กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ หารือเรื่องปัญหาของงบประมาณไทย โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการจ่ายเงินเท่าที่จำเป็น และไม่ลดรายได้ของประเทศ นอกจากนี้ยังแนะนำการเปลี่ยนแปลงจากงบประมาณแบบ Top-Down เป็นแบบ Bottom-up หรือ Participatory Budget โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและให้ส่วนกลางสนับสนุน นอกจากนี้ยังพูดถึงเรื่องของ Zero-Based Budgeting และขาดดุลของประเทศที่เกิดขึ้นมา 20 ปี
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ วันนี้ขออนุญาตมาร่วมอภิปรายเกี่ยวกับผลการรายงาน ที่เป็นปัญหาของงบประมาณไทย ก็อยากที่จะเสริมทางทีมของอนุกรรมาธิการเข้าไปด้วย ปัญหาหลัก ๆ ของงบประมาณของไทยถ้าเกิดท่านมองดี ๆ ก็มาจากภาระที่เรียกว่า หนี้สิน อ.เอท ขอใช้คำว่า DEBT Model วันนี้ ๔ ตัวอักษร DEBT D E B T มาจากที่ D ตัวแรก ท่านประธาน D ตัวแรกคือคำว่าหนี้สาธารณะเลยคือคำว่า Debt จริง ๆ เลย เรามีหนี้สาธารณะ ณ ปัจจุบันนี้คือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่ามันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถูกไหม ซึ่งกำแพงอยู่ที่ ๗๐ แล้ว แสดงว่าความสามารถในการจ่ายหนี้ของเรามีน้อย และนี่คือปัญหาที่ ๑
ปัญหาที่ ๒ คือเรื่องของตัว E D E B T E คือคำว่า Expenses แปลว่า ค่าใช้จ่ายครับท่านประธาน เรามีค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายเอางบประมาณล่าสุดเพราะ อ.เอท อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณของเราที่ล่าสุดปี ๒๕๖๙ ชัดเจนว่างบประมาณที่เป็นงบประจำของเรา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน เพราะฉะนั้น ๓.๗๘ ล้านล้าน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าลองคิดดูประมาณ ๒.๒ กว่าล้านล้าน เป็นงบประมาณ ประจำ มีงบดำเนินงาน งบประจำก็คือค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือน สวัสดิการต่าง ๆ งบประมาณ ที่เป็นค่าสาธารณูปโภค ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่เรารู้สึกว่าเยอะไปไหม
ต่อมามาที่ตัวที่ ๓ คือตัว B B ในที่นี้คืออะไร คือ Budget Budget ในที่นี้คือ งบประมาณที่เอาไว้ลงทุน ที่เรามีปัญหาปัจจุบันที่ประเทศเรายังไม่ไปไหนเราถึงมีปัญหา เกี่ยวกับงบ ก็เพราะว่าเรามีงบลงทุนที่ปกติแล้วต้องมากกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อก่อนนี้ ก่อนโควิด ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ พอหลังโควิดมาปริ่ม ๆ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เลย แสดงว่าเรามีปัญหาจริง ๆ กับงบประมาณในประเทศไทย เพราะเรายัง ทำแบบเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า ก็เลยนำมาสู่ตัว T สุดท้ายท่านประธาน
ตัว T สุดท้าย อ.เอท ขออนุญาตใช้คำว่า Top-Down Budget ก็คือคำว่า Top-Down Budget แปลว่าอะไร คนที่คิดคือผู้บริหารก็คือส่วนกลางถูกไหมและคนที่ทำ ก็กลายเป็นคนที่เป็น Local หรือเป็นคนที่อยู่ในท้องถิ่น เราก็ควรจะเปลี่ยนแบบที่ท่านได้ นำเสนอมา อาจจะเป็น Bottom-up หรืออีกอันเรียกว่า PB ถูกไหม ก็คือ Participatory Budget ก็คือให้ประชาชนเขาได้มีส่วนร่วมในการที่จะคิด แล้วก็ให้ส่วนกลางเป็นคน สนับสนุนแบบนี้ก็จะดีขึ้น หรือเมื่อสักครู่นี้ท่านจุลพันธ์พูด ๆ ไปล่าสุดเลยคือเรื่องของ ZBB คือ Zero-Based Budgeting ก็คือเริ่มจาก ๐ ปกติบ้านเราเกือบ ๆ ๒๐ ปี ถ้า อ.เอท จำไม่ผิดเรามี งบประมาณที่ติดลบมาตลอดเลย คือขาดดุล ขาดดุล ขาดดุล ๒๐ ปีติดแล้วไม่เคยเกินดุลเลย ถามว่าขาดดุลเยอะไหม มันดีไหม มันก็อาจจะดีบ้างและไม่ดีบ้างขึ้นอยู่กับว่านโยบายของ ภาครัฐว่าจะเน้นเรื่องของการลงทุนมากกว่าหรือเปล่า แต่เรา ๒๐ ปีมาแล้วเราขาดดุล มาตลอดแสดงว่าเราลงทุนมาพอสมควรทำไมประเทศเราถึงยังไม่ไปไหน และนี่คือสิ่งที่ อ.เอท เห็นว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลงไหม และเดี๋ยวบางทีต้องให้ทางท่านกรรมาธิการ ช่วยตอบด้วยว่าถ้าเกิดเป็นงบผูกพันทำอย่างไร Zero Budgeting สามารถผูกพันได้ไหม
และสุดท้ายนี้ อ.เอท ก็อยากที่จะนำเสนอแบบนี้ว่าประเทศเรามีนโยบาย มาเยอะแล้ว หลายรัฐบาลพยายามที่จะทำอย่างไร ก็คือ ๑. ลดรายจ่าย ๒. เพิ่มรายได้ และ ๓. กระจายอำนาจ อ.เอท มองแบบนี้ว่าลดรายจ่ายไม่ต้องลดแล้ว เอาเป็นว่าจ่ายเท่าที่ จำเป็นดีกว่า เพราะว่า อ.เอท เห็นงบประมาณในห้องอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์บางครั้งจ่ายไป ก็ไม่เหมาะสมเลยก็คือพูดง่าย ๆ จ่ายไปแล้วยังดูเละเทะอยู่ นี่คือลดรายจ่ายเปลี่ยนเป็น จ่ายเท่าที่จำเป็น ส่วนเพิ่มรายได้ อ.เอท ขออย่างนี้ขอให้ท่านเก็บรายได้ไม่ลดลงก็พอแล้ว ล่าสุด ประเทศเรา Revenue หรือรายได้ของประเทศเราลดลงด้วยซ้ำไป พูดง่าย ๆ ว่า เก็บเงินเข้ากระเป๋าไม่ได้ตามที่เราควรจะเก็บ เห็นไหมครับ และกระจายอำนาจอันนี้ทำเสียที เมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. อีกท่านหนึ่งจากอีกพรรคการเมืองหนึ่งก็บอกแล้วว่า เราควรจะเน้นเรื่องของ การกระจายอำนาจ หมายความว่าอย่างไร กระจายอำนาจแปลว่ากระจายงบประมาณ กระจายเงิน กระจายคน กระจายอำนาจ สิ่งเหล่านี้ควรจะเกิดขึ้นในการรายงานฉบับนี้ ซึ่งก็มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นขอเสริมนิดหนึ่งว่าขอให้ท้องถิ่นคิด ท้องถิ่นทำ และส่วนกลาง แค่เสริม ประเทศเราก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว ขอบพระคุณอย่างสูงครับ Respect