ภราดร ปริศนานันทกุล เสนอร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยแก้ไขปี พ.ศ. และระบุข้อยกเว้นความผิดเฉพาะการทุจริต การกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และการทำร้ายร่างกายหรือทำให้ถึงแก่ความตาย พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ความแตกแยกทางการเมืองและการใช้กฎหมายควบคุมการชุมนุมอย่างเข้มงวดจนนำไปสู่ข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับประชาชน รวมถึงผลกระทบจากการสลายการชุมนุมที่ส่งผลให้เกิดความรุนแรง การบาดเจ็บล้มตาย และการถูกจำกัดเสรีภาพของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมาย จากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นผู้เสนอร่างในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ก่อนที่ผมจะได้ ขออนุญาตท่านประธานได้อ่านในตัวหลักการและเหตุผล ผมขออนุญาตท่านประธานแจ้ง ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก เนื่องจากว่าร่างของพวกผมนั้นมีจุดที่จะต้องแก้ไขอยู่ ๒ จุด ด้วยกัน จุดแรกจะอยู่ในตัวร่างในมาตรา ๖ และในส่วนที่ ๒ ก็จะเป็นในตัวบันทึกวิเคราะห์ สรุปสาระสำคัญหน้า ๒ ข้อ ๒.๓ ขอเปลี่ยนจากเลขพุทธศักราชจาก ๒๕๕๘-๒๕๖๕ เปลี่ยนเป็น พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๖๕ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนเพื่อนสมาชิก พรรคภูมิใจไทยร่วมเสนอร่างพระบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... โดยผมขออนุญาต ท่านประธาน อ่านในตัวหลักการและเหตุผล เมื่อเสร็จแล้วก็จะขอเวลาท่านประธานสักครู่ เพื่ออภิปรายสนับสนุนในตัวร่าง
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยให้ผู้ซึ่งกระทำ ความผิดเนื่องจากการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง พ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและพ้นจากความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งให้ผู้ได้รับ ผลกระทบจากการกระทำดังกล่าวได้รับการเยียวยา ทั้งนี้ไม่รวมถึงการกระทำความผิด ดังต่อไป ๑. การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติชอบ ๒. การกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และ ๓. การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย หรือการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือการกระทำความผิดที่ต้องรับผิดชอบ ต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม
เหตุผล โดยที่สังคมประเทศไทยเกิดการแตกแยกของความคิดทางการเมือง อย่างรุนแรง และยาวนานโดยมีการแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่ายลุกลามไปทั่วประเทศ มีการ ผลัดกันชุมนุมทางการเมืองของประชาชนที่เห็นต่างต่อต้านรัฐบาลที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องตลอดมา ทำให้รัฐบาลได้ยกระดับการประกาศและบังคับใช้ กฎหมาย ควบคุมการชุมนุมทางการเมืองอย่างเข้มงวด ซึ่งส่งผลให้การชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนกลายเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง อันนำไปสู่การกล่าวหาและมีการดำเนินคดีกับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง หรือเข้าร่วมแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งประชาชนผู้ไม่ได้เข้าร่วม การชุมนุมทางการเมืองและไม่ได้เข้าร่วมแสดงออกทางการเมือง การชุมนุมทางการเมือง นำไปสู่การเผชิญหน้าของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐจนเกิดการกระทบกระทั่ง ทางอารมณ์ต่อกัน จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้ ประชาชนตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมากเกิดความบาดเจ็บล้มตาย และยังมีผู้เข้าร่วม ชุมนุมหรือผู้เข้าร่วมแสดงออกทางการเมืองโดยบริสุทธิ์อีกจำนวนมากต้องถูกจับกุม และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งจากความผิดที่มีเจตนาที่แท้จริงเพียงต้องการ แสดงความเห็นต่างทางการเมือง มิใช่มีเจตนาชั่วร้ายหรือมีเจตนากระทำความผิดทางอาญา และมีผลให้ถูกจำกัดเสรีภาพและอิสรภาพในระหว่างถูกกล่าวหาทางอาญา
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติทั้งด้านความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจและสังคม วัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย การร่วมแสดงออกทาง การเมืองแม้จะกลายเป็นการกระทำความผิดโดยสภาพตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอาญา แต่ก็เป็นการกระทำความผิดที่แท้จริงแล้วผู้กระทำความผิดไม่ได้เจตนาชั่วร้ายหรือเจตนา กระทำความผิดอาญาแต่อย่างใด หากแต่เพียงเจตนาที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ที่เกิดขึ้น เพียงเพราะความต้องการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมือง หรือเพื่อ เรียกร้องต่อรัฐบาลเพียงเท่านั้น ไม่ใช่แสดงออกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือมีเจตนาที่จะ กระทำผิดอาญา หากแต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ จึงสมควรให้ประชาชนหรือบุคคลที่ต้องกลายเป็นผู้กระทำความผิดและต้องรับโทษด้วยเหตุ ดังกล่าวพ้นจากความผิดตามกฎหมาย และปราศจากมลทินมัวหมอง เพื่อเป็นการให้โอกาส กับประชาชนและสังคมไทยที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วยความสมัครสมานสามัคคี ปรองดองของคนในชาติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ผมขอเวลาท่านประธานสักครู่เพื่อที่จะได้อภิปรายสนับสนุนร่าง และถือโอกาส อธิบายในตัวร่าง ในตัวเนื้อหาสาระ พร้อมทั้งได้เปรียบเทียบความเหมือนหรือความแตกต่าง กับอีก ๔ ร่างที่เหลือด้วย ในโอกาสแรกก็ต้องเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ มีเพื่อนสมาชิก ได้เสนอไปเรียบร้อยแล้ว ๔ ร่าง ผมได้นั่งฟังและได้นั่งดูร่างของแต่ละท่าน แต่ละฉบับก็เห็นว่า มีความเหมือนกับร่างของผมก็คือร่างของท่านวิชัยและมีความคล้ายกับร่างของท่านปรีดา บุญเพลิง หลักใหญ่ใจความของทั้ง ๓ ร่างนี้มีเหมือนกัน นั่นคือเราจะนิรโทษกรรมให้กับ ผู้ที่มีความผิดทางการเมือง ผู้ที่มีความผิดที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมทางการเมืองโดยที่เว้น ไม่นิรโทษกรรมให้ ๔ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรก ก็คือกลุ่มที่มีการกระทำผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มที่กระทำความผิดโทษฐานคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มนี้อาจจะแยกได้ออกเป็น ๒ กลุ่ม นั่นก็คือกลุ่มที่ถูกดำเนินคดี อาญาร้ายแรงถึงชีวิต และกลุ่มที่ ๔ ก็คือคดีที่ก่อความเสียหายต่อบุคคลอื่นที่เป็นเอกชน ไม่ใช่ก่อความเสียหายให้กับรัฐ นี่คือ ๔ กลุ่มใหญ่ที่อยู่ในตัวร่างของพวกกระผม ทีนี้ในส่วนที่ สำคัญสำหรับความแตกต่างระหว่างร่างของผมกับร่างของท่านวิชัยและคณะ ก็คืออยู่ใน มาตรา ๔ ที่จำเป็นที่จะต้องอธิบายให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทราบถึงเหตุผล ในการร่างในตัวมาตรา ๔ นั่นคือในส่วนของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำผิด ในส่วนของร่างท่านวิชัย คณะกรรมการชุดนี้มีด้วยกัน ๙ คน มีประกอบด้วยบางส่วนที่เป็น นายกรัฐมนตรี ที่เป็นรัฐมนตรีซึ่งมาจากการคัดเลือกของคณะรัฐมนตรี มีจาก สส. ที่มาจาก สภาแห่งนี้เลือกกันเอง และมีจากสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากที่ประชุมของวุฒิสภาเลือกกันเอง ส่วนร่างของพวกผมคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดจะไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองเลย ในส่วนของนายกรัฐมนตรี ในส่วนของ สส. ในส่วนของ สว. หรือในส่วนของคณะรัฐมนตรี พวกผมจะไม่มีในส่วนนี้เลย เพราะพวกผมเห็นว่ากลุ่มคนที่เป็นกลุ่มคนการเมืองหนีไม่พ้นหรอก ที่จะเกิดอคติหรือจะเกิดความเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จึงตัดกลุ่มคนที่เป็นส่วนของ นักการเมืองออกทั้งหมด และเหลือไว้แต่คนที่อยู่ในกระบวนการของศาลเท่านั้น ผมเสนอ มีคณะกรรมการชุดนี้เพียงแค่ ๕ ท่าน โดยประกอบไปด้วยประธานศาลฎีกา ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด และท่านที่ ๕ ก็คือเป็นเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อเอาเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นเลขานุการของ คณะกรรมการชุดนี้ เหตุผลเพราะว่าเพื่อที่จะให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้อยู่ในกระบวนการของ คณะกรรมการวินิจฉัยด้วย ทำให้กระบวนการในการดำเนินการเพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรม ทำได้รวดเร็วมากขึ้น เพราะเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมสามารถที่จะส่งเรื่องไปให้กับ กระบวนการยุติธรรมขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัยการหรืออยู่ในชั้นศาลแล้วก็สามารถ ที่จะส่งไปให้ได้เพราะอยู่ในตัวกระบวนการอยู่แล้ว และเขาเองก็เป็นเลขานุการของ คณะกรรมการชุดนี้ ก็จะทำให้คณะกรรมการชุดนี้สามารถที่จะร่นระยะเวลาในการ นิรโทษกรรมให้กับบุคคลที่ได้รับการวินิจฉัยว่าจะได้รับการนิรโทษกรรมได้เร็วมากขึ้น มากกว่าร่างของคุณวิชัย สุดสวาสดิ์
ประเด็นถัดไปที่จะต้องกราบเรียนกับท่านประธานให้ชัดเจนในเจตนารมณ์ ของทางพรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่นี้ผมได้ฟังคุณรังสิมันต์ โรม ได้อภิปราย พร้อมกันผมได้มี โอกาสฟังทางคุณพูนสุข พูนสุขเจริญ ได้อภิปรายเช่นเดียวกันได้นำเสนอในตัวร่าง ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานแบบนี้ว่าในส่วนของพวกผมกับความคิดเห็นหรือในกรณีของผู้ที่กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ พวกผมมีความชัดเจนแต่แรก พวกผมเข้าใจดี ถึงความรู้สึกของคนที่ถูกดำเนินการหรือความรู้สึกของคนที่เป็นครอบครัวแล้วต้องรอ การกลับมาของผู้นำของครอบครัว แต่ว่าท่านประธานครับ ที่พวกผมจำเป็นที่จะต้องเว้น เอาไว้เพราะว่าผมอยากจะเห็นว่าร่างทั้งหมด ๔-๕ ร่างนี้ มันสามารถที่จะเดินหน้าไปสู่ การนิรโทษกรรมได้จริง ๆ และอย่างน้อยถ้าไม่ใช่ทั้งหมดก็ควรจะต้องมีบางส่วนที่ได้รับ ผลประโยชน์จากพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งหลักกันแบบนี้ก็จำเป็นที่จะต้อง ตัดบางส่วนออกไปจากสมการนี้ เพราะว่าท่านประธานก็คงจะทราบดีว่าสังคมนี้ยังมีความ คิดเห็นที่แตกต่างอย่างมากมาย แม้กระทั่งในตัวพรรคผมเองก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า ใครก็ตามที่กระทำการละเมิดหรือกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ พวกผมไม่สามารถที่จะนิรโทษกรรมให้ได้ เหมือนกับประชาชนส่วนใหญ่ ผมไม่รู้ว่ามากกว่า หรือน้อยกว่า แต่ผมรู้ว่ามีจำนวนมากในสังคมนี้ที่ไม่เห็นด้วย นั่นจะทำให้ถ้าหากว่ามีการ นิรโทษกรรมกลุ่มนี้ไปเราจะไปสร้างปัญหาใหม่ในสังคมหรือไม่ กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับ การนิรโทษกรรมของกลุ่มคนนี้จะต้องออกมาชุมนุมเรียกร้องไม่จบสิ้นหรือไม่อย่างไร เราผ่าน กระบวนการ เราผ่านการเรียนรู้ เราผ่านการต่อสู้ เราผ่านการชุมนุมทางการเมือง ตลอดระยะเวลา ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าสังคมนี้ค่อย ๆ ที่จะเรียนรู้ความคิดเห็น หรือค่อย ๆ ที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง เราเรียนรู้มากขึ้น กับทฤษฎีดอกไม้หลากสีในกระถางเดียวกัน เราเรียนรู้ว่าสวนจะสวยงามได้ไม่ใช่ด้วยการปลูก ดอกไม้ชนิดเดียว เหมือนกันในสังคมประชาธิปไตยเราเรียนรู้ว่าในสังคมประชาธิปไตยนั้น ไม่สามารถที่จะทำให้ทุกคนคิดเห็นได้เหมือนกันหมด จึงเป็นเหตุผลว่าเราถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องมาปลดล็อก คลายล็อกแล้วก็คืนความยุติธรรมให้กับคนส่วนหนึ่งที่อยู่ใน กระบวนการ ๒๐ ปีที่ว่า อยู่ในการชุมนุมที่ว่า ด้วยความผิดต่าง ๆ ที่เขาได้รับตลอด ระยะเวลาที่ผ่านมา บางคนอยู่ในการชุมนุมตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ทุกวันนี้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผลกระทบที่ได้รับจากการพิพากษา ภรรยา ลูก ต้องมาชดใช้ค่าเสียหายให้กับเขา ผมยกตัวอย่าง คืออาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขณะนี้เสียชีวิตไปแล้ว หรือแม้กระทั่ง คุณสุริยะใส กตะศิลา คุณสำราญ รอดเพชร ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนอยู่ในกระบวนการนี้ทั้งสิ้น ท่านประธานลองไปถามดูเถอะครับว่าเขามีความรู้สึกอย่างไร แม้กระทั่งกลุ่มคนเสื้อแดง คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านี้ เช่นเดียวกัน ผมจึงเห็นว่ามันถึงเวลาที่สมควรแล้วที่จะต้องหันหน้าเข้าหากัน และเริ่มต้น สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นตั้งแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้บังคับใช้ แต่ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งครับ ผมเข้าใจดีถึงความรู้สึกของกลุ่มคนที่จะไม่ได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่าในอนาคต ผมเชื่อว่าเมื่อสังคมได้มีการพูดคุย และที่สำคัญกลุ่มคนเหล่านั้นได้สำนึกผิดต่อการกระทำแล้ว ผมเชื่อว่าสังคมพร้อมที่จะกลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็พร้อมที่จะ กลับมาพิจารณาฟังเหตุฟังผลกันอีกครั้งหนึ่ง เราควรจะต้องรอจนกว่าสังคมมีความพร้อม มากกว่านี้กับบางกรณี อย่าทำให้บางกรณีไปพัน พัวพันแล้วทำให้ทุกกรณีต้องตกขบวน ไปด้วย เรามีตัวอย่างของความเจ็บปวดมาแล้วเมื่อก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ขณะนั้นมีการเสนอกฎหมายแบบนี้ล่ะครับ เริ่มต้นก็ดี ผมจำผู้เสนอได้เลย คุณวรชัย เหมะ กับพวก เป็นผู้เสนอให้มีการนิรโทษกรรม เริ่มต้นดีมากครับท่านประธาน เหมือนกับแบบนี้ ล่ะครับ คือนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ของกลุ่มเสื้อเหลือง กลุ่มเสื้อแดงในตอนนั้น ก็ให้นิรโทษกรรมสำหรับกลุ่มคนทั่วไป ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ได้เป็นผู้นำ แต่ท้ายที่สุดแล้วเมื่อเข้าสู่ชั้นการพิจารณาในวาระสอง ในชั้นกรรมาธิการ สิ่งที่เกิดขึ้นและนำไปสู่การรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ คืออะไรครับ คือกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ใช้เสียงข้างมากนั่นล่ะลากพาไป แล้วก็ไปแก้ไขวัตถุประสงค์ แก้ไขหลักการและเหตุผลของต้นทางเสียหมดสิ้น ไปทำให้ผู้ที่มีความผิด เอื้อมไปถึงผู้ที่มี ความผิดในฐานทุจริตคอร์รัปชันให้ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ซึ่งสังคมรับไม่ได้ อันนี้จึงเป็น อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่าเราค่อย ๆ ทำไปในส่วนที่สังคมรับได้ เราทำไปเพื่อที่จะได้ให้มี การนิรโทษกรรม เพื่อให้มีผู้ที่ได้รับอานิสงส์จากร่างฉบับนี้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่าถ้าหากว่า ดันกันเข้าไปถึงเวลาไม่ได้สักคนเดียว แบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ ผมเห็นว่าควรจะต้องรอเวลา เมื่อเวลาเหมาะสมแล้วค่อยกลับมาพิจารณาในส่วนที่เหลือ นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกผมได้มี การเสนอร่างนี้ต่อสภา เพื่อให้สภาได้มีโอกาสพิจารณา แล้วก็ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกัน พิจารณาอย่างรอบคอบ และกรุณารับหลักการ และผมฝากนิดเดียวถึงกรรมาธิการที่กำลังจะ ตั้งขึ้น ให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนและใช้บทเรียนในอดีตที่ผมได้เล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ อย่าให้สิ่งที่ เป็นความเลวร้ายในอดีตต้องมาเกิดซ้ำกับสิ่งที่เรากำลังจะเริ่มต้น ให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับ สังคมและดีสำหรับทุกคน อย่าให้การเริ่มต้นที่ดีครั้งนี้ต้องเสียเปล่าครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ