สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กันยายน ๒๕๖๘

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือเรื่องสารพิษที่แพร่กระจายและขอให้รัฐมนตรีช่วยว่าการธีรรัตน์ ยกระดับการตระหนักรู้และป้องกันสารพิษ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เสนอแนะร่างกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษ และเรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งออกกฎหมายนี้เพื่อสุขภาพของประชาชน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความยั่งยืนของประเทศ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ดอกเตอร์ฉลาด ขามช่วง ที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมุกดาหารครับ ท่านประธานที่เคารพ สายัณห์ สัญญา เคยร้อง และกล่าวไว้ว่า ไปเถิดทั้งคู่ ไปสู่ประตูสวรรค์ น้ำสังข์ที่หลั่งลงพลัน ด้วยมือพี่หลั่งรดให้ ผมพูด เรื่องนี้ไม่ได้อธิบายปรากฏการณ์ทางการเมือง แต่ผมพูดเรื่องสารพิษนี่ล่ะว่าสารพิษ เราจะปล่อยให้ไหลไปแบบน้ำสังข์ไร้การควบคุมไม่ได้ เราต้องมี Report ต้องมีรายงานว่า สถานการณ์สารพิษสังคมต้องตระหนักและรับรู้ร่วมกันว่าเกิดตรงไหน แพร่กระจาย ไปตรงไหน อย่างไร แล้วถ้าเราปล่อยไปแบบไร้การควบคุมเราไม่ทราบเลยว่าน้ำที่เราดื่ม มีสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ อาหารที่เรารับประทานเข้าไป ผลิตภัณฑ์ สินค้าเกษตรที่เราบริโภค เข้าไปนั้นมีสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ หรือแม้แต่อากาศที่เราหายใจมีสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ ผมนั่งข้าง ๆ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ท่านให้กำลังใจเรื่องนี้ว่า กระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในแต่ละท้องถิ่นนั้นจะต้องยกระดับในการ ตระหนักรู้และป้องกันสารพิษ ผมนั่งข้าง สส. บอล เป็น สส. จากฆ้องชัย กาฬสินธุ์ครับ สส. พลากร พิมพะนิตย์ บอกว่าพี่น้องชาวฆ้องชัย กาฬสินธุ์ เป็น Model ซึ่งไม่ใช่ Model ที่เป็นต้นแบบในทางที่ดีครับ มีปัญหาการแพร่กระจายของสารพิษ แต่พี่น้องประชาชนนั้น อาจจะรับรู้ได้ช้ากว่าความเป็นจริง

ท่านประธานที่เคารพ ผมมี Model ๕ ต้นแบบจากประเทศชั้นนำของโลก เขาบริหารจัดการ เขา Report รายงานและควบคุมความเคลื่อนไหวของสารพิษอย่างไร

Model ที่ ๑ สหรัฐอเมริกา เขาเป็นต้นแบบการรายงาน ซึ่งให้สถานประกอบการ ต้องรายงานสารพิษในทุกไตรมาส และสามารถติดตาม ตรวจสอบ ควบคุมผ่านทางออนไลน์ได้ แปลว่าทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ Model นี้เป็นข้อมูลสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกัน คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน

แบบประเทศที่ ๒ เป็นกลุ่มสหภาพยุโรป ๒๗ ประเทศ จุดเด่นของเขาก็คือ มีความโปร่งใสในการป้องกันการแพร่กระจายของสารพิษข้ามพรมแดนครับ เพราะมลพิษ มันไม่รู้ว่ามีเขตแดนอยู่ก็แพร่กระจายไปทั่ว ดังนั้นสหภาพยุโรปเขาจึงใช้หลักการสิ่งแวดล้อม เป็นสมบัติร่วมกันของมวลมนุษยชาติครับ

ไปที่ญี่ปุ่นครับ เป็นประเทศต้นแบบในเอเชียที่เขาบริหารจัดการรายงาน ความเคลื่อนไหวของสารพิษ รัฐบาลญี่ปุ่นเขาบังคับให้มีการรายงานและกำจัดมาตรการตั้งแต่ ต้นทาง แสดงปรัชญาของญี่ปุ่นที่ว่าคุณภาพคือการควบคุมทุกกระบวนการ

Model ที่ ๔ ไปที่แคนาดาครับ เขาเปิดเผยข้อมูลให้มี Mapping System แสดงตำแหน่งการปล่อยมลพิษว่าอยู่ตรงไหน อย่างไร จุดเด่นคือการเข้าถึงอย่างเป็นมิตร ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย และเป็นแบบอย่างว่ารัฐนั้นต้องไม่เพียงเปิดเผยข้อมูล แต่รัฐต้องเปิด แล้วให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลอย่างละเอียดครับ

Model ที่ ๕ เกาหลีใต้ครับ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยง Big Data กับระบบ ตรวจวัดแบบ Real-time อธิบายให้เห็นภาพชัด ๆ ก็คือว่าอยู่มุมไหนก็สามารถกดติดตาม ตรวจสอบการเคลื่อนตัวหรือการไหลของสารพิษได้ และเกาหลีใต้มุ่งเน้นไปสู่การสร้าง Green Industry คือโรงงานสีเขียว อุตสาหกรรมสีเขียว ที่เขาสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ผมยก ๕ Model มา เพื่อจะบอกว่าบทเรียนที่ประเทศไทยควรจะถอดและเอามาเป็น Model ต้นแบบในร่างกฎหมายฉบับนี้ Model จากสหรัฐอเมริกาก็คือความโปร่งใสสูงสุด ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ Model จากสหภาพยุโรปมาตรฐานเดียวกัน โปร่งใส ป้องกัน แม้สารพิษจะข้ามแดน Model ที่ ๓ จากญี่ปุ่น ใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นำไปสู่การป้องกัน และพัฒนาคุณภาพอุตสาหกรรม เพื่อมวลมนุษยชาติ Model ที่ ๔ แคนาดาครับ เน้นการ สื่อสารให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและตรวจสอบได้ง่าย Model ที่ ๕ เกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยีทันสมัยสร้างอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้ผลิตภัณฑ์ ในเกาหลีใต้นั้น สามารถแข่งขันได้ในระดับโลกครับ จากบทเรียนที่ว่านี้คำถามสำคัญต่อไป ก็คือว่าเหตุผลอะไรที่ไทยต้องเร่งในการออกกฎหมายนี้ครับ ๑. เพื่อสุขภาพของประชาชน ลดโรคเรื้อรังจากมลพิษ ๒. เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน นักลงทุนสากลให้ความสำคัญ ๓. เพื่อความยั่งยืนของประเทศ ดิน น้ำ อากาศ คือทุนชีวิตของลูกหลานไทย ๔. เพื่อสิทธิ ประโยชน์ในการรับรู้ ประชาชนทุกคนต้องรู้ว่าตนเองนั้นกำลังเผชิญกับอะไรและเป็นสิทธิ อันชอบธรรมที่ประชาชนพึงรู้ครับ ผมสรุปทิ้งท้ายนิดเดียวครับ มหาตมะ คานธีกล่าวไว้ว่า โลกของเรานั้นอุดมสมบูรณ์ครับ เรามีทรัพยากรเพียงพอกับคนทุกคนบนโลกใบนี้ ยกเว้น เสียแต่ว่าคนบางกลุ่มหรือบางคน มีความโลภเกินความจำเป็น เพราะถ้าเมื่อมนุษย์ มีความโลภ ทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับชาวโลกก็จะกลายเป็นไม่เพียงพอ ขอบคุณครับ