บรรลูน ศิริสิงห์สังชัย เสนอรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของสำนักงาน กกต. ปี ๒๕๖๖ โดยระบุว่าผลการตรวจสอบแสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข ชี้ให้เห็นว่ารายจ่ายงบกลางมีเงินเหลือจ่ายจำนวนมาก รวมถึงรายจ่ายลงทุนที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่มีเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีสูงถึงร้อยละ ๕๑.๘๖ พร้อมทั้งระบุปัญหาความไม่ตรงกันของข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณปี ๒๕๖๖ จากแหล่งต่างๆ และข้อบกพร่องในการรายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงสัญญาจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่เป็นไปตามแผน พร้อมเสนอแนะให้แก้ไขเพื่อควบคุมการใช้จ่ายให้เป็นไปตามแผนและสอดคล้องกับความเป็นจริง นอกจากนี้ บรรลูน ศิริสิงห์สังชัย ยังนำเสนอรายงานผลการประเมินโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน กกต. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ โดยชี้แจงรายละเอียดจำนวนโครงการและเงินงบประมาณ พร้อมทั้งระบุปัญหาการดำเนินงาน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน บรรลูน ศิริสิงห์สังชัย รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับมอบหมายจากท่านผู้ว่าการตรวจ เงินแผ่นดิน ในฐานะผู้สอบบัญชี ซึ่งตรวจสอบรายงานการเงินและรายงานประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือสำนักงาน กกต. ขอเสนอรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และรายงานประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนี้
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรายงานการเงินของสำนักงาน กกต. สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ผลการตรวจสอบแสดงความเห็นอย่างไม่มี เงื่อนไข รายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ รายละเอียดมีดังนี้
ส่วนที่ ๑ การประเมินผลการใช้จ่ายเงิน สำนักงาน กกต. มีแผนการใช้จ่าย งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ รวมทั้งสิ้นจำนวน ๘,๐๑๔.๕๙ ล้านบาท มีการเบิกจ่ายรวมทั้งสิ้น จำนวน ๖,๑๑๘.๕๔ ล้านบาท มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแบบมีหนี้จำนวน ๑๔๓.๖๒ ล้านบาท และมีงบประมาณคงเหลือจำนวน ๑,๗๕๒.๔๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๑.๘๗
รายจ่ายงบกลางเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปได้รับจัดสรรจำนวน ๔,๗๐๒.๒๓ ล้านบาท มียอดเบิกจ่าย ๓,๕๙๔.๑๖ ล้านบาท มีเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีแบบมีหนี้ จำนวน ๑.๗๒ ล้านบาท และมีเงินเหลือจ่ายจำนวน ๑,๑๐๖.๓๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๕๓ ของรายจ่ายงบกลาง จะเห็นได้ว่างบกลางมีเงินเหลือจ่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เป็นรายได้ ที่ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น
รายจ่ายลงทุนค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างมีแผนการใช้จ่าย จำนวน ๒๓๗.๘๖ ล้านบาท มียอดเบิกจ่าย ๘๐.๑๖ ล้านบาท มีเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีแบบมีหนี้ จำนวน ๑๒๓.๓๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๘๖ และมีเงินเหลือจ่ายจำนวน ๓๔.๓๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๔๔ จะเห็นได้ว่ามีเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีแบบมีหนี้สูงถึงร้อยละ ๕๑.๘๖
นอกจากนี้ยังพบว่าการรายงานผลการใช้จ่ายเงินในการดำเนินโครงการตาม แผนยุทธศาสตร์ปี ๒๕๖๖ มีข้อมูลการเบิกจ่ายจาก ๓ แหล่งไม่ตรงกัน กล่าวคือ ๑. รายงาน ข้อมูลจากฐานะเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๒. ข้อมูลจาก รายงานผลการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และ ๓. ข้อมูลที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินสอบถามสำนักงาน กกต. ซึ่งข้อมูลทั้ง ๓ แหล่ง ไม่ตรงกัน กรณีนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อจำนวนเงินเหลือจ่าย ที่จะนำไปวางแผน การปฏิบัติงานในปีต่อไป
เรื่องต่อไปจะเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ตามแบบ สงป. ๓๐๑ อาจไม่ถูกต้อง เนื่องจากผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดบางแผนงาน ยุทธศาสตร์มีที่มาของข้อมูลในการคำนวณผลการปฏิบัติงานไม่เพียงพอ สตง. ได้ให้ ข้อเสนอแนะผู้บริหารของสำนักงาน กกต. ดำเนินการควบคุมดูแลให้การใช้จ่ายเงิน งบประมาณเป็นไปตามแผน เพื่อไม่ให้มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีจำนวนมาก และในการ ขอรับการจัดสรรงบประมาณควรให้วงเงินสอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด
ส่วนที่ ๒ การประเมินผลการจัดการทรัพย์สิน จากการประเมินผลพบว่า มีการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดจำนวน ๒๙ รายการ รวมทั้ง ระหว่างปีสำนักงาน กกต. ส่วนภูมิภาคยังไม่มีการรายงานแผนและผลการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นรายไตรมาส นอกจากนี้ยังพบว่าไม่ได้จัดทำรายงานการตรวจสอบพัสดุประจำปี ในภาพรวมเพื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง สตง. ได้ให้ข้อเสนอแนะ ผู้บริหารของสำนักงาน กกต. ดำเนินการควบคุมดูแลให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบติดตาม การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด
ลำดับต่อไปส่วนที่ ๓ การประเมินผลการบริหารโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ ของสำนักงาน กกต. มีการจัดทำแผนเพื่อดำเนินโครงการหรือกิจกรรมในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๒๓ โครงการ ๔๔ กิจกรรม จำนวนเงินร่วม ๒๙๐.๑๑ ล้านบาท โดยมีผลการ ดำเนินงานแล้วเสร็จ ๘ โครงการ ๒๔ กิจกรรม มีโครงการไม่สามารถดำเนินการได้ ๒ โครงการ ๓ กิจกรรม และมีโครงการที่ยกไปดำเนินการในปีถัดไป ๑๓ โครงการ ๑๗ กิจกรรม รวมโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ตามแผนที่ กำหนดจำนวน ๑๕ โครงการ ๒๐ กิจกรรม คิดเป็นร้อยละ ๖๕.๒๒ ของแผนค่ะ
นอกจากนี้จากการตรวจสอบการติดตามและประเมินผลโครงการพบว่า ยังไม่มีแนวทางการประเมินผลโครงการ สตง. ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บริหารของสำนักงาน กกต. ดำเนินการให้ผู้รับผิดชอบในการจัดทำการโครงการต่าง ๆ ให้พิจารณาด้วย ความรอบคอบถึงความพร้อม ความเป็นไปได้ของการดำเนินการโครงการและมีการ วางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งหมดนี้เป็นรายงานผลการตรวจสอบของสำนักงาน กกต. จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอบพระคุณค่ะ