ขจิตร ชัยนิคม วิจารณ์ระบบงบประมาณที่ไม่มีการปฏิรูปอย่างแท้จริง โดยชี้ว่ากระบวนการจัดสรรงบประมาณปัจจุบันไร้ประสิทธิภาพและถูกผูกขาดโดยสำนักงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถตัดงบหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามความจำเป็น จึงไม่แปรญัตติและไม่อภิปราย พร้อมเสนอให้ปฏิวัติระบบงบประมาณเพื่อลดโครงการก่อสร้างที่ไม่จำเป็น และเปลี่ยนเงินไปช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่ออกนอกระบบสามารถหารายได้เองได้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุดรธานีครับ ผมขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้แล้วก็รายงานมา ถ้าสามารถทำตาม ที่ท่านเสนอมาได้ก็นับว่าวิธีการจัดงบประมาณจะได้ก้าวหน้าขึ้นเป็นการปฏิรูป แต่ถามว่า ผมพอใจไหมกับการศึกษาที่อยู่ในระบบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก ผมยังไม่พอใจครับ ถ้าท่านศึกษามาเต็มที่ผมให้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ทำไมครับ ผมขอฝากท่านประธานไปสู่ประธาน คณะกรรมาธิการและกรรมาธิการทุกท่าน ในความคิดเห็นผมการงบประมาณของประเทศนี้ จะต้องถูกปฏิวัติไม่ใช่ปฏิรูป เพราะอะไรครับ เพราะตามที่ดูมาเวลาจะทำงบประมาณ เขาก็แจ้งหน่วยงานไป การแจ้งหน่วยงานก็ทำกันง่ายมาก คุณจะผ่านการวิเคราะห์การอะไรต่าง ๆ ที่ยกขึ้นมาอ้างก็ตาม แต่ผลออกมาคือแจ้งหน่วยงานโดยบอกว่าให้เพิ่มงบประมาณขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ แล้วก็จะมารายงานสภา การรายงานสภาในสภาใหญ่ ๆ ต้องขออภัยครับไปอ่านมาตราเดียวท่านประธาน ผมหมายถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการ อ่านมาตราเดียว คุณจะรู้ว่าการพิจารณางบประมาณ ๓ วัน ๓ คืน ๔ วัน ๔ คืน ไร้ความหมาย เพราะฉะนั้นปีนี้ผมจึงไม่แปรญัตติงบประมาณและไม่อภิปรายแม้แต่คำเดียว เพราะอภิปรายไปแล้วมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ สภาผู้แทนราษฎรนี้ทำตามมติวิป ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และพรรคการเมืองก็ทำตามราชการ ท่านไปเปิดดูมาตรา ๕ งบประมาณของแต่ละปีเขาจะเขียนไว้อย่างนี้ครับผมจะยกมา แล้วผมแปรญัตติเปลี่ยนแปลงมา ๓ รัฐบาลแล้ว ในสภานี้ ๓ สมัยแล้วไม่เคยประสบความสำเร็จ เพราะทุกรัฐบาลก็ไปรักษาไว้ มาตรานี้ มาตรานี้คืออย่างไร มาตรา ๕ ครับ เปิดไปมาตรา ๕ ของงบประมาณแต่ละปี ปีนี้ด้วยครับ เขาเขียนว่าอย่างนี้ ให้กระทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินแผ่นดินตามรายการและ จำนวนเงินที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ อันนี้แปลว่าที่สภาทำกัน ๓ วัน ๓ คืนก็คือได้พระราชบัญญัติงบประมาณ มาตรา ๕ บอกว่า ให้กระทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินตามรายการต่าง ๆ ในนี้ อันนี้คือวรรคแรกครับ ต่อไป วรรคสองสำคัญมากครับ เขียนไว้อย่างไร เขียนว่า หรือตามที่สำนักงบประมาณจะจัดสรร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คนโดยประมาณ ขาดตกไม่มาก อภิปรายกัน ๓ วัน ๓ คืน เป็นรายมาตรา อดหลับอดนอนด้วย ไม่มีความหมายเกินกว่าสำนักงบประมาณ เพราะเขียน ไว้อย่างนี้ หรือตามที่สำนักงบประมาณจะได้จัดสรร เพราะฉะนั้นตามหน่วยงานไม่ว่าท้องถิ่น ไม่ว่าใครจะได้งบประมาณต้อง Deal ไปสำนักงบประมาณ แล้วก็มีเทคนิคต่าง ๆ อันนี้ผม ไม่บรรยายมันเยอะแยะเหลือเกิน แต่ว่าใครมาวิ่งก็ได้ เพราะสำนักงบประมาณไม่ต้องประชุม อะไร เป็นหน่วยงานเดียว และเวลานี้มีอำนาจมหาศาล ไปเขียนกฎหมายอะไรก็เอา ผอ. สำนักงบประมาณเข้าไปเป็นคณะกรรมการด้วยเพื่อจะได้งบประมาณ ไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งนั้น นี่อย่างไรความล้าหลัง แล้วก็เขาเขียนต่อไปว่า หรือจะได้มีการโอนเปลี่ยนแปลงตาม กฎหมาย แปลว่าการโอนเปลี่ยนแปลงก็ทำกฎหมายอีก ผ่านสภาอีก แจ้งสภาทราบอีก แต่ว่า วรรคนี้ ตามที่สำนักงบประมาณจะได้จัดสรรไม่ยอมมีใครตัดครับ ผมเป็นกรรมาธิการ งบประมาณมา ๒ สมัยแล้วจะตัดก็ไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมอ่านในรายงานของท่าน คร่าว ๆ เพราะเพิ่งแจกมาวันนี้ ก็ขออภัยว่าอาจจะไม่ละเอียดถี่ถ้วนทั้งหมด แต่ผมขออนุญาต อย่างนี้ การงบประมาณต้องปฏิวัติตามความจำเป็นของแต่ละยุคสมัยแต่ละปี พอหรือยังครับ การสร้างวัตถุโลกใบนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว มันเป็นยุคดิจิทัล ใช้ระบบเอไอ ใช้อะไรไปหมดแล้ว อิเล็กทรอนิกส์ เพราะฉะนั้นการสร้างอาคารไม่ว่าเป็นอาคารเรียน ไม่ว่าเป็นอาคารอะไร พอหรือยังครับ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ใช้ระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัยให้มันเปลี่ยนแปลง ไปสอดคล้องกับโลกใบนี้ได้หรือยังครับ มันไม่ต้องไปย้ำเรื่องการสร้างอาคาร แต่ท่านกลับไปดูสิครับ หนังสืองบประมาณเป็นตั้ง ๆ รายการก่อสร้างจำนวนมหาศาลเลิกเสียทีได้ไหม ถ้าหยุด การก่อสร้างในงบประมาณปีหนึ่ง ๆ อยู่ทุกกระทรวง สามารถเอาเงินไปช่วยชาวนาชาวไร่ คนยากคนจนได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรก็ตาม สามารถที่จะเอารายได้ทั้งหมดนี้ ไปช่วยประชาชนได้ภายในปีงบประมาณเดียวด้วยซ้ำไป เปลี่ยนได้ไหมล่ะ ท่านต้องมีข้อเสนอ แบบแนวทางปฏิวัติ อันที่ ๒ ที่ผมไม่เห็นในรายงานแต่ผมขอพูด ท่านประธานครับ หน่วยงานที่ออกนอกระบบแล้ว เช่นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ส่วนอย่างอื่นผมไม่คุ้นเพราะผมอยู่ ในวงการศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทยอยกันออกนอกระบบเพื่ออะไร ขออนุญาตท่าน ต่ออีกนิดหนึ่งยังไม่จบ นอกระบบเพื่อจะพึ่งตัวเอง เพื่อที่จะไม่ปฏิบัติตามราชการ เพื่อปฏิบัติ ตามบริษัทต่าง ๆ มีระบบการบริหารที่เป็นอิสระ แต่ว่าไม่สามารถจะหารายได้ตัวเองได้ ออกไปนอกระบบเพื่ออะไร ออกไปนอกระบบแล้วหาเงินได้หมื่นล้านบาท ของบประมาณอีก หมื่นล้านบาท ท่านไปดูสิมีเต็มไปหมดในมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแล้ว อันนี้ผมก็มี ความเห็นว่าจะต้องปฏิวัติเรื่องนี้ ท่านประธานครับ สุดท้ายไม่มีคำอธิบาย แต่ว่าต้องเพิ่ม งบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. มีเงินที่จะไปพัฒนาหมู่บ้านละ แสนสองแสนได้ประโยชน์อะไรครับ ต้องเพิ่มเข้าไป ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อไรจะได้ เขียนไว้ว่า ไม่เกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ไปถึง ๒๙ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง เพราะมันมากระจุกอยู่ที่ ส่วนกลาง วันนี้งบท้องถิ่นก็อยู่ที่กรมใช้ไม่ได้ครับ ต้องเปลี่ยนระบบนี้หมด นี่คือสิ่งที่ผมได้ แสดงความคิดเห็นในเวลาค่อนข้างที่จะจำกัด ขอบคุณครับ