประตูให้โอกาสกว้างที่สุด ในการนิรโทษกรรม เป็นการเริ่มคืนความยุติธรรมที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ๆ และความยุติธรรมที่ว่านี้เป็นความยุติธรรมของทุกคน การนิรโทษกรรมสิ่งสำคัญที่สุด คือการมีส่วนร่วมกันของสังคมในการที่จะออกแบบและกำหนดความยุติธรรมว่าอะไร คือความยุติธรรมสำหรับผู้ได้รับความเสียหายบ้าง ถ้าไม่มีส่วนร่วมของประชาชน ความยุติธรรมเหล่านั้นในทางรัฐศาสตร์เขาเรียกว่า Victor’s Justice หรือความยุติธรรมของ ผู้ชนะ คือการบอกว่านี่โอเคแล้วเอาความยุติธรรมไปแค่นี้ก็พอ ซึ่งสิ่งที่ผมพูดนี้เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นหลาย ๆ ที่ทั่วโลกและส่งผลเสียมายังปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในไทยเองหรือในประเทศ เพื่อนบ้านของเราอย่างเมียนมาที่มีการนิรโทษกรรมอยู่บ่อย ๆ แต่ยังเกิดความไม่สงบ อยู่ตลอดเวลา เพราะเมียนมาไม่ได้ใช้ความยุติธรรมที่เป็นการตกลงร่วมกันของสังคม แต่เป็น ความยุติธรรมของผู้ชนะมาตลอด แต่ขณะที่หลาย ๆ ประเทศอย่างสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ หรือเกาหลีใต้ คนในประเทศผ่านความสิ้นหวังมาได้เพราะการนิรโทษกรรมจากฉันทามติ ของสังคม ไม่ใช่ความยุติธรรมจากชนชั้นนำบางกลุ่ม ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกครับ ด้วยบรรยากาศทางการเมืองแบบนี้ล่ะครับเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะรับหลักการร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม โดยเฉพาะร่างจากภาคประชาชนและอดีตพรรคก้าวไกล เพื่อเป็นการประกัน สิทธิว่าทุกคนจะได้มีโอกาสในการได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นการเปิดประตู บานแรกให้กว้างที่สุด เพื่อพาประเทศออกจากความสิ้นหวังไปสู่ความหวังและเป็นโอกาส อันดีที่จะฟื้นเศรษฐกิจ เพราะเราสามารถใช้เรื่องสิทธิเสรีภาพเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการ ต่อรองเจรจาเรื่องกำแพงภาษีได้ หรือปูทางไปสู่เอฟทีเอกับทางอียูเขากังวลเรื่องสิทธิเสรีภาพ ของเราอยู่ การนิรโทษกรรมให้คนทุกกลุ่มแบบนี้ล่ะครับที่ช่วย Guarantee ว่าเรากำลัง ก้าวไปข้างหน้าให้พี่น้องประชาชนได้รู้สึกว่ารัฐบาลและสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันสร้าง ความยุติธรรมให้กับเขา ให้ใครหลาย ๆ คนที่ต้องติดคุก ต้องลี้ภัยได้กลับมาช่วยกันพัฒนา ประเทศ และให้เราทุกคนที่เคยสู้กันได้มามองหน้ากันได้อย่างสนิทใจ จัดงานรำลึกร่วมกันได้ ไม่ต้องแยกกันจัดและทำงานร่วมกันได้จริง ๆ สักที เราจะได้ล้างไพ่กันใหม่ ทำลายทางตัน ทางการเมืองแห่งนี้ และเพื่อที่รัฐบาลเองจะได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนจริง ๆ สักที และท่านจะได้ปลดแอกพันธนาการจากการโดนขี่คอมาตั้งนานจริง ๆ สักที ขอบคุณครับ