ปารมี จี้ กยศ. แก้วิกฤต 160,000 ราย ไม่ได้รับเงินกู้เร่งด่วน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กันยายน ๒๕๖๘

ปารมี ไวจงเจริญ ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องวิกฤตการอนุมัติเงินกู้ กยศ. ที่ล่าช้าทำให้ผู้กู้กว่า ๑๖๐,๐๐๐ ราย โดยเฉพาะรายใหม่และเลื่อนระดับ ไม่ได้รับเงินก่อนปิดเทอม และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาวิธีแก้ไขโดยด่วนพร้อมงบประมาณฉุกเฉิน

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ เมื่อสักประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนที่ดิฉันจะเข้ามาเพื่อเตรียม กระทู้ถามสด เรื่องปัญหา กยศ. นี้ ดิฉันได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งค่ะท่านประธาน จากนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โทรศัพท์มาร้องไห้ เพราะว่าทาง มหาวิทยาลัยกำลังจะขอให้จ่ายค่าเทอมของเทอมที่ ๑ ในปีการศึกษา ๒๕๖๘ เพราะเขายื่นกู้ กยศ. ไป แต่ กยศ. ยังไม่อนุมัติ เขาโทรมาร้องห่มร้องไห้ดิฉันสะเทือนใจมากค่ะท่านประธาน แต่นี่ไม่ใช่เคสแรกที่โทรศัพท์มาร้องไห้นะคะ มีนักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ กยศ. ในปีนี้อีกมากมาย ที่ร้องเรียนดิฉันมายังช่องทางติดต่อของดิฉันทุกช่องทาง ปีนี้หนักหนาสาหัสจริง ๆ เพราะว่า ยังมีผู้กู้ที่ไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้จาก กยศ. ๑๐๐,๐๐๐ กว่าราย ตัวเลขกลม ๆ ที่ดิฉันได้มา ในตอนนี้น่าจะถึง ๑๖๐,๐๐๐ ราย ตัวเลขเหล่านี้ดิฉันได้มาจากตัวดิฉันเป็นที่ปรึกษา ในคณะอนุกรรมาธิการแก้ไขและพัฒนา กยศ. ที่มีท่าน สส. จุลพันธ์ สส. นนทบุรี พรรคประชาชนเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ทำให้ดิฉันรู้สึกเสียใจมากและนี่เป็นเรื่อง เร่งด่วน จึงต้องมาตั้งกระทู้ถามสดไปถึงท่านรัฐมนตรีว่ากกระทรวงการคลัง และวันนี้ก็ได้ ท่านจุลพันธ์มาช่วยตอบ ปัญหานี้วิกฤติมาก ๆ ที่ยังมีผู้กู้ไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้เป็น ๑๖๐,๐๐๐ ราย ก็ขออนุญาตท่านประธานสักเล็กน้อยว่าในจำนวนผู้กู้ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าราย ที่ไม่ได้ รับอนุมัติเงินกู้อาจจะแบ่งเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มเลื่อนระดับ เลื่อนระดับคือ เช่นจาก ม. ๖ ไปปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย เปลี่ยนระดับจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปอุดมศึกษา หรือเปลี่ยนจาก ปวช. ไปเป็น ปวส. อันนี้จะยังไม่ได้รับเงินกู้อยู่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าราย และอีกกลุ่มหนึ่งที่จริง ๆ แล้วจำนวนเยอะกว่าและสาหัสกว่าด้วยก็คือ ผู้กู้รายใหม่เลย เป็นรายที่ไม่เคยกู้มาก่อน และปีนี้ผู้กู้รายใหม่ก็สูงค่อนข้างมากที่จะยังไม่ได้ รับอนุมัติเงินกู้ยังรออยู่ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าราย ทั้ง ๒ ตัวเลขรวมกันดิฉันว่ามาก เป็นปัญหาที่หนักมาก เพราะว่าจากข้อมูลที่ดิฉันได้จากคณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหา กยศ. ปีที่แล้วยังไม่วิกฤติเท่านี้ค่ะท่านประธาน ข้อมูลจาก กยศ. ว่าปีที่แล้วนักเรียน นักศึกษา ที่ยื่นขอกู้ได้รับหมดเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปีนี้ไม่น่าเชื่อยังมีผู้ตกค้างรออนุมัติ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าราย เป็นจำนวนสูงมาก และที่สำคัญ ณ วันนี้ใกล้จะปิดเทอม เทอม ๑ แล้วนะคะท่านประธาน และงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ก็กำลังจะสิ้นสุดแล้ว ดิฉันว่ามันเป็น ปัญหาที่เร่งด่วนจนไม่รู้จะเร่งด่วนอย่างไร พอดีเรื่องเกี่ยวกับปีการศึกษากับปีงบประมาณ ของประเทศไทยมันมีความเหลื่อมกันอยู่ด้วย เพราะปีการศึกษาของนักเรียน นักศึกษา ถ้าเป็นนักเรียนมัธยมจะเริ่ม ๑๖ พฤษภาคม ส่วนถ้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ใช้ เปิด ปิดระบบไทยจะเริ่ม ๑ มิถุนายน แต่ปีงบประมาณไทยเราจะเริ่ม ๑ ตุลาคม มันเลยมี ความเหลื่อม ดิฉันจึงเห็นว่านี่เป็นเรื่องด่วนมาก ที่ฝากท่านประธานถึงรัฐบาลต้องเร่งแก้ ดิฉันขอถาม คำถามที่ ๑ สั้น ๆ เลยนะคะท่านประธานว่านักเรียน นักศึกษา ประเภททั้งเลื่อนระดับ และประเภทผู้กู้รายใหม่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าก็คือตัวเลขกลม ๆ สัก ๑๖๐,๐๐๐ ราย ที่ยังไม่ได้ รับอนุมัติเงินกู้จาก กยศ. ท่านรัฐมนตรีมีวิธีแก้ไขโดยด่วนอย่างไรคะ ท่านหางบฉุกเฉินมาช่วย ได้ไหมคะ ตอนนี้นักเรียน นักศึกษาเขาร้องไห้กันมากมาย นี่เป็นคำถามที่ ๑ อยากจะ ขอทราบวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ขอให้ท่านรัฐมนตรีตอบอย่างชัดเจนเลย ตอนนี้ นักเรียน นักศึกษาที่รอเงินกู้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่ารายนี้รอคำตอบจากท่านรัฐมนตรีอยู่ทั่วประเทศ และดิฉันขอพ่วงคำถามที่ ๒ ไปเลยนะคะ

คำถามข้อที่ ๒ คือมีคนพูดกันเยอะมากเกี่ยวกับเรื่องวินัยทางการเงินของรุ่นพี่ ที่กู้ไปแล้ว ตอนนี้ยังมีบางส่วนที่ไม่ยอมชำระเงินเข้ามา คือประเด็นเรื่องวินัยทางการเงิน ของรุ่นพี่เราต้องพูดให้ลงลึกถึงต้นเหตุจริง ๆ ต้นเหตุจริง ๆ ส่วนหนึ่ง ดิฉันขอเน้นย้ำว่า ส่วนหนึ่งมาจากความน่าเชื่อถือของ กยศ. ด้วย จริง ๆ กยศ. มีปัญหาผิดพลาดหลายครั้ง แต่ในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีความผิดพลาดใหญ่มาก ๆ เอาที่ดิฉันจำได้ ณ ตอนนี้คือ ๑๘ กรกฎาคมที่ผ่านมา กยศ. หักเงินซ้ำ เป็นความผิดพลาดใหญ่แล้วก็สร้างความ ตื่นตระหนก และที่สำคัญทำให้ผู้กู้ทั้งหลายหมดความน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็น สาเหตุหนึ่งที่ผู้กู้บางรายก็เลยอาจจะยับยั้งชั่งใจว่าชำระหนี้ไปแล้วจะผิดพลาดหรือไม่ หนี้ของเรา จะสูญหรือไม่ ไม่ขึ้นว่าชำระแล้วในระบบหรือเปล่า ซึ่งดิฉันเห็นว่าเหตุผลนี้จริง ๆ ไม่ใช่ เหตุผลที่จะนำมาใช้ในการไม่ชำระหนี้ แต่ท่านต้องอย่าลืม อย่าลืมว่าก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง ที่ระบบการเก็บข้อมูลของ กยศ. มีความล้มเหลว ดิฉันขอใช้คำนี้เลยว่าล้มเหลว เพราะว่า แม้ว่าดิฉันอภิปรายและผลักดันเรื่องการที่ กยศ. หักเงินซ้ำ หรือ Application ต่าง ๆ ที่คำนวณยอดหนี้ กยศ. ก็ล้ม คือล่มหลายครั้ง ต้องมาคอยแก้กันเป็นครั้ง ๆ จนถึง ณ วันนี้ เมื่อวานซืนนี้ก็ยังมีคนร้องเรียนมายังดิฉันว่าชำระกู้ไปแล้วแต่ App ไม่ Update ข้อมูล ที่ชำระไปทำให้ผู้กู้เขาขาดความเชื่อมั่นว่าเขาจ่ายไปแล้ว หนี้เขาเท่าเดิมได้อย่างไร อย่างนี้ เป็นต้น อันนี้มันเป็นสิ่งที่ทำให้ กยศ. ขาดความน่าเชื่อถือ อันนี้เป็นต้นเหตุสำคัญอันหนึ่ง ถ้า กยศ. ต้องการจะทำงานเชิงรุกที่ให้ผู้กู้รุ่นพี่ได้ชำระเงินคืนกลับมายัง กยศ. เพื่อส่งต่อ โอกาสทางการศึกษาให้รุ่นน้อง กยศ. ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพภายในของตัวเองเสียก่อน ระบบการเก็บข้อมูล การรับชำระหนี้ การตัดยอดหนี้ ตัดเงินต้นต่าง ๆ ต้องนิ่ง ต้องเสถียร เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๒ ท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ คำถามที่ ๒ นี่คือ สั้น ๆ เลยค่ะ เมื่อไรระบบข้อมูล กยศ. จะเสถียรและมีประสิทธิภาพสักทีคะ ขอเป็น ๒ คำถามแรกนี้ก่อนค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ