จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ยืนยันว่ามีงบประมาณเพียงพอสำหรับปีการศึกษา ๒๕๖๘/๑ และชี้แจงปัญหาความล่าช้าในการประสานงานระหว่างสถาบันการศึกษากับกองทุน กยศ. พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหากรณี ม.อ. ปัตตานี ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตอบกระทู้ถามของท่านปารมี อาจารย์จวง ก็ยินดีมาตอบ อาจจะเป็นกระทู้สุดท้าย เพราะว่า สัปดาห์หน้าอาจจะลงไปนั่งข้าง ๆ แล้วไปถามกระทู้กับท่านก็ได้ แต่ว่าวันนี้มีภาระหน้าที่ ก็มาตอบตามหน้าที่ แล้วก็หากมันเป็นปัญหาค้างคาก็คงจะต้องมีวิธีการในการส่งมอบ แล้วก็แน่นอนว่าคงจะต้องมีท่านใหม่มาดำเนินการให้ครบถ้วนในกรณีนั้น ๆ คำถาม ของท่านเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของ กยศ. ซึ่งเราก็ใช้เวทีในสภาได้มีการพูดคุยกันมาหลายครั้ง ผมยืนยันเหมือนเดิม อย่างแรกรัฐบาล ผมเชื่อว่าไม่ว่าชุดใดก็ตามสุดท้ายเรื่องของการศึกษา ซึ่งเป็นการสร้างบุคลากรของชาติ เป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เป็นการ ที่จะพัฒนาคน ไม่มีรัฐบาลที่ไหนที่จะละทิ้งละเลย สุดท้ายงบประมาณมันจำเป็นต้องใช้เท่าไรเราก็ต้องไปหามาจนได้นั่นละ ที่ผ่านมารัฐบาล ชุดของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้มีกระบวนการในการผันเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งเรื่องของงบกลาง ทั้งเรื่องของเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของการแปรญัตติงบประมาณ ในชั้นของกรรมาธิการงบประมาณ รวม ๆ กันแล้วประมาณหมื่นกว่าล้านบาทแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าประมาณตัวเลข ก็เป็นการเติมเงินเข้ามาเพื่อที่จะยืนยันว่าน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาจะสามารถเข้าถึงเงินทุน เพื่อที่จะดำรงชีวิต เพื่อที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่าย ในเรื่องของการศึกษาได้อย่างครบถ้วน
คำถามที่ ๑ ของท่าน ท่านถามถึงเรื่องนักเรียนกลุ่มที่เป็นทั้งกลุ่มเลื่อนชั้นปี ทั้งเป็นกลุ่มนักเรียนที่เป็นกลุ่มผู้กู้ใหม่ว่ายังเหลืออีกประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ราย จะนำเงิน ที่ไหนมาดำเนินการในการช่วยเหลือในการให้กู้ยืม ยืนยันตอนนี้สภาพคล่องอย่างที่ผม ได้เรียนเมื่อสักครู่ มีกลไกในการบริหารจัดการด้านงบประมาณ ทั้งงบกลาง ทั้งกลไกต่าง ๆ เงินกระตุ้นเศรษฐกิจเดียวโอนเข้าสู่กองทุน กยศ. เป็นที่เรียบร้อย ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้สภาพคล่องตัว กยศ. เองก็มีอยู่ราว ๘,๐๐๐ ล้านบาท มิได้หมายความว่าไม่มีเงินที่จะ ดำเนินการในขณะนี้ แต่ขณะนี้เป็นปัญหาเรื่องของการที่ต้องดำเนินการระหว่าง สถาบันการศึกษากับตัวกองทุน กยศ. เอง เป็นปัญหาในเรื่องของการ Coordination เรื่องของการบริหารจัดการระหว่างกัน ซึ่งจะต้องทำเอกสาร ทำรายละเอียดให้ครบ วันนี้ ก็มีการประสานไปยังสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องของผู้กู้กลุ่มนี้ ให้ครบถ้วน ผมยืนยันตรงนี้เบื้องต้นก่อนนะครับ ปีการศึกษา ๒๕๖๘/๑ งบประมาณ มีเพียงพอสำหรับนักเรียนทุกคนเรียบร้อย ที่ผมดำเนินการมาถึง ณ จุดนี้เรียบร้อย ทุกคน ยกตัวอย่างที่เป็นตามหน้าข่าว อย่างเช่นเรื่องของ ม.อ. ที่ปัตตานี ก็มีปัญหาในเรื่อง ใกล้เคียงกัน วันนี้สิ่งที่เราดำเนินการเราก็บอกว่าในส่วนนั้นใช้งบประมาณจากเงิน ๓,๑๐๐ ล้านบาท มาจากในส่วนของเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ๓,๑๐๐ ล้านบาท เงินมีการ ประสานงานไม่เรียบร้อย สิ่งที่เราดำเนินการเราก็ยืนยันว่า ๓,๑๐๐ ล้านบาทที่สำหรับผู้กู้ อย่างเช่นที่ ม.อ. ปัตตานีที่เป็นข่าว เราต้องดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ เพื่อกันหากมีข้อผิดพลาดกรณีใด ๆ ก็ตาม มีการขยายกรอบเวลา ในการดำเนินการให้ถึงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ซึ่งเป็นข้อสั่งการ แล้วก็เป็นการประสานงาน ระหว่างสถาบันการศึกษากับทาง กยศ. เอง ซึ่งแนวปฏิบัตินี้ก็คงจะได้ใช้กับหลาย ๆ สถาบัน การศึกษาทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นผมยืนยันกับท่านครับ ให้กำลังใจน้อง ๆ หากใครอาจจะ ตกใจ อาจจะรู้สึกว่าไม่มั่นคง กลไกในเรื่องของงบประมาณ โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๘ ที่เราทำ มีเพียงพอสำหรับน้อง ๆ ทุกคน ๒. ก็คือในกรณีที่มันล่าช้าหรืออะไรก็ตาม ยืนยันนะครับ ทาง กยศ. เองก็ทำงานประสานงานกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และแน่นอนว่า สถาบันการศึกษาทั่วประเทศก็อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐ กลไกในเรื่อง ของการชำระ ในเรื่องของการที่จะต้องมากู้ยืมกับ กยศ. จะต้องไม่เป็นปัจจัยที่ทำให้เขา หรือใครก็ตามหลุดออกจากระบบการศึกษา ผมยืนยันตรงนี้ได้ มันจะช้าบ้าง มันจะอะไรบ้าง มันก็กระทบกับสถาบันการศึกษา แต่ต้องไม่กระทบกับตัวนักเรียนและนักศึกษาใด ๆ อันนี้ ในประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ท่านพูดถึงวินัยทางการเงินของนักเรียนที่จบการศึกษาไปแล้ว หมายถึงกระบวนการของ กยศ. เองในการที่จะไปทวงถาม ในการที่จะไปติดตาม เราเอง ท่านก็รู้ดีว่าตอนนี้มันมีประเด็นปัญหาอยู่ในเรื่องของอัตราเบี้ยปรับ ในเรื่องของการที่จะ ฟ้องร้องเอาผิดไม่ได้ ในเรื่องของการที่ผู้ค้ำให้ดึงออก เราดำเนินการครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อ ดำเนินการครบถ้วนมันก็เกิดสิ่งที่ทางทางเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า Moral Hazard ก็คือ สิ่งที่ว่าตัวเลือกในการชำระคืน เมื่อบททำโทษมันน้อยที่สุดก็คือเงินกู้ยืมของ กยศ. หลายครั้งก็เป็นตัวเลือกสุดท้ายของผู้กู้ ที่จะมาชำระ แน่นอนเขาก็ไปชำระหนี้บัตรเครดิตดอกสูงกว่า ไปชำระหนี้ในเรื่องของรถ เพราะว่าเขากลัวโดนยึด แต่ในส่วนของหนี้ กยศ. นี้บทลงโทษเทียบแล้วมันเบาบาง เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่เราดำเนินการก็คือสร้างกลไก สร้างจิตสำนึก และที่สำคัญเราก็มี การพูดคุยกันว่าเราจะดำเนินการอย่างไร อย่างเช่น เรื่องของการบอกว่าอาจจะต้องมีการใช้ กลไก เคยดำเนินการในอดีตเราก็กำลังพิจารณาอยู่ในการที่จะให้มีกลไกในการไปทวงถาม เพื่อที่การรับเงินคืนมันจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะหาก กยศ. เองซึ่งเมื่อมี การปรับเปลี่ยนตัว พ.ร.บ. มาเมื่อประมาณ ๓-๔ ปีที่แล้ว หากเราไม่สามารถไป Collect หรือไปเก็บเงินจากนักศึกษาผู้กู้เก่าได้ สุดท้าย กยศ. จะไม่สามารถเป็นกองทุนที่จะสามารถ Sustain หรือว่าสามารถดำรงความเป็นกองทุนอยู่ได้ด้วยตนเองโดยที่ไม่พึ่งพางบประมาณ ของรัฐ เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องสร้างกลไกในการที่จะทำให้ กยศ. สามารถเดินหน้าได้ มีการพูดคุยหลายอย่างครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าในกรรมาธิการของท่านก็มีการพูดคุยในเรื่องของ การหยิบยกเรื่อง กยศ. ไปถก เช่น เรื่องของการว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ไปติดตามหนี้สินให้มี ประสิทธิภาพขึ้น เรื่องของการที่จะนำเอาเรื่องของ กยศ. เข้า Credit Bureau อันนี้คุยกัน จริง ๆ ผมเองก็เรียนตรง ๆ ว่ายังไม่ได้มีการตัดสินใจนะครับ แต่เราก็บอกว่าด้วยกลไก ที่มีอยู่นี้เราต้องสร้างกลไกที่ทำให้ กยศ. สามารถที่จะคงอยู่ได้โดยที่ไม่กระทบ ในเรื่องของ การ Recall หรือการคำนวณใหม่ตัวเลขต่าง ๆ ก็ยอมรับความจริงครับ ผมเองก็เคยคุยกับ ท่านด้านนอกที่ไม่เป็นทางการว่าผมหนักใจเหมือนกัน เพราะว่าขึ้นระบบมาหลายครั้ง ก็เกิดปัญหา ผมเองไม่ได้อยู่ในกลไกในการไปนั่ง Test ระบบกับเขา ผมก็เรียนตรง ๆ ท่านก็คงทราบเพราะว่าบทบาทหน้าที่ของความเป็นผู้บริหารมันไม่ใช่ แต่ว่าพอมันขึ้นระบบ มาแล้วผมก็ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเกิดความผิดพลาดขึ้นมาจริง ๆ ในอดีต ในข้อสั่งการในวันนี้เราก็บอกว่ายุติเรื่องของการ Go Live Go On อะไรต่าง ๆ ที่จะขึ้นระบบ ทั้งหมด จนกว่าท่านจะมั่นใจว่าระบบมันเสถียรจริง จนกว่าท่านจะมั่นใจว่าตัวเลขที่ท่านขึ้น ไปนี้มันถูกต้อง ก็มีการยุติไป เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมามีการ Go Live อีกครั้งหนึ่ง ดำเนินการ ไปรอบแรก ๔๐๐,๐๐๐ ราย ไม่ได้ยินเสียงสะท้อนในเชิงลบ มาถึงวันนี้ก็เป็นที่น่ายินดีว่า น่าจะเป็นข้อมูล Recall ที่ถูกต้องขึ้น มาถึงวันนี้ครับขึ้นระบบไปแล้ว ๙๐๐,๐๐๐ รายครับ ก็ยังรอรับฟังเสียงสะท้อนจากน้อง ๆ ผู้กู้ในอดีตที่ว่าระบบเขาถูกต้องหรือไม่ มีข้อผิดพลาด หรือไม่อย่างไร ภายในสัปดาห์หน้า ๘๐๐,๐๐๐ รายที่เหลือก็จะขึ้นสู่ระบบฝากท่านช่วย ติดตาม วันนี้ถ้าระบบทั้งหมดครบถ้วน กลไกในการที่จะเรียกเก็บเงินคืนจากผู้กู้รายเก่า ก็จะสามารถเดินหน้าได้อีกครั้งหนึ่ง เพราะนี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำรงอยู่ของกองทุน กยศ. ซึ่งเป็นกองทุนหมุนเวียนจริง ๆ ก็ช่วยกันติดตามนะครับ ผมเองก็ได้ดำเนินการครบถ้วน ตามที่ได้เรียนไป ก็หวังว่าเป็นหนทางที่จะสามารถแก้ไขได้ในระดับเฉพาะหน้า เพราะว่า เราจะต้องมาคุยกันในเชิงลึกอีก ในเรื่องรายละเอียดของการบริหารจัดการตัวเงินเพื่อที่จะ ไม่เป็นภาระต่องบประมาณต่อไปในระยะยาว ระยะกลาง ก็ขออนุญาตตอบ ๒ คำถามแรก ของท่านอาจารย์จวง ท่านปารมีตามนี้ครับ ขอบคุณครับ